"โม-เม" พักเรื่องกอล์ฟเปิดชีวิตนอกสนาม
ถึงแม้จะอยู่ในวันสบายๆ ของโมกับเม แต่เมื่อได้คุยกันแบบเปิดใจแล้ว กอล์ฟยังคงเป็นเรื่องหลักในชีวิตของพวกเธอ
ถึงแม้จะอยู่ในวันสบายๆ ของโมกับเม แต่เมื่อได้คุยกันแบบเปิดใจแล้ว กอล์ฟยังคงเป็นเรื่องหลักในชีวิตของพวกเธอ
ถึงแม้ว่าการแข่งขันกอล์ฟอาชีพจะเป็นงานของสองพี่น้อง “โม” โมรียา จุฑานุกาล และ “เม” เอรียา จุฑานุกาล แต่ด้วยความที่พี่สาวอายุแค่ 22 ส่วนน้องสาวเพิ่ง 20 ขวบ ทำให้ทั้งคู่ยังมีความสดใส เป็นเด็ก โดยเฉพาะในยามที่ไม่ต้องไปทำหน้าที่ในสนามกอล์ฟ
บุคลิกของโมอาจจะดูนิ่งๆ มีระเบียบ เป็นนักวางแผน และเธอจะเป็นคนวางโปรแกรมการเดินทางไปแข่งขันให้กับตัวเอง น้องสาว แม่ และทีมงานในแต่ละทัวร์นาเมนต์ รวมทั้งคอยจัดแจงความเรียบร้อยต่างๆ ของครอบครัวด้วย ขณะที่น้องสาวเหมือนจะมีหน้าที่หลักๆ คือ สนุกกับกอล์ฟ ดูละครและกิน! (ตามที่เจ้าตัวประกาศไว้บ่อยครั้ง)
โมบอกว่า ถ้าในช่วงพักและอยู่บ้านเฉยๆ กว่าจะได้เห็นเมเดินออกมาจากห้องนอนก็ช่วงที่น้องสาวออกมากินข้าวนั่นแหละ แค่นี้ก็พอจะรู้แล้วว่าถึงในสนามโปรเมอาจจะมีผลงานโดดเด่นกว่า แต่เมื่อกลับเข้าบ้านใครเป็นผู้บัญชาการตัวจริงกันแน่
ยิ่งในเรื่องของกอล์ฟแล้ว พี่สาวดูจะจริงจังกว่าน้องสาวอย่างชัดเจน เพราะโมบ่นน้องสาวว่าจำอะไรได้ไม่นาน ไม่ต่างจากปลาทอง ทั้งๆ ที่แกรี่ กิลคริสต์ โค้ชของทั้งคู่เพิ่งให้คำแนะนำใหม่ๆ ในการฝึกซ้อมมาหมาดๆ
เปรียบเทียบกันคือ เวลาเรียน โมจะศึกษารายละเอียดทุกอย่างไม่ให้ขาดตกบกพร่อง แต่เมเป็นประเภทขอแบบสำเร็จรูป เอาเฉพาะที่จำเป็นเท่านั้นพอ
“เมเป็นคนลืมอะไรได้ง่ายมาก เหมือนปลาทองเลย เพราะปลาทองจะจำอะไรได้แค่ 30 วินาทีเท่านั้น นั่นแหละเมเป็นแบบนั้นเลย”
ส่วนเมก็เถียงพี่สาวทันควันว่า “เมว่าไม่จำเป็นต้องรู้เหตุผลอะไรหรอก ก็แค่รู้ว่าต้องทำอะไรบ้างก็พอแล้วล่ะ”
นอกจากการเผากันเองแล้ว สองสาวก็ยังย้อนอดีตเม้าธ์ไปถึงการมีสายเลือดนักกอล์ฟที่ถ่ายทอดมากจาก “แม่เปิ้ล” นฤมล จุฑานุกาล เพราะแม่ชอบเล่นกอล์ฟ ช่วงที่ตั้งท้องโปรโมก็ยังตีกอล์ฟอยู่ และหลังจากที่ลูกสาวคลอดออกมา แม่เปิ้ลก็จ้างแคดดี้เพื่อมาเลี้ยงลูกในขณะที่ตัวเองออกรอบในสนาม
ที่สำคัญโมเปิดเผยความลับที่ไม่เคยบอกใครว่า “แม่ไม่ใช้ไดรเวอร์ตอนเล่นนะจะบอกให้”
นี่มันเป็นการส่งต่อทางพันธุกรรมชัดๆ เพราะอีก 10 กว่าปีให้หลัง โปรเมก็เดินตามรอยแม่เปิ้ลจนกวาดไปแล้ว 5 แชมป์ในปีนี้
เลส ลูอาร์ก อดีตแคดดี้ของเมแนะนำให้โปรมือ 2 ของโลกใช้เหล็ก 2 ในการทีออฟแทนการใช้ไดรเวอร์เมื่อปีที่แล้ว และผลงานของเมก็พุ่งพรวดในปีนี้ ขยับจากอันดับไกลๆ มาสู่เบอร์ 10 กว่าของโลก ก่อนจะมารั้งอันดับ 2 เป็นรองเพียงลิเดีย โค โปรนิวซีแลนด์เพียงคนเดียวเท่านั้น แต่เอรียาก็มีความสุขทุกครั้งที่ใช้ไดรเวอร์แล้วตีได้ดี
“เมตื่นเต้นทุกครั้งที่ทีออฟด้วยไดรเวอร์ แล้วถ้าตีได้ดีมันทำให้รู้สึกเจ๋งมาก ตอนทำเบอร์ดี้หรืออีเกิ้ลได้ยังไม่รู้สึกดีเท่านี้เลย”
เมยังเปิดใจอีกว่าสิ่งที่ทำให้สนุกกับกอล์ฟในทุกวันนี้ คือ ความท้าทาย
“ก่อนหน้านี้เมไม่เคยรู้เลยว่าที่เมชอบเล่นกอล์ฟเพราะมันสนุก หรือเพราะมันสามารถหาเงินมาดูแลตัวเองและครอบครัวได้ แต่ตอนนี้เมรู้แล้วว่าเมชอบความท้าทาย เพราะมันทำให้สนุกกับกอล์ฟมาจนถึงตอนนี้”
หลังจากที่แยกทางกับลูอาร์กแล้ว เมหวั่นว่าจะหาแคดดี้คนใหม่ที่ความสามารถเทียบเท่ากับลูอาร์กได้ยาก แต่เมื่อได้ร่วมงานกับพีท ก็อดฟรีย์ แคดดี้ที่ดูแลโมอยู่แล้ว ก็ได้พบอะไรใหม่ๆ อีกมากมาย
ก่อนหน้านี้ เมและทีมงานค้นพบว่า "รอยยิ้ม" เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยนำไปสู่ความสำเร็จ และก็อดฟรีย์ก็มีส่วนช่วยรักษารอยยิ้มนั้นไว้ระหว่างแข่งขัน
“ตอนที่เมพัตต์เบอร์ดี้ที่หลุม 11 พลาดในรายการ Manulife พีทถามเมว่าเคยดูการ์ตูนเรื่อง Frozen มั้ย เคยได้ยินเพลง Let It Go หรือเปล่า ตอนนั้นเมหลุดหัวเราะออกมาเลย”
ถึงแม้จะดูว่าโปรเมเหมือนจะเดินหน้าอาชีพกอล์ฟไปแบบสบายๆ เรื่อยๆ แต่สองพี่น้องนักกอล์ฟขวัญใจคนไทยก็เตรียมเพิ่มศักยภาพใหม่ๆ ให้ตัวเอง ด้วยการจ้างโค้ชจาก Vision54 ที่คอยดูแลและเพิ่มศักยภาพนักกอล์ฟทั้งในเรื่องของสภาพร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และเรื่องเบ็ดเตล็ดต่างๆ ที่ขาดไม่ได้สำหรับโปรทุกคน เมยอมรับว่าต้องมองไปถึงอนาคตให้มากขึ้น ไม่ใช่จะเรื่อยๆ ชิลล์ๆ แบบนี้อีกต่อไปแล้ว โดยสิ่งที่ทีมงานเตือนคือต้องดูแลสุขภาพร่างกายให้ดี เพื่อจะได้เล่นกอล์ฟไปอีกนานๆ
ถึงแม้จะอยู่ในวันสบายๆ ของโมกับเม แต่เมื่อได้คุยกันแบบเปิดใจแล้ว กอล์ฟยังคงเป็นเรื่องหลักในชีวิตของพวกเธอ
...ถึงแม้ว่าบางครั้งจะมีเรื่องของขนม ไอติม ละครเข้ามาวนเวียนตามประสาเด็กๆ ก็เถอะ!
ภาพจาก golfweek.com







