posttoday
กฎหมายตั้งศาลทุจริต เร่งให้ "กรรมติดจรวด"

กฎหมายตั้งศาลทุจริต เร่งให้ "กรรมติดจรวด"

30 มิถุนายน 2559

ไพรัช วรปาณิ กรรมการอัยการ

โดย...ไพรัช  วรปาณิ กรรมการอัยการ

เป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่า การคอร์รัปชั่น เป็นเหมือนมะเร็งร้ายที่เกาะกิน Constitution ของประเทศไทยมาช้านาน เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืน มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจการเมืองและเสถียรภาพ ความมั่นคงของบ้านเมือง ทั้งทางตรงและทางอ้อม

​​ดังนั้น การที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ภายใต้การนำของ ศ.พรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ได้มีมติเห็นชอบผ่านร่าง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤตมิชอบ พ.ศ. ... เพื่อประกาศใช้บังคับในวันที่ 1 ต.ค. 2559 พร้อมกับการเร่งออกกฎหมายวิธีพิจารณาคดีทุจริตประพฤติมิชอบเพื่อเป็นเครื่องมือรองรับให้เกิดประสิทธิภาพ ดังที่เป็นข่าวคึกโครมเมื่อหลายวันที่ผ่านมานั้น จึงเป็นสิ่งที่น่ายินดี

นักการศึกษา นักกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมหลายสำนัก ต่างให้ความชื่นชมกับการทำงานอันมีประสิทธิภาพของสมาชิก สนช.ชุดนี้อย่างแน่นอน เพราะ...ถ้าหาก พ.ร.บ. ดังกล่าวนี้มีผลบังคับใช้เมื่อใด จะทำให้คดีที่เกี่ยวข้องกับ ป.อาญา มาตรา 157 ที่ผู้ทุจริตให้ความเกรงกลัวนั้น สามารถได้รับการวินิจฉัยตัดสินจากศาลนี้ ได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น “เหมือนกรรมติดจรวด” แน่นอน

ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นศาลที่ได้คัดเลือกผู้พิพากษาที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางและมีคุณสมบัติผ่านงานสำคัญๆ มาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ปี เข้ามาเป็นผู้วินิจฉัยตัดสินคดีในศาลนี้ เพื่อเป็นหลักประกันในการพิจารณาคดีให้เป็นไปได้อย่างรวดเร็วทันใจและยุติธรรม ไม่เกิดปัญหา “ดองคดี” จนผู้กระทำผิดเสียชีวิตหรือหมดอายุความอีกต่อไป เพราะศาลจะยกเลิกการนับอายุความช่วงที่มีการหลบหนีคดีในขณะเดียวกันด้วย

ที่สำคัญคือเมื่อคลอดศาลอาญาคดีทุจริตฯ นี้ ทำให้ไม่ต้องเดินตามคิวของศาลอาญาดังที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งมีผลทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าคดีล่าช้าคาอยู่ในศาลจำนวนมาก มีผลทำให้ผู้รักความเป็นธรรมพากันอึดอัดท้อแท้เกิดความรู้สึกในทางลบต่อศาล ทั้งที่ศาลเองได้เร่งรัดเต็มที่แล้ว

​​การตั้งศาลอาญาคดีทุจริตฯ เพื่อสะสางคดี “ฉ้อราษฎร์บังหลวง” ซึ่งเกิดขึ้นสำเร็จในสมัยของรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา ในครั้งนี้ นับว่าสอดคล้องกับนโยบายการปฏิรูปกฎหมายบ้านเมืองตามเจตนารมณ์ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมให้เกิดประสิทธิภาพ ส่งผลทำให้ “กรรมติดจรวด” ตามที่ทุกคนปรารถนาจะเห็น เพื่อยับยั้งมะเร็งร้ายการทุจริตคอร์รัปชั่นให้หยุดเติบโต ฉะนั้น การคลอดกฏหมายตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ จึงเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยเร่งให้ “กรรมติดจรวด” นั่นเอง

​​จะเห็นได้ว่าในระบบการพิจารณาคดีของศาลอาญาทั่วไปใช้ระบบ “กล่าวหา” เป็นไปตาม ป.วิอาญาเดิม ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ อัยการ หรือ ป.ป.ช. ต้องทำสำนวนส่งให้ศาลพิจารณาและคู่ความส่งคำแก้ต่างให้ศาลพิจารณาสืบพยานซึ่งต้องเสียเวลามากแต่หากมีการตั้งศาลคดีทุจริตและยกร่าง พ.ร.บ. วิธีพิจารณาของศาลแตกต่างจากเดิม โดยการใช้ระบบ “ไต่สวน” ซึ่งเปิดโอกาสให้คู่ความทั้งสองฝ่ายงัดหลักฐานโต้กันในศาลที่ตั้งขึ้นใหม่ได้อย่างเต็มที่เลยทีเดียว

​​ทั้งนี้ เพราะระบบกล่าวหาคือระบบที่ประจันหน้า ถ้าปรากฏว่าหลักฐานฝ่ายโจทก์ไม่ชัดพอและเกิดเป็นข้อสงสัย ศาลต้องยกประโยชน์ให้จำเลยเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ทำการฉ้อฉล “ที่หน้าเศร้าเล่าความเท็จ” ทำให้ต้องสืบพยานและต้องเสียเวลามาก

การเกิดศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่อยู่ในอำนาจศาล ซึ่งถูกนิยามไว้อย่างครอบคลุม คือ...คดีที่ฟ้องเจ้าหน้าที่รัฐในความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการคดีตามกฎหมาย ป.ป.ช. กฎหมายการเสนอราคา กฎหมายฟอกเงินคดีฟ้องขอให้ริบทรัพย์สินเนื่องจากเหตุร่ำรวยผิดปกติ และคดีที่ฟ้องประชาชนในความผิดเกี่ยวกับการให้สินบนเจ้าหน้าที่ เป็นอาทิ

​​สำหรับคดีทุจริตของนักการเมืองระดับสูงนั้น ยังคงกำหนดให้อยู่ในเขตอำนาจของ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเช่นเดิม ไม่อยู่ในเขตอำนาจของศาลอาญาคดีทุจริตฯ ที่ตั้งขึ้นใหม่นี้

ผู้เขียนจำได้ว่า “สนช.คนดัง” สมชาย แสวงการ เคยได้กล่าวไว้ว่า “กฎหมายฉบับนี้ นายกฯประยุทธ์ ตั้งใจให้เป็นของขวัญปีใหม่ 2559 สนช.จะสานฝันต่อให้เป็นจริงเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ไทย... ใครที่คิดว่าโกงแล้วรอดคิดใหม่ได้เลยเตรียมตัวรับกรรมไปนอนในคุกแน่ครับ”

โดยสรุปการตั้งศาลอาญาคดีทุจริตฯ ในความเห็นของสมาชิกน้ำดีต่างมองว่าเป็นการสอดรับนโยบายปราบโกงแบบทำให้ “กรรมติดจรวด” โดยเฉพาะความขัดแย้งทางการเมืองไทยในช่วงสิ้นปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งมีจุดเริ่มต้นจากความไม่พอใจนักการเมืองที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริต และกระบวนการยุติธรรมตามปกติยังไม่สามารถแสวงหาข้อเท็จจริงหรือนำคนผิดมาลงโทษได้
ทันท่วงที จนเป็นที่พึงพอใจแก่สังคมได้ ยังผลให้ผู้กระทำผิดไม่เข็ดหลาบในที่สุด

เป็นที่ยอมรับกันว่า กฎหมายปราบโกงยากที่จะคลอดได้ในรัฐบาลปกติ การที่ สนช.ทำหน้าที่แทนรัฐสภาในภาวะพิเศษโดยการนำของ ศ.พรเพชร ได้ดำเนินการผ่านมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์เป็นไปตามเป้าหมายการปฏิรูปกฎหมายของรัฐบาล ได้อย่างรวดเร็วในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการเพิ่มภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่รัฐบาลแล้ว ยังถือได้ว่าเป็นงานชิ้น “โบแดง” ซึ่งมีผลต่อการพัฒนาบ้านเมืองในการปราบโกงอันจะทำให้ “กรรมติดจรวด” เกิดผลทางรูปธรรมอีกด้วย จึงต้องปรบมือให้ท่านประธาน สนช. ที่สามารถคลอดกฎหมายดังกล่าวได้ทันการณ์ในรัฐบาลชุดนี้...เพื่อยับยั้งคอร์รัปชั่นที่กำลังระบาดไปในทุกแห่งหนในปัจจุบัน ให้บรรเทาลง

​​หลังจากข่าวการตั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบแพร่ออกทางสื่อ ปรากฏว่ามีผู้ไม่รู้พากันสอบถามมาว่า ถ้าต้องการตั้งศาลเฉพาะกิจดังกล่าวประกาศผลบังคับวันที่ 1 ต.ค. 2559 นี้แล้ว คดีที่เป็นความ “อัปยศ” ของการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ เช่น กรณี “เครื่องตรวจจับวัตถุระเบิด จีที200” ซึ่งเป็นที่ชัดเจนว่าศาลอังกฤษพิพากษาจำคุกยึดทรัพย์ผู้ผลิตไปแล้วฐานประดิษฐ์ “ไม้ล้างป่าช้า” เอาอุปกรณ์หาลูกกอล์ฟมามโนเป็นเครื่องมือวิเศษสามารถหาได้ครอบจักรวาลทั้งยาเสพติดทั้งวัตถุระเบิด ซึ่งมีราคาไม่แพงมาหลอกขายโก่งราคาเป็นแสนๆ นั้น จะเข้าเป็นคดีประเดิมชัยความศักดิ์สิทธิ์ของศาลปราบโกงนี้ไหมเนี่ย?

...ปุจฉานี้คงจะวิสัชนาได้เพียงว่า...ต้องติดตามอย่างไม่กะพริบตาต่อไปครับ...อย่างไรก็ตามปรากฏข่าวล่าสุดว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งให้สามเหล่าทัพสอบสวนเพื่อฟ้องร้องเอาผิดกับบริษัทผู้ขายแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐบาลชุดนี้พึงดำเนินการอย่างยิ่ง

สาเหตุของการริเริ่มจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตฯ ก็เนื่องมาจากรัฐบาลมองเห็นความสำคัญของการทุจริตประพฤติมิชอบ มีผลกระทบต่อเสถียรภาพความมั่นคงทางสังคมและเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืนประกอบกับการทุจริตและประพฤติมิชอบในระยะที่ผ่านมาได้ทวีความรุนแรงและก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินของแผ่นดินเป็นจำนวนมากและจากการดำเนินนโยบายในการแก้ไขปัญหาการทุจริตและประพฤติมิชอบอย่างจริงจังส่งผลให้มีคดีทุจริตและประพฤติมิชอบขึ้นสู่ศาลมากขึ้น สมควรจัดตั้งศาลอาญาคดีทุจริตฯ เพื่อให้การอำนวยความยุติธรรมในคดีทุจริตประพฤติมิชอบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

...และที่น่าสังเกตคือ พ.ร.บ. การตั้งศาลอาญาคดีทุจริตฯ ดังกล่าวได้กำหนด ให้ศาลนี้มีเพียงศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เท่านั้น ซึ่งมีนัยว่าจะนำมาใช้พิจารณาคดีคอร์รัปชั่นทั้งระบบในอนาคต

​​ผู้เขียนเห็นว่า การที่ สนช.ทำหน้าที่แทนรัฐสภาโดยการนำของ ศ.พรเพชร ได้ดำเนินการผ่านมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์เป็นไปตามเป้าหมายการปฏิรูปกฎหมายของรัฐบาล ดังที่ปรากฏผลอย่างรวดเร็วในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการเพิ่มภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่รัฐบาลแล้ว ยังถือได้ว่าเป็นงานชิ้น “โบแดง” ซึ่งมีผลต่อการพัฒนาบ้านเมืองในการปราบโกงอันจะทำให้ “กรรมติดจรวด” เกิดผลเป็นรูปธรรม จึงต้องปรบมือให้ท่านประธาน สนช. ที่สามารถคลอดกฎหมายอันมีความสำคัญต่อบ้านเมืองดังกล่าว ได้ทันการณ์ในรัฐบาลชุดนี้...ว่าไหม?!

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม