
ธุรกิจสปายังน่าสนใจ
การบำบัดความเจ็บปวดเมื่อยของร่างกาย หรือแม้แต่อาการเครียดด้วยการนวด เป็นสิ่งที่คนไทยรู้จักมานานและนิยมมากขึ้นในรูปแบบบริการสปา ซึ่งต่างก็พยายามหาจุดเด่นของตัวเองเพื่อเป็นเอกลักษณ์และสร้างแรงจูงใจ และอีกประการหนึ่งคงเป็นเรื่องของการแข่งขัน โดยที่ผ่านมารอบ 10 ปีมีสปาผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด ปัจจุบันอาจมีผู้มองว่าธุรกิจนี้เริ่มซาลงไป แต่การเปิดสปาแห่งใหม่ๆ ก็ยังมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันได้ผนวกขยายธุรกิจประเภทนี้เป็นภาพรวมในเรื่องของบริการด้านสุขภาพและความงามของไทย
ศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งที่ส่งเสริมและผลักดันภาคธุรกิจสุขภาพและความงามของไทย มีความเห็นว่า เศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่เชื่อว่าในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2553 ธุรกิจเพื่อสุขภาพความงามทั้งหลายจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น
ธุรกิจบริการด้านสุขภาพและความงามของไทยมีแนวโน้มในการขยายตัวสูงขึ้น ซึ่งเห็นได้จากมูลค่าการส่งออกสินค้าด้านความงามและสุขภาพประเภทเครื่องสำอาง สบู่ หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวในปี 2552 นั้น มีมูลค่าการส่งออกถึง 1,580 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งคาดการณ์ว่าในปี 2553 นี้ มูลค่าการส่งออกจะอยู่ที่ 1,659.63 ล้านเหรียญสหรัฐ มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น 5% จากปี 2552 โดยประเทศที่สั่งนำเข้าสินค้าด้านความงามและสุขภาพจากไทย ได้แก่ ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย เวียดนาม กัมพูชา พม่า สิงคโปร์ และจีน
“
ในส่วนของภาพรวมธุรกิจสปาไทยจัดได้ว่ามีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับจากต่างชาติ มีมูลค่าตลาดจากธุรกิจสปาอยู่ที่ 1.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และมีอัตราการเติบโตสูงในต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นในสหรัฐอเมริกา ยุโรป นอกจากนี้ยังได้รับความนิยมเป็นอันดับ 1 ในเอเชีย โดยภาพรวมธุรกิจสปาไทยมีอัตราการเติบโตประมาณ 2030% โดยแบ่งเป็นลูกค้าต่างประเทศประมาณ 80% และลูกค้าไทยประมาณ 20%” อธิบดีกรมส่งเสริมการส่งออก กล่าวให้ข้อมูลนอกจากเหล่าผู้ให้บริการได้พยายามแนะนำบริการใหม่และปรับปรุงคุณภาพบริการแล้ว กรมส่งเสริมการส่งออกก็ต้องการเป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้การเติบโตของภาคธุรกิจนี้ได้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น ดังนั้นในปีนี้จึงมีการจัดงานใหญ่สำหรับภาคธุรกิจนี้ขึ้น เป็นงานแสดงสินค้าธุรกิจบริการสุขภาพและความงาม Special Health and Beauty Showcase 2010 เพื่อแสดงให้เห็นถึงศักยภาพ
“ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงามของไทยที่ได้มาตรฐาน เพื่อการส่งออกสู่ตลาดโลก” เป็นการหนุนผู้ประกอบการไทย รวมถึงจะมีข้อเสนอแนะเพื่อเร่งปรับกลยุทธ์ฝ่าวิกฤต พร้อมเพิ่มช่องทางการตลาดใหม่ๆ มากขึ้น“
ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นจากหลายๆ หน่วยงาน นอกจากกรมส่งเสริมการส่งออกแล้ว ยังมีสมาคมผู้ผลิตเครื่องสำอางไทย สมาคมสปาไทย สมาคมแพทย์แผนไทยแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ผลิตยาสมุนไพร สมาคมอุตสาหกรรมสมุนไพร และสมาคมเสริมความงามแห่งประเทศไทย ภายใต้แนวคิด 3R : Relax Refresh และ Ready เพื่อให้ผู้เข้าชมงานรู้สึกผ่อนคลาย สดชื่นสบายใจ พร้อมที่จะมีสุขภาพดีทั้งกายและใจ จะเป็นเวทีสำหรับการรวมตัวของธุรกิจด้านสุขภาพและความงามของไทยคุณภาพระดับโลก มีจุดมุ่งหมายเพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นเวทีการค้านานาชาติ ส่งเสริมสนับสนุนและเพิ่มมูลค่าการส่งออกของธุรกิจสุขภาพและความงาม ด้วยการมุ่งสร้างภาพลักษณ์ของประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางธุรกิจส่งเสริมสุขภาพและความงามในภูมิภาคเอเชีย ชูจุดแข็งที่มีสินค้า บริการ และองค์ความรู้ด้านสุขภาพและความงาม อันเกิดจากการผสมผสานระหว่างการแพทย์แผนไทยและการนวดแผนโบราณ ที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยมาอย่างยาวนาน” ศรีรัตน์ กล่าวการจัดงาน Special Health & Beauty Showcase 2010 จึงเน้นเรื่องจัดแสดงนิทรรศการผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงาม แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการผลิตและการออกแบบสินค้าเพื่อสุขภาพและความงามของผู้ประกอบการไทย นอกจากนี้ยังมีการสาธิตและทดลองผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อีกด้วย เพราะต้องการให้เป็นเวทีธุรกิจบริการที่จะมีผู้เชี่ยวชาญมาให้คำแนะนำในเรื่องสุขภาพและความงามแบบ One Stop Service เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของผู้ซื้อ ผู้ผลิต ผู้ส่งออก และผู้ประกอบการธุรกิจจากทั่วโลก อาทิ การนวดแผนไทย สปาและอโรมาเทอราพี ผลิตภัณฑ์เสริมความงามและเครื่องสำอาง อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ สมุนไพรและการแพทย์แผนไทยวัตถุดิบและอุปกรณ์การผลิต รวมถึงผลิตภัณฑ์และบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
ไม่เพียงแต่ผู้ที่สนใจจะลงทุนในธุรกิจนี้ เพราะต่อให้เป็นผู้ที่ทำธุรกิจด้านนี้อยู่แล้ว ในงานก็ยังมีอะไรให้อัพเดตเพื่อปรับปรุงคุณภาพและรูปแบบการบริการได้อีกมากทีเดียว รวมถึงประชาชนทั่วไปที่สนใจก็สามารถไปเที่ยวชมงานนี้ได้







