
เล่นโซเชียลอย่างพอดีและมีสติ
เล่นโซเชียลอย่างพอดีและมีสติ
โซเชียลเน็ตเวิร์กดูเหมือนจะเป็นปัจจัย 4 ในชีวิตที่ทุกคนต้องท่องเพื่อเสพข่าวสารไม่ว่าจะเป็น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม หรือบางคนมีความสุขกับการเล่าประสบการณ์ รวมทั้งพูดคุยปรับทุกข์กับเพื่อนๆ ผ่านไลน์ เช่น มีเรื่องเมาท์ในที่ทำงาน แต่คุยกันต่อหน้าไม่ได้ ก็มักอาศัยเมาท์ผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์
9 ข้อผิดพลาดทางโซเชียลมีเดียที่คนวัยทำงานมักเกิดความผิดพลาดขึ้นได้ โดยเฉพาะเด็กนักศึกษาที่จบการศึกษาใหม่ๆ อย่าคึกคะนองกับการทำผิดบนโซเชียล เพราะบางบริษัทกว่าจะรับใครเข้าทำงาน ฝ่ายบุคคลมีสิทธิที่จะเข้าไปค้นพบตัวตนแท้ๆ ของคุณในโลกส่วนตัวของคุณก็ได้ ซึ่งทัศนคติรวมทั้งแนวความคิดสำคัญมากต่อการทำงานร่วมกับผู้อื่นได้
1.มีไลฟ์สไตล์ที่ไม่เหมาะสมกับหน้าที่การงานบางครั้งบริษัทก็ไม่อยากได้บุคคลที่มีไลฟ์สไตล์ชอบปาร์ตี้ในช่วงเสาร์อาทิตย์หรือหลังเลิกงาน เพราะหากคุณปาร์ตี้หลังเลิกงานก็อาจส่งผลกระทบในช่วงเช้าของอีกวันที่ทำให้ยังเมาค้าง อาจมีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานได้
2.การดื่มแล้วเปลี่ยนเป็นอีกคนหนึ่งการดื่มสังสรรค์ตามงานปาร์ตี้ต่างๆ ซึ่งก็บอกอยู่ว่า เหล้าเป็นน้ำเปลี่ยนนิสัย ในเวลาทำงานก็ดูเป็นผู้ชายเรียบร้อย แต่พอดื่มเหล้าเข้าไปเท่านั้น นิสัยเปลี่ยน แถมยังถ่ายภาพอัพลงเฟซบุ๊กขณะที่เมา หรือหากใครเป็นหัวหน้างานแล้วมีพฤติกรรมเมาบ่อยๆ หากเจ้านายหรือลูกน้องเห็น คงลดความน่าเชื่อถือไปได้มากทีเดียว
3.การใช้คำพูดไม่เหมาะสมการใช้ภาษาอย่างหยาบคาย ใช้คำยุคพ่อขุนรามคำแหง แม้เป็นการคุยโต้ตอบกับเพื่อนในพื้นที่ส่วนตัวอย่างเฟซบุ๊ก ก็เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม ใครจะคิดได้ว่า แหม หน้าตาออกจะสะสวย แต่คำพูดฟังไม่ได้
4.มีทัศนคติที่ลบต่อบุคคลอื่นอย่าเชียวกับการไม่พอใจเพื่อนร่วมงานแล้วไปโพสต์ด่าลงเฟซบุ๊ก หรือแอพพลิเคชั่นไลน์ หากเป็นเรื่องนินทาที่ไม่จริง แต่ทำให้คนอื่นเกิดความเสียหายร้ายแรง ผู้ถูกกระทำอาจโดนดำเนินคดีทางกฎหมายได้ เพราะทุกอย่างที่โพสต์ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊กหรือไลน์สามารถแคปหน้าจอเก็บไว้เป็นหลักฐานได้ทั้งหมด
5.โกหกเกี่ยวกับประสบการณ์การทำงานการเขียนเรซูเมหรือประสบการณ์การทำงานควรเป็นไปอย่างซื่อสัตย์ ซื่อตรง ไม่ว่าจะอยู่ในชีวิตจริงหรือในโลกโซเชียล เพราะอย่างน้อยๆ เพื่อนสนิทของคุณที่รู้จักคุณดี มาเห็นข้อมูลเท็จที่คุณตั้งใจเขียนแต่งโปรไฟล์ของตัวเองให้ดีงามเพื่อดึงดูดหนุ่มๆ อาจทำให้เกิดความไม่น่าเชื่อถือในหมู่เพื่อนฝูง และมานินทาให้คุณเสียหายแบบรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ได้
6.ไม่มีปฏิสัมพันธ์ในโลกโซเชียลไม่น่าเชื่อว่าการไม่มีปฏิสัมพันธ์กับโลก โซเชียลมีเดียเลย ก็เป็นอีกจุดด้อยหนึ่งที่องค์กรอาจเข้าไปศึกษาตัวตนของคุณจากเพื่อนๆ ที่คุณมีปฏิสัมพันธ์ด้วย แต่ถ้าหากไม่มีเลยบางครั้งบริษัทก็อาจไม่เสี่ยงที่จะเลือกคุณเข้าร่วมงาน เนื่องจากมีข้อมูลของคุณไม่เพียงพอ หรืออาจคิดว่าคุณมีโลกส่วนตัวสูง อาจเป็นปัญหากับการทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงานอื่นๆ ก็ได้
7.โกหกเพื่อโดดงานเป็นเรื่องอันตรายมาก ที่คุณยื่นหนังสือลาหยุดงานเพราะป่วย แต่ในวันนั้นกลับมีรูปคุณที่ไปกินข้าวกับเพื่อน เพื่อนถ่ายภาพแล้วแท็ก คุณ หัวหน้างานหากเป็นเพื่อนกับคุณใน เฟซบุ๊กถ้าเกิดเห็นขึ้นมา คุณก็อาจถูกตำหนิได้
8.ไม่นินทาใครในที่ทำงานบนโลกโซเชียลการบ่นหรือพูดถึงเพื่อนร่วมงานในแง่ลบเป็นสิ่งที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในโลกโซเชียลที่คุณได้บันทึกข้อความลงไป เพราะจะทำให้คุณถูกมองถึงทัศนคติที่ไม่ดีต่อการทำงานและเพื่อนร่วมงาน หากรู้สึกไม่พอใจผู้บริหาร หัวหน้างานหรือเพื่อนร่วมงานก็ควรคุยกันในกลุ่มเล็กๆ อย่าไปโพสต์ลงโซเชียล เพราะเรื่องแบบนี้คนที่อยู่ในสังคมเดียวกับคุณ แค่อ่านนิดหน่อยก็สามารถโยงเรื่องราวได้อย่างสบาย
9.การเปิดเผยความลับของบริษัทแม้คุณจะออกจากออฟฟิศเดิมไปแล้ว ด้วยความเต็มใจหรือถูกบีบก็ตาม อย่าไปพูดว่าร้ายออฟฟิศเก่า รวมทั้งผู้บริหาร เพราะหากเขาเกิดความไม่พอใจขึ้นมา เขาสามารถประกาศผ่านหน้าหนังสือพิมพ์ทำให้คุณเสียประวัติในการทำงานได้นะ







