
สูงวัยอย่างสง่างาม
โดย...กันย์ ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์
โดย...กันย์ ภาพ คลังภาพโพสต์ทูเดย์
วงการแพทย์ได้บัญญัติปรับตัวเลขอายุตัวเลขเฉลี่ยของวัยกลางคนจากระดับอายุ 40-55 ปี เพิ่มมาเป็น 46-65 ปี และอายุ 66-75 ปี เป็นช่วงสูงวัยตอนต้น เนื่องจากคนเรามีอายุยืนยาวขึ้นและแม้วัย 50-60 ปี ก็ยังดูดีสง่างาม ดังนั้นเมื่อประชากรอายุยืนยาวขึ้นเราจึงต้องดูแลตัวเองให้แข็งแรง ดูดี สวยงาม ตามวัย หรือถ้าจะให้ดูดีกว่านั้นก็คือดูอ่อนกว่าวัยพูดง่ายๆ ก็คือยิ่งแก่ยิ่งต้องดูดี
แม้ว่าวัยกลางคนอาจจะทำให้คนเราผ่านอุปสรรคขวากหนาม สารพัดเรื่องราวในชีวิตมาอย่างโชกโชนมากมาย แต่เราก็แน่เพราะผ่านมันมาได้ทุกครั้งไป อาจจะเจ็บปวดเสียใจทั้งร่างกายและจิตใจกันมาบ้าง เพราะนั่นคือรสชาติของชีวิตที่ทุกคนต้องเจอ ยิ่งเจอมากก็ยิ่งแกร่ง บางคนอาจจะต้องมาเจอปัญหาของลูกๆ หลานๆ ซึ่งมักเกิดขึ้นได้เสมอ แต่ปัญหามีไว้ให้แก้และปล่อยวาง ไม่ได้มีไว้ให้แบก
มีเคล็ดลับดีๆ จาก โค้ช-สิริลักษณ์ ตันศิริ ในการปล่อยวางจากปัญหาต่างๆ นานาที่วัยกลางคนส่วนใหญ่มักต้องเจอ คิดในแง่ดีเข้าไว้ว่าปัญหามาปัญญาเกิด สมองเราเหมือนมีดยิ่งลับยิ่งคมยิ่งแก้ปัญหาบ่อยๆ ยิ่งแกร่ง ดังนั้นเวลาเจอปัญหาหรืออุปสรรคของชีวิตอย่าจมกับความทุกข์ เพราะถ้าปล่อยให้ตัวเองห่อเหี่ยวจิตตกจะยิ่งหาทางออกจากปัญหาไม่เจอ ลองใช้วิธีการดังนี้
1.หาหนังสือดีๆ มาอ่าน
ทั้งหนังสือแนวให้กำลังใจ การให้แนวคิดดีๆ หนังสือเกี่ยวกับการพัฒนาตัวเอง การสร้างความสำเร็จ การสร้างความร่ำรวย ซึ่งจะให้มุมมองใหม่ๆ ในชีวิตและเห็นวิธีการออกจากปัญหานั้น
2.พาตัวเองเข้าไปอยู่ในกลุ่มคนที่คิดดีคิดบวก
เพราะคนเหล่านั้นจะให้กำลังใจและให้แนวคิดดีๆ กับเราได้ อย่าอยู่ใกล้คนคิดลบพูดลบเพราะจะยิ่งลดทอนพลังในตัวเรา ณ เวลานี้เราต้องเติมพลังบวกให้ตัวเองมากๆ เลย
3.พูดคุยกับคนที่มองโลกใน
แง่ดีและมีความสุข
หรือคนที่เคยผ่านพ้นปัญหาคล้ายๆ กันมาก่อน ขอคำแนะนำจากเขาเหล่านั้น วิธีนี้จะทำให้เห็นทางออกจากปัญหาได้อย่างรวดเร็ว เพราะคนที่ให้คำแนะนำเขาผ่านปัญหามาก่อนแล้ว บางคนอาจเคยเจอปัญหาหนักกว่าอีก ซึ่งการสนทนากับเขาจะทำให้เราเห็นทางออกจากปัญหาได้ชัดเจนขึ้น และจะได้กำลังใจมากขึ้นเพราะขนาดเขามีปัญหามากกว่าเราเขายังผ่านพ้นไปได้ เราต้องผ่านพ้นและเอาชนะได้เช่นกัน!
4.เข้าสัมมนาดีๆ
เพื่อรับแนวคิดใหม่และวิธีการสร้างความสำเร็จให้เพิ่มพูนมากขึ้น วิธีนี้จะช่วยเสริมสร้างสติปัญญาให้กับเราได้อย่างรวดเร็ว ณ เวลานี้อาหารสมองใหม่ๆ ที่ดีมีคุณภาพสำคัญมากๆ สำหรับเรา ไอเดียดีๆ บางอย่างอาจจุดประกายให้เห็นโอกาสในการทำเงินมากขึ้น กลยุทธ์ต่างๆ ที่ได้เรียนรู้อาจทำให้ธุรกิจและชีวิตเราติดสปีดได้เร็วขึ้น
5.พาตัวเองออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์
อาจจะเดินเล่นในสวนสาธารณะ หรือพักผ่อนต่างจังหวัด อยู่กับธรรมชาติ อยู่ในที่อากาศโปร่งโล่งเย็นสบาย ทำใจให้ผ่อนคลาย อยู่กับตัวเองอย่างสงบ บางทีปัญญาอาจผุดขึ้นมาตอนที่จิตใจสงบก็เป็นได้ หางานอดิเรกที่ชอบทำ
6.ออกกำลังกายผ่อนคลายความตึงเครียด
แถมยังได้สุขภาพที่ดีกลับมาอีกด้วย เราต้องดูแลสุขภาพกายใจให้แข็งแรง เพราะกายกับใจสัมพันธ์กัน ถ้าร่างกายอ่อนแอ ใจก็จะอ่อนแอตามไปด้วย การได้เคลื่อนไหวร่างกายจะทำให้พลังชีวิตที่อยู่ภายในสดชื่นกระปรี้กระเปร่ามากขึ้น สมองปลอดโปร่งขึ้น ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ จะเกิดได้ง่ายมากขึ้น
7.เปิดหูเปิดตา
มองสิ่งที่พบเจอรอบๆ ตัว ไม่ว่าจะเป็นรายการทีวี หนังสือพิมพ์ นิตยสาร วิทยุ บางครั้งคำตอบในการออกจากปัญหาอาจแสดงตัวให้เราเห็นถ้าเราหัดสังเกตดีๆ
จงมีความเชื่อไว้อย่างหนึ่งว่า อะไรที่เกิดขึ้นแล้วมันดีเสมอสำหรับเรา มันมาให้ประโยชน์ให้ประสบการณ์ ให้เราได้เรียนรู้ ไม่เจอวันนี้ก็วันหน้า รักษาใจของเราให้มีพลังไว้เสมอ
จงจำไว้ว่า เรามีศักยภาพมากมายมหาศาลในตัวเอง อย่าย่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรค เรียกพลังความมั่นใจกลับมาใหม่อีกครั้ง ปัญหาทุกปัญหามีทางออกเสมอแม้ต้องใช้เวลาบ้างก็ตาม บอกตัวเองไว้เสมอว่าแล้วเราจะโชคดี จะเอาชนะทุกปัญหาและอุปสรรคได้ มองโลกแง่ดีสะกดจิตตัวเองไว้ว่าเดี๋ยวมันก็จะผ่านไป เดี๋ยวมันก็จะดีขึ้นเสมอ







