posttoday
วิปัสสนาญาณ...หลักธรรมในพระพุทธศาสนา(จบ)

วิปัสสนาญาณ...หลักธรรมในพระพุทธศาสนา(จบ)

24 สิงหาคม 2553

ปุจฉา : กราบนมัสการพระคุณเจ้า พระอารยะวังโส

ปุจฉา : กราบนมัสการพระคุณเจ้า พระอารยะวังโส

โดย....พระอาจารย์อารยะวังโส

ด้วยโยมไม่ทราบว่าท่านมีชื่อและฉายาว่าอย่างไร จึงใช้ชื่อตามที่คนทั่วไปเรียกกัน โยมมีข้อปุจฉาดังนี้

๑.ด้วยโยมรักษาศีลแปดมาได้ ๕ ปีแล้ว แต่ภาวนาอยู่ที่บ้าน เนื่องจากไม่ต้องการไปรบกวนพระสงฆ์ที่วัด จึงไม่ก้าวหน้าในการปฏิบัติ โยมเป็นลูกศิษย์พระป่าจึงภาวนาพุทโธ เมื่อโยมได้ฝึกอานาปานสติตามวิธีของพระคุณเจ้านั้น เพราะหวังความก้าวหน้า (โดยฝึกจาก MP๓ ที่ดาวน์โหลดจากอินเทอร์เน็ต) โยมรู้สึกว่าเจ็บที่หน้าอก หายใจไม่สะดวก ควรแก้อย่างไร ขอพระคุณเจ้าโปรดเมตตาชี้แนะด้วย

๒.ปัจจุบันมีภิกษุณีและสามเณรีอยู่มาก ในพื้นที่ที่โยมอยู่ก็มีสำนักนี้อยู่ด้วย โยมไม่แน่ใจว่าควรจะไปศึกษาจากที่นี่หรือไม่ เพราะโยมได้ฟังพระธรรมเทศนามาว่า ฝ่ายเถรวาทไม่มีภิกษุณีอยู่แล้ว เพราะมีภิกษุณีทำให้อายุพระศาสนาสั้น

๓.โยมเคยไปอินเดียเมื่อปี ๒๕๕๐ พักที่วัดไทยพุทธคยา พบกับลูกศิษย์พระคุณเจ้า เขามาทำอาหารภาคใต้ที่ครัว และเล่าเรื่องพระคุณเจ้ากลับมาที่ดงคสิริอีกครั้ง และวันนั้นจะลงมาที่ต้นโพธิ์ เขาจะไปหาพระคุณเจ้าที่ต้นโพธิ์ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะได้พบหรือไม่ โยมได้ขอตามไป แต่เขาไปตอนไหนก็ไม่ทราบ โยมก็เลยไปลำพัง แต่ไม่พบพระคุณเจ้า โยมไม่เคยได้กราบพระคุณเจ้ามาก่อน แต่ได้เห็นภาพโปสเตอร์ของพระคุณเจ้าที่ติดไว้บนวัดที่ดงคสิริ เมื่อโยมไปที่ต้นโพธิ์ได้มองหาพระคุณเจ้า โยมไม่พบ แต่มีเรื่องน่าแปลกคือ พบพระภิกษุรูปหนึ่งเป็นพระฝ่ายมหานิกาย หน้าตาผ่องใสมาก โยมไม่เคยเห็นพระฝ่ายมหานิกายหน้าตาผ่องใสเช่นนั้นมาก่อน และท่านมองโยมแบบยิ้มๆ ทำให้โยมแปลกใจ โยมได้ทราบว่าพระคุณเจ้าใช้ชื่ออารยะวังโสเหมือนภิกษุรูปหนึ่งที่มรณภาพไปแล้ว ซึ่งท่านมีความเกี่ยวพันกับหลวงปู่ที่อยู่เหนือโลกนี้ไปแล้ว โยมจึงมีความเห็นว่า พระคุณเจ้าได้ใช้มโนมยิทธิญาณใช่หรือไม่ จึงแปลงรูปโฉมได้

๔.จำเป็นต้องมีศรัทธาแรงกล้าก่อนใช่หรือไม่ จึงจะนำไปสู่ วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา

กราบนมัสการด้วยความเคารพ

โยมอัจฉรา แก้วใส

วิสัชนา : ขั้นตอนที่ ๒ ทำเหมือนขั้นตอนที่ ๑ แต่เปลี่ยนจากการกำหนดนับตัวเลขมาเป็นคำบริกรรมว่า “นะโม พุทธเมตตา” ตรงตำแหน่งที่หยุดลมไว้ โดยพยายามกลั้นลมให้นานที่สุด แล้วบริกรรม จนรู้สึกว่า จิตเบา กายเบา ขณะปล่อยลมออก ต้องไม่ไหลจิตตามลมออก และไม่ไหลจิตตามลมเข้าขณะหายใจเข้า แต่กำหนดรู้อยู่ที่ตำแหน่งกลางทรวงอกที่เดิม ทำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงจุดที่นิ่งสงบ จนเวทนาเกือบจะไม่มี

ขั้นตอนที่ ๓ ให้กำหนดรู้อยู่ที่ศูนย์กลางกายอย่างเดียว แล้วแผ่เมตตาให้กับตนเองด้วยบท

“อะหัง สุขิโต โหมิ ขอข้าพเจ้า จงมีความสุข

นิททุกโข โหมิ  จงเป็นผู้ปราศจากทุกข์

อเวโร โหมิ   จงเป็นผู้ปราศจากเวร

อัพพะยาปัชโฌ โหมิ จงเป็นผู้ไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน

อะนิโฆ โหมิ  จงเป็นผู้ไม่ทุกข์กาย ไม่ทุกข์ใจ

สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ  รักษาตนให้มีความสุขเถิด”

หลังจากนั้น รวมจิตแผ่ให้ทั่วทั้งร่างกายด้วย “นะโมพุทธเมตตา” ทำให้จิตมีกำลังมากขึ้น (ในขั้นตอนนี้ อาจใช้ลมหายใจช่วยโดยการหยุดลมไว้ แล้วเบ่งแผ่ไปให้ทั่วร่างกาย ในบางรายอาจเห็นกรรมนิมิต อันเป็นเหตุให้เกิดโรคภัย และสามารถหลุดพ้นจากกรรมนั้น) หลังจากนั้น แผ่เมตตาให้สัตว์ทั้งหลายด้วยบท

“สัพเพ สัตตา สุขิตา โหนตุ   

 สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง จงเป็นผู้ถึงความสุข”

“สัพเพ สัตตา อะเวรา โหนตุ  

   สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง จงเป็นผู้ไม่มีเวร”

“สัพเพ สัตตา อัพพะยาปัชฌา โหนตุ  

 สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง จงเป็นผู้ไม่เบียดเบียนกัน”

“สัพเพ สัตตา อะนิฆา โหนตุ  

 สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง จงเป็นผู้ไม่ทุกข์กาย

ไม่ทุกข์ใจ

“สัพเพ สัตตา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ  


 สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง จงรักษาตนให้มีความ

สุขเถิด”

เจริญพร

 

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน