
วสุ สุรัติอันตรา เป็นคนใหม่ด้วยไตรกีฬา
ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ไตรกีฬา (เริ่มจากว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน จบด้วยการวิ่ง) ได้รับความสนใจจากคนวัยทำงาน
โดย...สมแขก ภาพ : กฤษณ์ พรหมสาขา ณ สกลนคร
ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ไตรกีฬา (เริ่มจากว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน จบด้วยการวิ่ง) ได้รับความสนใจจากคนวัยทำงาน ศิลปิน และคนมีชื่อเสียงทั้งในแวดวงนักธุรกิจและเซเลบริตี้จำนวนไม่น้อย อาจเพราะกีฬาชนิดนี้เป็นบันไดอีกขั้นหนึ่งของคนที่ต้องการท้าทายความสามารถของตนเอง เช่นเดียวกับผู้บริหารงานเยอะจากปัญญ์ปุริ “วสุ สุรัติอันตรา” ที่กลายเป็นหนุ่มแอ็กทีฟเต็มขั้นหลังจากหันมาออกกำลังด้วยไตรกีฬา และจริงจังถึงขนาดลงรายการใหญ่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อย่างรายการ กรุงเทพไตรกีฬา ไตรลีกซีรี่ส์ 2015 รายการ IRONMAN 70.3 Danang ที่เวียดนาม หรือบางแสนไตรกีฬา
แม้ว่าตารางชีวิตจะแน่นแค่ไหนแต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับการซ้อม “เมื่อปีที่แล้วเพื่อนผมชักชวนให้เล่นไตรกีฬา เพราะเห็นผมวิ่ง และว่ายน้ำได้ แต่ก่อนหน้านี้ผมเป็นคนทำงานหนักและไม่ออกกำลังกาย ซึ่งจุดเปลี่ยนที่ทำให้ผมหันมาเล่นกีฬาจริงจัง ก็คือเรื่องสุขภาพ และน้ำหนักที่มากเกินไปของผม ผมเคยถ่ายเป็นเลือดจนกลัวว่าจะเป็นมะเร็ง เพราะที่บ้านป่วยด้วยโรคนี้ทุกคน ก็เลยหันมาดูแลตัวเอง ปรับการรับประทานอาหาร และเริ่มออกกำลังกายด้วยการวิ่ง”
หลังจากถูกชักชวนอยู่นาน วสุก็ตัดสินใจว่าจะลองสัมผัสกับไตรกีฬา ที่ใครๆ ก็บอกว่าเป็นกีฬาของคนเหล็ก เพราะต้องอาศัยความอึดของร่างกายและจิตใจ เขาจึงท้าทายตัวเองด้วยการเข้าเรียนในคอร์สสำหรับ
ฝึกฝนนักไตรกีฬาโดยเฉพาะ “ผมเริ่มจากกีฬาที่มั่นใจที่สุดคือว่ายน้ำ เพราะเป็นกีฬาชนิดเดียวที่เล่นมาตั้งแต่เด็กเพราะเราเป็นหอบหืด สำหรับการวิ่งผมค่อยๆ เพิ่มระยะ เมื่อเพิ่มระยะได้ก็ทำเวลาให้ดีขึ้น” วสุ เล่าถึงวินาทีที่เข้ามาทำความรู้จักกับไตรกีฬา “ความเข้มข้นของไตรกีฬาคือมีการจัดตารางซ้อมชัดเจน มีการวัดขีดความสามารถของ
ร่างกาย เราวิ่งได้ในระดับไหน ซึ่งเมื่อเข้าเทรนนิ่งสิ่งที่ผมพบคือผมวิ่งในระดับเบสิกมากๆ ส่วนคนที่ว่ายน้ำในไตรกีฬาได้ก็ไม่เหมือนกับคนที่ว่ายน้ำในสระได้ มันมีรายละเอียดที่ต่างออกไปซึ่งแม้ว่าเราจะว่ายน้ำได้ดี แต่ผมก็ต้องเริ่มเทรนระดับเบื้องต้นเหมือนกัน รวมทั้งจักรยาน ซึ่งผมเป็นคนตัวเล็กต้องสั่งจักรยานไซส์พิเศษ และผมไม่ถนัดจักรยานที่สุด ส่วนขี่จักรยานเป็นกีฬาที่ผมไม่รู้จักมาก่อน กว่าจะขี่ได้ดีก็ล้มที่สนามเขียว (ปัจจุบันคือสกายเลน) สนามบินสุวรรณภูมิอยู่หลายรอบ
“ผมว่าสิ่งสำคัญของการเล่นกีฬาชนิดนี้คือเป้าหมาย ถ้าเราชัดเจนเราจะมีพลังในการฝึกซ้อม ส่วนตารางการซ้อมจะค่อยๆ ขยับความยากขึ้นไปเรื่อยๆ เพื่อให้ร่างกายเราทนทาน มีการทดสอบเป็นระยะๆ ซึ่งเราก็ต้องแบ่งเวลาซ้อมและเข้าเรียนให้ได้มากที่สุด ไตรกีฬาทำให้ผมเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลย อย่างแรกผมผอมลง ต่อมาอาการไม่สบายของผมหายไป คงเพราะออกกำลังกายและปรับการกินประกอบกัน และโดยรวมทำให้ผมเป็นคนใหม่ เป็นคนที่มีวินัยและแข็งแรงมากพอจะดูแลคนที่เรารัก และงานที่บริษัท”
เมื่อถามว่าผู้บริหารอย่างเขาแบ่งเวลาเพื่อซ้อมและแข่งอย่างไร วสุ บอกว่า “ทุกคนมี 24 ชั่วโมงเท่ากัน ผมตื่นเช้าขึ้นเพื่อซ้อม บางวันว่ายน้ำ บางวันไปปั่นจักรยาน ส่งลูกไปโรงเรียน เข้ายิม ไปทำงาน ถ้าต้องเดินทางต่างประเทศ ผมก็วิ่งสำรวจรอบเมืองนั้นๆ มันเป็นการเปิดโลกและได้ทำในสิ่งที่เรารู้สึกสนุก เป็นการเติมพลังด้านบวกเพื่อเอาชนะอุปสรรคต่างๆ ในชีวิตได้”
สำหรับวสุ ช่วงเวลา 1 ปีที่ได้รู้จักไตรกีฬาทำให้เขามีกลุ่มก๊วนที่ฝึกซ้อมด้วยกัน ไปร่วมแข่งขันด้วยกัน มันต่อยอดทำให้เขาอยากสัมผัสกีฬาอื่นๆ และมีเป้าหมายที่เขาอยากไปให้ถึง “1 ปีที่ผ่านมาทำได้ทำมาหมด มาราธอน ไตรกีฬา วิ่งเทรล แต่สิ่งที่ผมอยากไปให้ถึงก็คือไตรกีฬาระยะไอเอิร์นแมน (Iron Man ว่ายน้ำ 3.8 กม. ปั่นจักรยาน 180 กม. และวิ่ง 42.195 กม.) เพื่อท้าทายตัวเอง แต่จะค่อยๆ ไต่ระดับครับ ไม่รีบ” นักไตรฯ มือใหม่ บอกยิ้มๆ







