
‘นิพพานเป็นอัตตาหรืออนัตตา’
ไม่มีเครื่องบินลำไหนที่มีเพียงปีกเดียวแล้วสามารถบินได้ พระพุทธศาสนาย่อมเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน
โดย...ราช รามัญ
ไม่มีเครื่องบินลำไหนที่มีเพียงปีกเดียวแล้วสามารถบินได้ พระพุทธศาสนาย่อมเป็นเช่นนั้นเหมือนกัน ถ้าเราเพียงแค่มีความคิดยึดมั่นถือมั่นแต่ระบบเถรวาทเพียงอย่างเดียว และไม่ให้ความสนใจในเรื่องของมหายาน ครั้นพระสงฆ์องค์เณรรูปใด ใครไปศึกษา แล้วมีพระบางรูปไปแสดงกิริยาถ่อยใส่แล้วกล่าวว่าร้ายเขาหาว่าเป็นพระนอกรีต นี่เป็นความเขลาเบาปัญญาของคณะสงฆ์ไทย
อย่างแรง
ผมเคยตั้งคำถามเล่นๆ ว่า ทำไมไร้ซึ่งพระสงฆ์ของประเทศไทยที่ไปยืนโดดเด่นเป็นสง่าได้รับการยอมรับจากฝรั่งทั้งยุโรปและอเมริกาซึ่งถือว่าเป็นปัญญาชน อีกทั้งทำไมไม่มีพระสงฆ์ไทยที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกเหมือนองค์ทะไลลามะกับท่านติชนัทฮันห์
คำตอบที่ได้รับ คือ ความสามารถไม่ถึง ความฉลาดไม่มี และอีกข้อหนึ่ง คือ ใจแคบ ไม่ยอมพัฒนาศักยภาพจิตใจของตัวเองให้สูงส่ง และสุดท้ายไม่แสวงหาความรู้เพิ่มเติม (เหมือนที่เปรียบเปรยว่ากบในกะลาครอบ) และอื่นๆ อีกมากมายสำหรับความด้อยพัฒนา
ทำไมนิกายมหายานจึงโด่งดังไปทั่วโลก...ทำไมฝรั่ง ชาติที่มากด้วยปัญญา เมื่อคิดจะนับถือพระพุทธศาสนา เหตุใดส่วนมากจึงเลือกแต่นิกายมหายาน ผมเคยพูดอยู่เสมอว่าจะนับถือพระพุทธศาสนาในนิกายไหนก็ได้ ที่นับถือแล้วทำให้ใจเราสบาย ไม่เป็นทุกข์ อันนั้นดีหมดแหละ
การเรียนรู้ธรรมะมานั้น เรียนเพื่อนำเอามาใช้กับตัวเอง ไม่ใช่เรียนเพื่อแบกความรู้หรือแสวงหา อยากมียศช้างขุนนางพระ ถ้าบวชเรียนเพื่อการนั้น ผมเรียกว่า บวชผลาญข้าวสุก
ไม่ต้องอะไรมาก...วันก่อนได้ยินเขาคุยธรรมะกัน แล้วจู่ๆ ก็มาเรียกผมให้ไปร่วมวง...เขาคุยกันเรื่องของคำว่า “นิพพาน” โดยฆราวาสคนหนึ่งบอกว่า นิพพานนั้นเป็นอัตตา ส่วนคู่สนทนาของเขาเป็นมหาเปรียญ ก็บอกว่าไม่ใช่... นิพพานเป็นอนัตตา คุยกันไม่ลงตัวหันมาถามผม ซึ่งคำถาม คือ
“นิพพานเป็นอะไร อัตตาหรืออนัตตา”
เลยสบโอกาสใช้วิชาการโค้ช...
ทำไมคิดว่า นิพพานเป็นอัตตา เขาตอบว่า เพราะนิพพานไปแล้วนั้น ยังคงเหลืออยู่ในรูปของพลังงานชนิดหนึ่ง แม้ไร้รูปก็ตาม... พอหันไปถามมหาเปรียญ
ทำไมคิดว่า นิพพานเป็นอนัตตา เขาตอบว่า เพราะทุกอย่างล้วนเป็นความว่างเปล่าทั้งหมด อีกอย่างในคัมภีร์ที่เรียนมาก็สอนมาแบบนี้ เมื่อทั้งสองต้องการคำตอบจากปากผมให้ได้ ผมจึงบอกไปว่า
“คุณสองคนโง่ทั้งคู่ แล้วยังจะมาเถียงเรื่องนิพพาน เป็นมหาเปรียญแล้วไง ที่เรียนมานึกว่ามันสอนกันถูกรึ แล้วที่ว่านิพพานเป็นอัตตา เคยเห็นเหรอ จึงเชื่อมั่นว่าถูกต้อง นี่ไง จึงบอกว่า โง่ทั้งคู่”
ทั้งคู่หันมาถามว่า
“นิพพานเป็นอะไร ถ้าไม่ใช่ทั้งอัตตาและอนัตตา”
เลยตอบไปว่า..“บ้าหอบฟางทั้งคู่”
บางคนอาจจะบอกว่าเป็นอจินไตย แต่ผมไม่ตอบแบบนั้น ไม่มีประโยชน์ใดๆ เพราะพูดไปทั้งสองคนก็ไม่พ้นสภาวะของตาบอดคลำช้าง สิ่งที่ผมพยายามสะท้อนสื่อออกมาให้เห็นนี่ เพียงเพื่อต้องการให้เห็นถึงความไม่เข้าใจและการล้มเหลวบางอย่างเกี่ยวกับความรู้ทางพระพุทธศาสนา
นิพพาน ก็คือ นิพพาน มันแต่เพียงแค่ชื่อเท่านั้น นั่นคือความเป็นชื่อนั้น ก็แค่นั้น แล้วจะต้องไปแปลไปเขียน ไปอธิบายอะไรอีกว่าเป็นอนัตตาหรืออัตตา ถ้าจะให้อธิบายจริงๆ ผมก็เชื่อว่า เขาสองคนคงไม่เข้าใจอย่างแน่นอนในขณะนั้น
นิพพานก็เป็นนิพพาน ไม่มีอะไรกับอะไรหรือต้องเป็นอะไร เพราะมันมีเพียงแค่ชื่อ...แต่คนที่โง่ ทั้งพวกที่เรียนและไม่เรียน พยายามเข้าไปหาความหมายของสิ่งที่เรียกว่านิพพาน เพื่อเอามาบัญญัติและเขียน จึงบอกเสมอไปว่า นิพพานในตำรา มันก็คือแค่ตำรา เพียงแค่เรื่องธรรมะที่สอนๆ กันอยู่แต่ละวัดก็ยังโจมตีกัน สำนักนั้นถูก สำนักนี่ถูก
แล้วสาธุชนที่เขาต้องการที่พึ่งทางใจ เพื่อให้เขาเกิดปัญญา เขาจะต้องทำอย่างไร...ด้วยเหตุนี้และอีกหลายเหตุที่ทำให้คนไทยพุทธจำนวนหนึ่งทิ้งพระพุทธศาสนาแบบเถรวาทแล้วหันไปทางมหายาน
และผมเชื่อว่าเร็วๆ นี้จะมีมากขึ้น โดยเฉพาะมหายานแบบเซนและแบบวัชรยาน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่เจนวาย เจนแซด เขาคิดเองเป็น ไม่จำเป็นต้องเชื่อใคร
แต่เขาจะให้ปัญญาที่มีของเขาศึกษาเอง และเมื่อเขาศรัทธาด้วยปัญญาแล้วก็ไม่มีใครสามารถไปเปลี่ยนแนวคิดได้เลย จะเถรวาทหรือมหายาน
อย่างไรก็ตาม ก็คือพระพุทธศาสนาเหมือนกัน เพียงแต่อีกนิกายหนึ่งมุ่งเน้นให้เห็นปัญญา อีกนิกายหนึ่งมุ่งแสวงหาอามิสผลิตแต่เครื่องรางของขลัง
สร้างพระราหูหลอกคนให้ไปกราบไหว้ มหาเถรสมาคม (มส.) ก็ไร้น้ำยาได้แต่อมน้ำหมาก ขากน้ำลาย ฝากด้วยก็แล้วกัน...







