posttoday

ความอัศจรรย์แห่งสมณศักดิ์ของพระสาสนโสภณ

06 ธันวาคม 2552

โดย...สมาน สุดโต

โดย...สมาน สุดโต

ในการสถาปนาและเลื่อนสมณศักดิ์พระสงฆ์ไทย 86 รูป ปีนี้ พระราชาคณะที่ได้รับเลื่อนเป็นรองสมเด็จพระราชาคณะชั้นหิรัญบัฏมีเพียงรูปเดียว คือ พระธรรมวิสุทธิกวี (พิจิตร ฐิติวณฺโณ ป.ธ.9) เจ้าอาวาสวัดโสมนัสวิหาร เจ้าคณะภาค 161718 (ธ) โดยได้เลื่อนเป็นพระสาสนโสภณ ในขณะที่สมณศักดิ์ตำแหน่งอื่นๆ มีการเลื่อนมากกว่าหนึ่งรูป แม้กระทั่งสมเด็จพระราชาคณะชั้นสุพรรณบัฏ ยังได้รับการสถาปนาถึง 2 รูป คือ สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อัมพร) วัดราชบพิธฯ และสมเด็จพระวันรัต (จุนท์) วัดบวรนิเวศวิหาร

เมื่อเป็นรองสมเด็จพระราชาคณะชั้นหิรัญบัฏเพียงรูปเดียว พระสาสนโสภณ (พิจิตร) รูปล่าสุด จึงนำเรื่องตำแหน่ง พระสาสนโสภณ ที่ค้นคว้าและเรียบเรียงโดย อภิวัฒน์ โควินทรานนท์ มาพิมพ์เผยแพร่และแจกเป็นของชำร่วยแก่ผู้มาแสดงมุทิตาจิต วันที่ 5 ธ.ค. 2552

ความอัศจรรย์แห่งสมณศักดิ์ของพระสาสนโสภณ พระสาสนโสภณ (พิจิตร ฐิตวัณโณ) วัดโสมนัสวิหาร กรุงเทพฯ

ในหนังสือดังกล่าวอภิวัฒน์เล่าว่า สมณศักดิ์ที่พระสาสนโสภณนั้นมีข้อน่าสังเกตถึง 20 ข้อ เช่น สมณศักดิ์นี้มีความแตกต่างตามกาลเวลา ช่วงแรกสถาปนาในสมัยรัชกาลที่ 4 ชื่อนี้เป็นเพียงพระราชาคณะชั้นสามัญ แต่มาเป็นถึง ชั้นรองสมเด็จ ในระยะต่อมา และที่แปลกประหลาดยิ่งคือ เคยมีการสถาปนาให้ใช้ชื่อนี้ถึง 2 รูป ระยะเวลาเดียวกัน เป็นพระธรรมยุตเหมือนกัน ศักดิ์เท่ากัน ต่างวัด และใช้ตัวสะกดชื่อต่างกันระหว่าง ส กับ ศ

ที่แปลกประหลาดยิ่ง ทั้ง 2 รูปนั้น แม้จะสถาปนาต่างปี แต่มรณภาพปีเดียวกัน ต่างเดือนกันเท่านั้น ข้อสังเกตดังกล่าวพอสรุปได้ดังนี้

พระสาสนโสภณ เป็นราชทินนามพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4

เป็นราชทินนามที่ทรงประดิษฐ์จากพระนามเดิมของสมเด็จพระสังฆราช (สา ปุสฺสเทโว) โดยนำคำว่า “สา” มาเติมสร้อยเป็น “สาสนโสภณ” ท่านจึงดำรงตำแหน่งนี้รูปแรก
โดยได้รับพระราชทานตาลปัตรแฉกเสมอพระราชาคณะชั้นสามัญ แต่รับพระราชทานนิตยภัตรเสมอพระราชาคณะชั้นเทพ แต่พระสาสนโสภณรูปที่ 2 ในรัชกาลที่ 5 (เจริญ ญาณวโร วัดเทพศิรินทราวาส) ราชทินนามที่เคยเป็นแค่ระดับสามัญ ก็ยกระดับเป็นชั้นเจ้าคณะรองสมเด็จ

สงวนไว้สำหรับพระเถระฝ่ายธรรมยุติกนิกายโดยเฉพาะ ทุกรูปจึงเป็นพระเถระที่อยู่ในพระอารามหลวง และในกรุงเทพมหานครทั้งสิ้น

ตั้งแต่รัชกาลที่ 4 ถึงรัชกาลที่ 8 มีการตั้ง พระสาสนโสภณ รัชกาลละ 1 รูป คือ รัชกาลที่ 4 ทรงตั้งพระสาสนโสภณ (สา ปุสสฺเทโว) วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม เมื่อ พ.ศ. 2401 รัชกาลที่ 5 ทรงตั้งพระสาสนโสภณ (เจริญ ญาณวโร) วัดเทพศิรินทราวาส เมื่อปีพ.ศ. 2464 รัชกาลที่ 7 ทรงตั้งพระศาสนโศภน (แจ่ม จตฺตสลฺโล) วัดมกุฏกษัตริยาราม เมื่อ พ.ศ. 2471 รัชกาลที่ 8 ทรงตั้งพระศาสนโศภณ (ภา ภาณโก) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เมื่อ พ.ศ. 2488

เมื่อถึงรัชกาลปัจจุบัน มีการตั้งพระสาสนโสภณ จนถึงปัจจุบัน 8 รูป โดยพระศาสนโศภน (จวน อุฎฺฐายี) วัดมกุฏกษัตริยาราม เป็นรูปแรกในรัชกาลปัจจุบัน และ พระสาสนโสภณ (พิจิตร ฐิตวณฺโณ ป.ธ.9) วัดโสมนัสวิหาร เป็นรูปล่าสุด

พระเถระที่ดำรงตำแหน่งพระสาสนโสภณ ได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชมีถึง 3 รูป คือ
1.สมเด็จพระสังฆราช (สา ปุสสฺเทโว) วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม
2.สมเด็จพระสังฆราช (จวน อุฏฺฐายี) วัดมกุฏกษัตริยาราม
3.สมเด็จพระสังฆราช (เจริญ สุวฑฒโน) วัดบวรนิเวศวิหาร

ที่ได้รับการสถาปนาเป็นสมเด็จพระราชาคณะมี 3 รูป คือ
1.สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ ญาณวโร) วัดเทพศิรินทราวาส
2.สมเด็จพระวันรัต (นิรันตร์ นิรนฺตโร) วัดเทพศิรินทราวาส
3.สมเด็จพระมหามุนีวงศ์ (อัมพร อมฺพโร) วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม (รูปปัจจุบัน)

รายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆคือผู้ที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุดคือ พระสาสนโสภณ (นิรันตร์ นิรนฺตโร) วัดเทพศิรินทราวาส เป็นพระศาสนโสภน 17 ปี 6 เดือน ที่อยู่ในตำแหน่งที่สั้นที่สุด คือ พระศาสนาโศภน (ภา ภาณโก) เป็นอยู่ 9 เดือน 20 วัน

พระเถระที่อายุน้อยที่สุดที่ดำรงตำแหน่งนี้ มี 2 รูป คือ พระสาสนโสภณ (สา ปุสฺสเทโว) และพระสาสนโสภณ (อ่อน อหึสโก) ดำรงตำแหน่งนี้เมื่ออายุ 45 พรรษาเท่ากัน

พระสาสนโสภณ ที่อายุมากที่สุดคือ พระสาสนโสภณ (ใย ภทฺทิโย) เป็นพระสาสนโสภณ เมื่ออายุ 96 ปี

ข้อสังเกตอื่นๆ ได้แก่ วัดที่มีพระสาสนโสภณสถิตมากที่สุด ได้แก่ วัดเทพศิรินทราวาส มีถึง 4 รูป เคยมีพร้อมกัน 2 รูป

การเขียนชื่อสมณศักดิ์นี้ มีความสับสนเสมอ เพราะใช้ทั้ง สาสนโสภณ และศาสนโศภน ที่เป็นเช่นนี้เพราะเคยมีพระเถระดำรงตำแหน่งนี้และในชื่อนี้นั้น พร้อมกัน 2 รูป ต่างกันแต่ตัวอักษรนำและตัวสะกด คือ ส กับ ศ และ ณ กับ น เท่านั้น ที่เป็นเช่นนี้มีที่มากล่าวคือการเกิดวิกฤตทางคณะสงฆ์ หลังพ.ศ. 2500 พระมหาเถระชั้นแนวหน้าทั้งพระมหานิกายและธรรมยุตถูกการเมืองแทรกแซง ถูกจับ ถูกถอดสมณศักดิ์ และถูกบังคับให้ลาสิกขา

พระธรรมยุตที่ดำรงตำแหน่งสูงสุดที่ถูกถอดสมณศักดิ์ คือ พระศาสนโศภน (ปลอด อตฺถการี) เจ้าอาวาสวัดราชาธิวาส โดยถูกถอดจากสมณศักดิ์ เมื่อพ.ศ. 2503 จากนั้นมีพระเถระธรรมยุตได้รับการสถาปนาให้ดำรงตำแหน่งพระศาสนโศภณ แทน 2 รูป จนถึงพระศาสนโสภณ (เอื้อน ชินทตฺโต) วัดเทพศิรินทราวาส ที่ดำรงตำแหน่งนี้ตั้งแต่ พ.ศ. 2515
เหตุสับสนเกิดพ.ศ. 2518 เมื่อมหาเถรสมาคมได้มีมติให้ระงับอธิกรณ์ พระปลอด อตฺถการี (อดีตพระศาสนโศภณ) และให้ถือว่าไม่มีมลทินโทษแต่ประการใด จึงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้คืนสมณศักดิ์ดังเดิม ตั้งแต่เดือนพ.ค. 2519 เป็นต้นไป

ซึ่งขณะนั้นวัดเทพศิรินทราวาส ครองสมณศักดิ์นี้อยู่

ดังนั้น ในช่วงพ.ศ. 2519 ถึง พ.ศ. 2521 จึงมีพระเถระดำรงสมณศักดิ์สาสนโสภณ หรือศาสนโสภน 2 รูป คือ พระสาสนโสภณ (เอื้อน ชินทตฺโต) วัดเทพศิรินทราวาส และพระศาสนโศภน (ปลอด อตฺถการี) วัดราชาธิวาส (ให้สังเกตความต่างที่ตัวอักษร ส ศ ณ และ น)

ที่ราชการและคณะสงฆ์แก้ปัญหาชื่อซ้ำซ้อนนี้ได้เพราะความหลากหลายของภาษาไทย แก้ได้ที่ตัวอักษร แต่ไม่สามารถแก้การออกเสียงได้ พ.ศ. 2521 พระเถระทั้ง 2 รูป ถึงมรณภาพ แต่ต่างเดือนกันเท่านั้น

งานใหญ่นาคให้น้ำ

ส่วนพระสาสนโสภณ (พิจิตร ฐิตวณฺโณ) ป.ธ.9 วัดโสมนัสวิหาร รูปปัจจุบัน มีเรื่องมหัศจรรย์ในตัวพระคุณท่านเองไม่ใช่น้อย เช่นท่านดำรงตำแหน่งสมณศักดิ์ทุกชั้นตั้งแต่ชั้นสามัญ จนถึงชั้นธรรม มีคำว่าวิสุทธิกวี ตลอด หรือเมื่อใดที่ท่านทำงานใหญ่ นาคจะให้น้ำ ฝนตกหนัก แม้จะไม่ใช่ฤดูฝนก็ตาม

ท่านเกิดเมื่อ 24 มิ.ย. 2479 ณ อ.สทิงพระ จ.สงขลา อุปสมบทที่วัดโสมนัส เมื่อ พ.ศ. 2499 นอกจากสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยคแล้ว ยังได้ปริญญา ศน.บ. จาก มหามกุฏราชวิทยาลัย ปริญญาโท (M.A.) จากมหาวิทยาลัยพาราณสี ประเทศอินเดีย ท่านเป็นพระอาจารย์สอนวิปัสสนากรรมฐานหลักสูตร 7 วัน ทั้งในกรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัด ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศรวม 250 รุ่น เริ่มมาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2525 จนถึงปัจจุบัน มีศิษย์กรรมฐานชั้นต้นรวมกันกว่า 4 หมื่นคน และหลักสูตรชั้นสูง วิปัสสนา 10 วัน โดยเริ่มตั้งแต่ปีพ.ศ. 2530 จนถึงปัจจุบัน รวม 26 รุ่น จึงมีลูกศิษย์ทั้งข้าราชการและพลเรือนเต็มบ้านเต็มเมือง

การที่ท่านได้รับการสถาปนาเป็นรองสมเด็จพระราชาคณะชั้นหิรัญบัฏที่พระสาสนโสภณ จึงเป็นที่ภาคภูมิใจของคณะศิษย์เป็นอย่างยิ่ง

ข่าวล่าสุด

บง.แอ็ดวานซ์ รีแบรนด์สู่ Asian Finance ย้ายสู่รัชดาฯ ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง