ลบอาถรรพ์แห่งการล้างรถ
เช้าวันนี้อากาศสดใสแสงแดดจ้าและฟ้าโปร่ง เหมาะแก่การล้างรถที่อยู่ในสภาพเขรอะฝุ่นมาตลอดทั้งสัปดาห์ พอล้างเสร็จก็เหมือนชีวิตนี้มีคำสาป ฟ้าฝนตั้งเค้าราวพายุฤดูฝน ถล่มซัดต้นไม้ใบไม้และเศษฝุ่นกระจายไปทั่ว ใช่แล้วครับ ผมล้างรถทีไรฝนตกทุกที เพื่อนผมคนหนึ่งจึงให้เทคนิคในการล้างรถดังนี้ครับ
เช้าวันนี้อากาศสดใสแสงแดดจ้าและฟ้าโปร่ง เหมาะแก่การล้างรถที่อยู่ในสภาพเขรอะฝุ่นมาตลอดทั้งสัปดาห์ พอล้างเสร็จก็เหมือนชีวิตนี้มีคำสาป ฟ้าฝนตั้งเค้าราวพายุฤดูฝน ถล่มซัดต้นไม้ใบไม้และเศษฝุ่นกระจายไปทั่ว ใช่แล้วครับ ผมล้างรถทีไรฝนตกทุกที เพื่อนผมคนหนึ่งจึงให้เทคนิคในการล้างรถดังนี้ครับ
1.ดูสภาพภูมิอากาศผ่านแอพ
การรายงานสภาพอากาศผ่านแอพในสมาร์ทโฟนถือว่าแม่นยำอยู่ในระดับที่เชื่อถือได้ครับ ถ้ามีรายงานว่าฝนตกก็ลองล้างรถด้วยน้ำฝนดู ลงน้ำยาล้างคราบสกปรกออกให้หมดก่อนและปล่อยให้ฝนชะล้าง จนหยุดตกแล้วค่อยเดินกลับไปเช็ดให้แห้ง แค่นี้รถก็สะอาดและประหยัดน้ำในตัว
2.ล้างรถตอนเช้า
ช่วงเวลาที่เหมาะกับการล้างรถมากที่สุดก็คือช่วงเช้า เพราะตัวรถไม่ร้อน แดดไม่ร้อน สบายทั้งรถทั้งเจ้านาย ฉีดน้ำไปแล้วน้ำยังเกาะตัวถังรถได้ดีกว่าการล้างช่วงกลางวันที่อากาศร้อนทำให้เราต้องฉีดน้ำซ้ำ จากนั้นปล่อยให้รถแห้งและไล่ความชื้นด้วยแสงแดด ในขณะที่การล้างรถในเวลากลางวันคุณจะพบอากาศที่ร้อนจนเกินไป และทำให้น้ำที่ฉีดไว้ก่อนลงน้ำยาล้างรถระเหยไปหมด ส่วนการล้างในช่วงเย็นและกลางคืนมักล้างไม่สะอาด และจะทำให้เกิดความชื้นสะสมในตัวรถ
3.ใช้น้ำยาเคลือบสีรถ
เหตุผลที่เราแนะนำให้ใช้น้ำยาเคลือบสีรถก็เพราะช่วยให้สิ่งสกปรกเกาะตัวถังได้ยากและล้างออกง่าย ประหยัดน้ำในการล้างรถครั้งต่อไป แต่คุณควรแน่ใจว่าน้ำยาเคลือนนั้นไม่มีส่วนประกอบของ
ผงขัด และคุณไม่ควรเสียเงินไปกับน้ำยาเคลือบสีรถให้เกินความจำเป็น เพราะรถมีไว้ให้ใช้ ไม่ได้มีให้เราเป็นทาส


