posttoday
นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา เตือนโรคแทรกซ้อนจากไอกรน

นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา เตือนโรคแทรกซ้อนจากไอกรน

01 ตุลาคม 2559

สัปดาห์นี้ นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อดีตอธิบดีกรมการแพทย์ ออกมาเตือนให้ระวังโรคไอกรน ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อ

สัปดาห์นี้ นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อดีตอธิบดีกรมการแพทย์ ออกมาเตือนให้ระวังโรคไอกรน ซึ่งเป็นโรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจและพบมากในเด็ก โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนจะพบผู้ป่วยมากขึ้น สาเหตุเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย สามารถติดต่อกันได้ง่ายจากการไอ จาม และสัมผัสเชื้อโดยตรงจากผู้ที่ป่วย โดยผู้ที่ไม่มีภูมิคุ้มกันหากได้รับเชื้อมีโอกาสเกิดโรคสูงถึง 90%

ทั้งนี้ จากการศึกษาของสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี พบว่า ในผู้ป่วยเด็กที่มีอาการไอติดต่อกันอย่างน้อย 7 วัน แต่ไม่ได้เป็นวัณโรคและโรคหืด ตรวจพบเชื้อไอกรนถึง 19% ซึ่งระยะฟักตัวของโรคไอกรนจะใช้เวลาประมาณ 6-20 วัน หากสัมผัสเชื้อเกิน 3 สัปดาห์แล้วไม่มีอาการ ก็แสดงว่าไม่ติดโรค โดยอาการของโรคไอกรนมี 3 ระยะ คือ ระยะแรก ผู้ป่วยจะมีอาการน้ำมูกไหล ไอเล็กน้อย ลักษณะอาการคล้ายกับเป็นหวัดธรรมดา อาจมีไข้ต่ำๆ ร่วมด้วย และเป็นอยู่ประมาณ 1-2 สัปดาห์

ระยะที่สอง จะเริ่มมีอาการไอถี่ๆ รุนแรงติดต่อกันตั้งแต่ 5 ครั้งขึ้นไป จากนั้นผู้ป่วยจะหายใจเข้าอย่างแรงจนเกิดเสียงวู้บ ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า โรคไอกรน หากเกิดกับเด็กอายุน้อยกว่า 6 เดือน อาจทำให้มีอาการหยุดหายใจ หน้าเขียว และอาเจียนร่วมด้วย ระยะนี้จะมีอาการนานประมาณ 2-4 สัปดาห์ หรืออาจนานกว่านั้น และระยะฟื้นตัว อาการไอจะค่อยๆ ลดลง หากไม่มีโรคแทรกซ้อนจะหายไปในเวลา 6-10 สัปดาห์

“สำหรับภาวะแทรกซ้อนของโรคไอกรนอาจมีความรุนแรงจนจนถึงขั้นทำให้เสียชีวิต ได้แก่ โรคแทรกซ้อนทางระบบหายใจที่พบบ่อย คือ ปอดอักเสบ ซึ่งเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตในเด็กเล็ก นอกจากนี้ ยังมีภาวะแทรกซ้อนทางสมอง ผู้ป่วยอาจมีอาการชัก เกร็ง หรือซึมลงด้วย โดยควรฉีดวัคซีนป้องกันโรคไอกรน ซึ่งเป็นวัคซีนพื้นฐานที่เด็กทุกคนต้องได้รับ จึงได้แนะนำให้วัคซีนป้องกันไอกรนในเด็กวัยรุ่น ผู้ใหญ่ที่อยู่ร่วมกันกับเด็กอายุต่ำกว่า 1 ปี รวมทั้งหญิงตั้งครรภ์ เพื่อลดโรคไอกรนในเด็กทารกที่มีภาวะแทรกซ้อน และอัตราการตายสูง” นพ.สุพรรณ กล่าว

คุณหมอสุพรรณ บอกอีกว่า การรักษาผู้ป่วยโรคไอกรนในระยะแรกสามารถใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อลดความรุนแรงของโรค และถ้าให้ยาปฏิชีวนะหลังจากที่ผู้ป่วยมีอาการไอแล้วอาจไม่ค่อยมีผลดีต่อการดำเนินโรคแต่จะช่วยลดการแพร่เชื้อไปยังผู้อื่นได้ ดังนั้น ผู้ป่วยโรคไอกรนควรพักผ่อนมากๆ ดื่มน้ำอุ่น อยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี หลีกเลี่ยงสาเหตุที่กระตุ้นทำให้มีอาการไอมากขึ้น เช่น ฝุ่นละออง ควัน อากาศร้อนหรือเย็นเกินไป เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อโรค

ข่าวล่าสุด

แพลน บี ชวนชม Immersive Art “สืบสาน รักษา ต่อยอด” เฉลิมพระเกียรติในหลวง 28 ก.ค.

แพลน บี ชวนชม Immersive Art “สืบสาน รักษา ต่อยอด” เฉลิมพระเกียรติในหลวง 28 ก.ค.