ผศ.ดร.ณัฐนันท์ คุณมาศ หญิงเก่งแห่งวงการยุโรปศึกษา
ในวันที่ฝนตกฟ้าครึ้มทั่วกรุงเทพฯ แต่เราก็ไม่พลาดที่จะได้ไปสัมภาษณ์หญิงเก่งของวงการศึกษาไทย ผศ.ดร.ณัฐนันท์ คุณมาศ
โดย...อณุสรา ทองอุไร ภาพ วิศิษฐ์ แถมเงิน
ในวันที่ฝนตกฟ้าครึ้มทั่วกรุงเทพฯ แต่เราก็ไม่พลาดที่จะได้ไปสัมภาษณ์หญิงเก่งของวงการศึกษาไทย ผศ.ดร.ณัฐนันท์ คุณมาศ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ และผู้อำนวยการหลักสูตรสหสาขาวิชายุโรปศึกษา (นานาชาติ) บัณฑิตวิทยาลัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เพิ่งไปคว้ารางวัล “Jean Monnet Chair Professorship” จากสหภาพยุโรป เป็นคนแรกของอาเซียน รางวัลนี้ถือว่าเป็นรางวัลใหญ่ระดับโลก จึงเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจที่มีโอกาสได้สัมภาษณ์อาจารย์สาวเก๋มีสไตล์ในวัย 40 ต้นๆ
อาจารย์ณัฐนันท์ เล่าว่าเธอเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รางวัลนี้จากคณะกรรมาธิการยุโรป สหภาพยุโรป และยังเป็นคนแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย นอกจากนี้ หลักสูตรสหสาขาวิชายุโรปศึกษา จุฬาฯ ยังได้รับรางวัล “ชุดรายวิชา ฌอง มอนเนต์” (Jean Monnet Modules) เป็นมหาวิทยาลัยแรกของอาเซียน คู่กับมหาวิทยาลัยในฟิลิปปินส์อีกด้วย
สำหรับรางวัล Jean Monnet Chair Professorship เป็นรางวัลอันทรงเกียรติสำหรับผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ และมีคุณูปการอย่างสูงด้านการสอนและเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการเรื่องสหภาพยุโรปศึกษา และการบูรณาการยุโรป เป็นรางวัลที่มีมากว่า 30 ปีแล้ว อาจารย์ที่ได้รับรางวัลส่วนใหญ่จะเป็นชาวตะวันตก ปีนี้เป็นปีแรกที่มีคนในภูมิภาคอาเซียนได้รับรางวัล และมีคนเอเชียอีกสองคนจากเกาหลีและจีน ที่ได้รับรางวัลนี้
รางวัลดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความเป็นเลิศของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการเรียนการสอนด้านยุโรปศึกษา ทั้งในระดับประเทศและอาเซียน เนื่องจากจุฬาฯ เป็นมหาวิทยาลัยแห่งเดียวในประเทศ ที่มีหลักสูตรปริญญาโทและปริญญาเอก ที่ว่าด้วยยุโรปศึกษา ขณะที่ประเทศในอาเซียนอื่นๆ แม้จะมีศูนย์ยุโรปศึกษา แต่ก็ไม่มีการผลิตบัณฑิตด้านยุโรปศึกษาโดยเฉพาะแต่อย่างใด
ผศ.ดร.ณัฐนันท์ กล่าวว่า เงื่อนไขในการพิจารณารางวัลนี้มีค่อนข้างมาก คือต้องเป็นอาจารย์ที่สอนเกี่ยวกับสหภาพยุโรปอย่างน้อย 2 วิชา ซึ่งตัวเธอสอนระดับปริญญาตรีที่เกี่ยวข้อง 2 วิชา คือ นโยบายต่างประเทศของกลุ่มประเทศในยุโรปกับสัมมนากิจการสหภาพยุโรป และมีระดับปริญญาโทอีก 2 วิชา รวมทั้งต้องส่งผลงานวิชาการที่เคยทำ 6 ชิ้น เป็นบทความหรือหนังสือ และต้องเสนอการกล่าวปาฐกถาต่างๆ ที่จะทำปีละหนึ่งโครงการ
อีกส่วนที่สำคัญในการพิจารณา คือการนำองค์ความรู้เรื่องสหภาพยุโรปออกสู่สาธารณะ โดยใช้จุฬาฯ เป็นช่องทาง คือมีการอัดคลิปวิดีโอการเรียนการสอนในวิชาระดับปริญญาตรี อัพโหลดแบบสาธารณะ ลงบนหน้า iTunes University ของจุฬาฯ ซึ่งมหาวิทยาลัยได้จัดการให้ใช้ได้อย่างไม่จำกัด และบน YouTube รวมทั้งมีการอัพโหลดเป็นเสียงลงบน Podcasts
ผศ.ดร.ณัฐนันท์ ยังได้เผยถึงสิ่งที่ตั้งใจไว้ว่า จะต้องทำหลังจากได้รับรางวัลนี้คือ การนำองค์ความรู้เรื่องสหภาพยุโรปออกสู่สาธารณะ โครงการแรก จะจัดให้มีการอบรมครูมัธยมในเรื่องเกี่ยวกับภูมิภาคนิยมศึกษาซึ่งไม่ใช่เฉพาะสหภาพยุโรป เนื่องจากครูมัธยมถือเป็นบุคคลสำคัญในการสร้างเด็กมัธยมปลายให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสหภาพยุโรป
โครงการต่อมาจะลงไปคุยกับผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องการทำประมงผิดกฎหมาย (IUU) ซึ่งในหลักสูตรของเราจะมีอาจารย์พิเศษจากบรัสเซลส์ ที่มีความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับการค้าระหว่างไทยกับสหภาพยุโรปมาสอนเป็นประจำทุกปี นอกจากนี้จะทำโครงการเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายสินค้า ทุน บริการ ซึ่งประเทศไทยต้องเผชิญในประชาคมอาเซียน สิ่งที่สำคัญที่เรายังไม่ได้เปิดเต็มที่คือการเคลื่อนย้ายมนุษย์ ซึ่งเราสามารถเรียนรู้จากบทเรียนของสหภาพยุโรปเรื่องการย้ายถิ่นแรงงาน หรือผู้ลี้ภัยทางสงคราม
“หลักสูตรสหสาขาวิชายุโรปศึกษาเป็นหลักสูตรที่มีมายาวนาน 20 ปีแล้ว ประกอบด้วยศาสตร์ 4 แขนงคือ นิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ และอักษรศาสตร์ โดยมีการบูรณาการศาสตร์เหล่านี้เข้าด้วยกัน การเรียนการสอนของเราจะต้องรู้ทุกอย่างและรู้ลึก ตั้งแต่เรื่องประวัติศาสตร์ยุโรป กลไก กฎระเบียบทางการค้า เศรษฐกิจ ฯลฯ สัดส่วนการสอนโดยอาจารย์ชาวตะวันตกมีถึงร้อยละ 60 นิสิตที่มาเรียนมีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ส่วนมากเป็นชาวจีน และรัสเซีย” ผศ.ดร.ณัฐนันท์ กล่าวในที่สุด
สำหรับรางวัล “ชุดรายวิชา ฌอง มอนเนต์” ผศ.ดร.ณัฐนันท์ เผยว่า ประกอบด้วย 2 รายวิชาในระดับปริญญาโทของหลักสูตรสหสาขาวิชายุโรปศึกษา ได้แก่ วิชาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ภายนอกของสหภาพยุโรป ซึ่ง ผศ.ดร.ณัฐนันท์เป็นผู้รับผิดชอบ และวิชาเกี่ยวกับสหภาพยุโรปในฐานะตัวแสดงในระดับโลก ซึ่งรับผิดชอบคู่กับศาสตราจารย์มาร์ติน ฮอลแลนด์ ที่เคยได้รับรางวัล Jean Monnet Chair Professorship มาก่อนเช่นกัน โดยรางวัลชุดรายวิชานี้ สหภาพยุโรป จะพิจารณาจากประมวลรายวิชาแบบประเมิน และอาจารย์ผู้สอน เพื่อดูว่ารายวิชาสามารถเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสหภาพยุโรปได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งรายวิชาของเราจะเน้นเรื่องการที่สหภาพยุโรป เป็นตัวแสดงทางการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มักจะไม่ได้รับความสำคัญเมื่อเทียบกับสหรัฐ รัสเซีย หรือจีน แต่สหภาพยุโรปก็สามารถทำงานได้เหมือนกับรัฐ หรือมากกว่ารัฐในระดับระหว่างประเทศ
ทางด้านการศึกษานั้น อาจารย์ณัฐนันท์ จบจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยระดับเกียรตินิยมเหรียญทอง แล้วได้ทุนไปเรียนต่อปริญญาโทที่ประเทศญี่ปุ่น ทางด้านนโยบายต่างประเทศ และได้ทุนไปเรียนปริญญาโทอีกใบจากประเทศอังกฤษ ทางด้านการเมืองยุโรป และปริญญาเอกทางด้านการเมืองระหว่างประเทศ อาจารย์เล่าให้ฟังว่าตอนเด็กๆ อยากเป็นทูต แต่พอโตหน่อยก็เริ่มรู้สึกตัวว่าไม่ชอบงานแบบเข้าออกเป็นเวลา จึงเบนเข็มมาเป็นอาจารย์ เพราะสามารถบริหารจัดการเวลาได้ มีอิสระทางความคิดได้มากกว่า และตลอดการเป็นอาจารย์มากว่า 15 ปี ก็พบว่าไม่ผิดหวังเพราะเป็นงานที่มีความสุข
การมาเป็นอาจารย์ในช่วง 1-2 ปีแรก แม้จะเป็นอาจารย์น้องใหม่หน้าใหม่สำหรับเด็กๆ แต่เด็กๆ ก็กลัวและเกรงใจ และทุกอย่างก็ไปได้ดี แต่มาระยะ 3-4 ปีหลังนี้กลับเปลี่ยนไปบ้าง เพราะโลกมีการเปลี่ยนแปลงไปเยอะ อีกทั้งเทคโนโลยีก็เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องกับชีวิตของคนยุคนี้มากอย่างปฏิเสธไม่ได้ อีกทั้งเด็กรุ่นใหม่ก็มีความคิดความอ่านความกล้าแสดงออกมากขึ้น เด็กได้เห็นโลกกว้างไกลมากขึ้น การสอนหนังสือสบายขึ้น และอาจารย์ก็ต้องเคารพสิทธิเด็กมากยิ่งขึ้น ทุกวันนี้เธอยังสอนทั้งระดับปริญญาตรีและปริญญาโท
สำหรับเรื่องที่ว่าการศึกษาไทยนั้นด้อยกว่าในนานาประเทศนั้น อาจารย์มีความเห็นต่าง... “นี่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ ก็สอนที่จุฬาฯ แห่งเดียวไม่เคยไปสอนสถาบันอื่น เคยไปสอนที่เยอรมนีมา ก็ช่วงสั้นๆ แต่ประสบการณ์ที่ผ่านมาพบว่า เด็กไทยไม่ด้อยกว่าเด็กฝรั่งเลย เขากล้าคิดกล้าแสดงออก กล้าซักถามด้วย ฉลาดพูด มีความเป็นตัวของตัวเองด้วย”
แม้ดูภาพลักษณ์จากภายนอกอาจารย์จะดูนิ่งขรึม หากก็แอบมีมุมเก๋ๆ ด้วยการเป็นนักสะสมหินและเครื่องประดับด้วยเหมือนกัน “ก็ไม่ได้มีเยอะหรอกนะคะ ก็มีที่ซื้อมาใส่เอง แต่ก็ชอบเรื่องหินโดยเฉพาะหินสีฟ้านี่จะชอบมาก อย่างวันนี้ก็ใส่หินสีฟ้าชื่อ ลารีมา จากประเทศโดมินิกัน เป็นหินจากใต้ทะเล ช่วงนี้รู้สึกเหนื่อยๆ เพลียๆ งานเยอะ เหมือนร่างกายแห้งแล้งขาดน้ำ การใส่หินลารีมา จะช่วยสร้างพลังให้มีความชุ่มชื่นมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น หรือช่วงไหนที่รู้สึกว่าต้องการความเข้มแข็งสร้างพลังใจ ก็จะใส่ลาปิส ลาซูรี่ คือชอบหินสีฟ้า ใส่แล้วมีความเชื่อมั่นมีความสุข 2 เส้นนี้จะใส่เป็นประจำ
นอกจากนี้ก็มีแหวนพลอยสามสีของคุณยายให้มา ซึ่งคนไทยเรียกพลอยสามสี แต่ฝรั่งเรียกว่าพลอยเนื้ออ่อนอเล็กซันไดรท์ เป็นพลอยที่มาจากประเทศรัสเซียตอนนี้หายากแล้ว เมื่อก่อนราคาไม่แพง ของแบบนี้เป็นเรื่องความเชื่อส่วนบุคคลนะ คือถ้าชอบใส่แล้วสวยมั่นใจมันก็มีความสุขได้เนอะ (ยิ้ม)"
อาจารย์เริ่มนับถือพุทธศาสนาตามแนวมหายานมาได้เกือบ 2 ปี ซึ่งทำให้อาจารย์รู้สึกมีความสุข นิ่งและสงบมากขึ้น จากเมื่อก่อนก็นับถือพุทธศาสนาตามสำมะโนครัว แต่ไม่เข้าถึง จนกระทั่งมาศึกษาแนวมหายานแล้วพบว่าถูกจริต เพราะเป็นเส้นทางที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง เมื่อเจอปัญหาจะทำให้ยอมรับและเผชิญหน้าได้ดีขึ้น คิดว่าการเป็นพุทธแนวที่ได้เลือกเองนั้นตอบโจทย์ในชีวิตได้มากกว่า
“เมื่อก่อนเวลาเจอปัญหาแล้วแก้ไม่ตก คิดจนหัวจะแตกแล้วยังแก้ไม่ได้ จะเครียดวิตกเป็นทุกข์ แต่มาแนวมหายานคิดว่าเป็นพุทธโดยเนื้อแท้มากขึ้น หลักของมหายานคือเน้นความมีเมตตากรุณา เน้นการภาวนา พูดคุยและรับฟัง ไม่ต้องมีเครื่องแบบ ไม่ต้องมีพิธีการ อยู่กับลมหายใจและการภาวนาของตัวเอง อยู่ตรงไหนก็ภาวนาได้ ของแบบนี้เป็นเรื่องเฉพาะตัว ว่าเราจะปิ๊งแวบกับอะไรที่เหมาะกับตัวตนของเราจริงๆ เวลามีปัญหาก็หาเวลาไปภาวนาอยู่กับลมหายใจตัวเองสัก 10 นาที ก็จะช่วยลดความเครียดไปได้เยอะ”
ด้านหลักการทำงานนั้นอาจารย์บอกไม่มีอะไรมาก คือทำให้เป็นธรรมชาติ ปล่อยไปตามความเป็นจริงอย่าไปปรุงแต่งให้มากมายแล้วอยู่กับปัจจุบันขณะ ไม่คาดหวังอะไรเกินจริง
สำหรับอนาคตในระยะ 3-4 ปีข้างหน้านี้ อาจารย์บอกอยากไปเดินเขาไกรลาสด้านประเทศทิเบต เพื่อไปเรียนรู้ตัวเองไปอยู่กับธรรมชาติจริงๆ อาจารย์เตรียมพร้อมด้วยการเข้ายิมสัปดาห์ละ 2 ครั้ง เพื่อเตรียมความพร้อมทำให้ร่างกายแข็งแรง นอกจากนี้ ก็คืออยากหาเวลาเพื่อจะอ่านหนังสือให้มากขึ้น เนื่องจากทุกวันนี้งานยุ่งจนไม่มีเวลาได้อ่านหนังสือที่ชื่นชอบเลย


