
ทนไปก่อน ก.ค.ฝนมาแน่ แค่นี้ยังชิวๆ อีก 20 ปี สุดระอุ
ร้อนตับแลบ ยืนยันได้เพราะประเทศไทยติดอันดับท็อปเทน “สภาพอากาศร้อน”
โดย...กองบรรณาธิการโพสต์ทูเดย์
ร้อนตับแลบ ยืนยันได้เพราะประเทศไทยติดอันดับท็อปเทน “สภาพอากาศร้อน”
eldoradocountyweather.com ได้ทำการรวบรวมข้อมูลอุณหภูมิจากเมืองต่างๆ ในโลก และปรากฏว่าเมื่อไม่กี่สัปดาห์มานี้ จ.สุโขทัย ของประเทศไทย ติดอากาศร้อนอันดับที่ 9 ของโลก
ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะไม่เชื่อ เพราะอุณหภูมิปีนี้มันร้อนเกินบรรยายจริงๆ
ตัวเลขอุณหภูมิที่พุ่งสูงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน นำไปสู่การล้มป่วยและบางคนถึงกับช็อกตายเพราะไม่สามารถทนได้กับสภาพอากาศเช่นนี้
หลายคนต้องเลือกวิธีหนีไปจากความร้อนบ้างต้องเปิดเครื่องปรับอากาศในที่พักนานขึ้นกว่าเดิม เลือกหลบร้อนเข้าห้างสรรพสินค้า และอีกมากมายหลายวิธีที่คนจะเลือกสรรหาเพื่อหนีความร้อน
เพราะว่าความร้อนปีนี้มันเร่งปรอทแตกให้กับทุกผู้ทุกคนในเมืองไทยอย่างแท้จริง อีกทั้งแนวโน้มจากนักวิเคราะห์หลายสำนักก็พูดไปทิศทางเดียวกันว่า อุณหภูมิจะสูงขึ้นเรื่อยๆ ทุกปีไป
หลายครอบครัวจึงต้องคิดหาทางหนีความร้อนให้ตัวเอง
อีกทั้งก็นำไปสู่คำถามในข้อสงสัยของใครหลายคนว่า ภาวะอากาศร้อนจัดในปีนี้ เป็นเพราะสาเหตุใด ประเทศไทยจึงมีแสงแดดสาดส่องให้แสบผิวสุดจะทนทานได้ถึงเพียงนี้ แม้กระทั่งจะหลบอยู่ภายในที่พักอาศัยแล้วก็ยังหนีไม่พ้น
อานนท์ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) วิเคราะห์ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างน่าสนใจ
เขาประเมินจากสถิติว่า อุณหภูมิความร้อนในช่วงเดือน เม.ย. ยังไม่ถือว่าร้อนมากจนทุบทำลายสถิติที่ผ่านมา เป็นเรื่องปกติในช่วงฤดูร้อนระยะนี้ แต่ความรู้สึกร้อนของคนกรุงเทพมหานครนั้นเกิดจากหลายสาเหตุ อาทิ ความชื้น ไอร้อนจากตัวอาคารที่แผ่ออกมารวมถึงมลพิษทางอากาศ ส่วนจะเกิดจากผลกระทบของภาวะโลกร้อนหรือไม่ ยังเป็นเรื่องไกลตัว แต่มีแนวโน้มระยะยาวอีกประมาณ 20-30 ปีหลังจากนี้ เชื่อว่าอุณหภูมิโลกจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างแน่นอน
สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ จะมีปัญหาเรื่องโดมความร้อน คือการสะสมความร้อนในช่วงเวลากลางวัน เกิดจากความร้อนของตัวอาคาร ความร้อนจากรถยนต์บนถนน ก่อให้เกิดเป็นโดมที่มองไม่เห็นด้วยตาครอบคลุมทั่วทั้งเมือง เช่น พื้นที่ย่านหนองจอก หรือนครปฐม จะไม่ร้อนเท่าตัวเมืองที่มีอาคารสิ่งก่อสร้างเป็นจำนวนมาก ทว่าสุดท้ายโดมนี้จะสลายตัวไปในช่วงเวลากลางคืนแล้วสะสมตัวใหม่ในช่วงเช้าของวันถัดไป
“ความร้อนที่เกิดขึ้นเวลานี้ ยังไม่ชี้ชัดว่ามาจากภาวะโลกร้อน แต่มาจากผลกระทบในการบริหารจัดการพื้นที่ในเขตเมืองที่ยังต้องแก้ปัญหาอีกหลายเรื่อง เพราะความรู้สึกไม่สบายตัวเกิดจากไอความร้อนสะสมแผ่ขยายจากสิ่งปลูกสร้าง ผู้ที่อยู่ภายในอาคารก็จะรู้สึกร้อน ยิ่งอยู่นอกอาคารก็ยิ่งร้อนมากขึ้น ดังนั้นการเพิ่มพื้นที่สีเขียวจึงเป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องทำ” อานนท์ กล่าว
ส่วนความคาดหวังว่าเดือน พ.ค. สายฝนจะช่วยลดอุณหภูมิลงได้นั้น คาดว่าจะมีฝนตกลงมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เนื่องจากยังไม่มีพายุที่ต้องจับตาว่าจะส่งผลให้มีฝนตกมากเกิดขึ้น การที่พายุจะเข้าพัดผ่านประเทศไทยจะต้องผ่านช่วงเดือน ก.ค.-ส.ค.ไปแล้ว ดังนั้นการเกิดพายุช่วงต้นปีจึงเป็นไปได้น้อยมาก ซึ่งทำให้ต้องระมัดระวังการใช้น้ำ โดยเฉพาะภาคการเกษตร ฉะนั้นอย่าเพิ่งโหมเพาะปลูกพืชที่ต้องใช้น้ำปริมาณมาก
อานนท์ ทิ้งท้ายว่า การแก้ไขอากาศร้อนสามารถทำได้หลายวิธี เช่น การปรับเปลี่ยนวัสดุที่ใช้ก่อสร้างอาคาร การบริการจัดการด้านคุณภาพอากาศ เพิ่มพื้นที่สีเขียวในเขตเมือง สิ่งเหล่านี้จะช่วยลดความร้อนได้และเห็นผลชัดเจน จึงเป็นเรื่องที่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันแก้ปัญหาเร่งด่วน
กระหน่ำไฟฟ้าเพื่อคลายร้อน
สอดรับกับเรื่องค่าไฟ และสถานการณ์การใช้ไฟฟ้าในเมืองไทยในช่วงหน้าร้อนนี้ พบว่า การใช้ไฟฟ้าสูงสุด (ไฟพีก) เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 เม.ย. เวลา 14.13 น. ปริมาณการใช้ไฟฟ้าอยู่ที่ 29,004.6 เมกะวัตต์ ทำลายตัวเลขการใช้ไฟฟ้าสูงสุดในปีนี้เป็นครั้งที่ 4 เมื่อเทียบกับปี 2558 ที่อุณหภูมิ 38.1 องศาเซลเซียส และสูงกว่าค่าพยากรณ์ที่คาดการณ์ไว้ที่ 2.9 หมื่นเมกะวัตต์ สาเหตุหลักยังคงมาจากสภาพอากาศที่ร้อนจัดในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง
สุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) บอกว่าสำหรับสถานการณ์การใช้ไฟฟ้า คาดว่าปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุดจะอยู่ที่ไม่เกิน 29,200 2.92 หมื่นเมกะวัตต์ โดยมีโอกาสเกิดไฟพีกอีกครั้ง เนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ว่า ไทยจะมีอากาศร้อนจัดขึ้นอีก จากนั้นจะเข้าสู่ช่วงวันหยุด วันแรงงานแห่งชาติ วันฉัตรมงคล และวันพืชมงคล ในเดือน พ.ค. ซึ่งจะมีผลให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าลดลงกอปรกับจะเริ่มมีฝนตกและอากาศเย็นลง ทำให้การใช้ไฟฟ้าลดลงตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม กฟผ.ได้เตรียมกำลังผลิตไฟฟ้าและเชื้อเพลิงเพียงพอกับความต้องการใช้ไฟฟ้า และขอความร่วมมือประชาชนช่วยกันประหยัดไฟฟ้าตามมาตรการ “ปิด-ปรับ-ปลด-เปลี่ยน” วันละ 1 ชั่วโมง ในช่วงเวลา 14.00-15.00 น. เป็นเวลา 2 เดือน ตั้งแต่วันที่ 20 มี.ค.-20 พ.ค. 2559 โดยปิดไฟดวงที่ไม่ใช้ ปรับลดอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศมาอยู่ที่ระดับ 26 องศาเซลเซียส ปลดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ไม่ใช้งาน และเปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์ที่ประหยัดไฟฟ้า
“บ้านคลายร้อน” ทางออกหาความเย็น
ในภาวะที่อากาศร้อนอบอ้าว และมีแนวโน้มที่ในอนาคตความร้อนจะเพิ่มขึ้นได้อีก ตามสภาวะอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป การทำให้บ้าน “อยู่สบาย” จึงเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นขึ้นเรื่อยๆ
ฎายิน เกียรติกวานกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านวัสดุก่อสร้างจากเอสซีจี ได้อัพเดทเคล็ดลับปรับเปลี่ยนบ้านให้เย็นและอยู่สบายขึ้น ผ่านการเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่เหมาะสม และสร้างกระบวนการหมุนเวียนอากาศภายในบ้าน เพื่อให้บ้านพร้อมรับมือกับสภาพอุณหภูมิเมืองไทยที่ทวีความร้อนขึ้นทุกปี
วัสดุก่อสร้างเปรียบเสมือนปราการด่านแรกก่อนที่ความร้อนจะเข้าสู่ตัวบ้าน เคล็ดลับที่หนึ่งคือ การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่ถูกต้องและเหมาะสมกับอากาศประเทศไทย จึงถือว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากต่อการลดอุณหภูมิให้บ้าน โดยสิ่งแรกที่เป็นเกราะชั้นบนสุดของบ้านคือ หลังคา
ปัจจุบันได้มีนวัตกรรมหลังคาเฉดสีเข้มที่สามารถสะท้อนความร้อนได้ดี ช่วยให้สามารถเลือกใช้หลังคาสีเข้มได้โดยไม่ต้องกลัวร้อนอีกต่อไป เนื่องจากมีนวัตกรรมโมเลกุลเม็ดสีสูตรพิเศษที่ทำให้สามารถสะท้อนความร้อนได้ดีแม้จะเป็นหลังคาสีเข้มก็ตาม นอกจากหลังคาแล้วสิ่งสำคัญรองลงมาคือ ฝ้าเพดาน ควรจะติดตั้งฉนวนกันความร้อนเพื่อให้เป็นเกราะชั้นที่สองที่จะเป็นตัวช่วยป้องกันความร้อนที่หลงเหลือลงมาจากหลังคา
เมื่อเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่เหมาะสมเพื่อป้องกันความร้อนจากภายนอกของบ้านแล้ว อันดับต่อมาเจ้าของบ้านควรใส่ใจถึง การเปิดเส้นทางหมุนเวียนอากาศภายในบ้าน โดยปกติบ้านทุกหลังจะต้องมีหน้าต่างเป็นส่วนประกอบของบ้าน และหน้าที่หลักๆ ของหน้าต่างคือช่วยระบายอากาศเข้าออกเพื่อหมุนเวียนอากาศภายในบ้าน แต่เมื่อผู้อยู่อาศัยจำเป็นต้องปิดหน้าต่าง หรืออยู่ในบ้านที่มีหน้าต่างน้อยอาจทำให้อากาศไม่สามารถหมุนเวียน จึงทำให้รู้สึกร้อนอบอ้าว และไม่สบายตัว
ฎายิน บอกว่า สิ่งแรกที่บ้านควรมีคือ ช่องสำหรับเปิดรับอากาศที่ดีเข้าบ้าน ที่จะช่วยนำอากาศใหม่ๆ เข้าสู่ตัวบ้านได้ตลอดเวลา โดยควรติดตั้งหน้าต่างหรือช่องในด้านทิศใต้ซึ่งจะเป็นทิศที่ลมพัดผ่านได้เกือบตลอดทั้งปี หรือติดตั้งในทิศทางที่มีบริเวณที่ลมเย็นพัดผ่าน เช่น ด้านที่หันเข้าหาสวนบริเวณบ้าน ต้นไม้ หรือแหล่งน้ำ เพื่อให้ได้อากาศที่ดีและสดชื่นที่สุด หากเป็นไปได้ควรติดตั้งบริเวณที่สามารถเปิดไว้ตลอดได้ เพื่อที่เวลาผู้อยู่อาศัยไม่อยู่บ้านแล้วต้องปิดประตูหน้าต่างทั้งหมดหรือบ้านที่มีประตูหน้าต่างน้อยก็จะทำให้อากาศภายในบ้านสามารถหมุนเวียนได้ดี ไม่ร้อนอบอ้าวจนเกินไป
เมื่อนำอากาศใหม่ๆ เข้ามาในบ้านแล้ว การระบายอากาศร้อนออกจากตัวบ้าน ก็เป็นสิ่งต่อมาที่สำคัญไม่แพ้กันเพราะโดยธรรมชาติของอากาศร้อนจะลอยขึ้นสู่ที่สูง ฉะนั้นเมื่อเติมอากาศเย็นเข้ามาในบ้านผ่านทางหน้าต่างหรือช่องลม อากาศร้อนภายในบ้านจะถูกผลักดันให้ลอยไปยังบริเวณฝ้าเพดานและจะแทรกตัวเข้าตามรอยต่อของฝ้าออกไปยังโถงหลังคาแล้วค่อยๆ ออกไป
จากบ้านตามช่องหรือฝ้าชายคา เพราะฉะนั้นหากติดตั้งช่องระบายอากาศบริเวณฝ้าและหลังคาก็จะช่วยเร่งกลไกในการระบายอากาศร้อนได้ดีและรวดเร็วกว่า
เมื่อใช้ทั้งสององค์ประกอบร่วมกันจะทำให้บ้านสามารถหมุนเวียนอากาศได้ตลอดเวลาแม้จะปิดบ้านไว้ทั้งวัน ตัวบ้านจึงไม่ร้อนอบอ้าวหรืออับชื้น ผู้อยู่อาศัยจะรู้สึกปลอดโปร่ง
นอกจากให้ความสำคัญกับการปรับลดความร้อนภายในบ้านแล้ว เราควรใส่ใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและการลดโลกร้อนไปด้วย โดยการเลือกใช้พลังงานสะอาดจากแผงผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Panel) และช่วยกันเพิ่มพื้นที่สีเขียวบริเวณรอบๆ บ้านด้วยการปลูกต้นไม้ เพื่อบ้านของเราจะได้น่าอยู่ และร่มเย็นอย่างยั่งยืน
ยอดขายพัดลมไอเย็นกระฉูด
แม้ว่าปีนี้ประเทศไทยจะประสบกับปัญหาสภาพอากาศร้อนจัด ซึ่งน่าจะเป็นผลดีกับธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าทำความเย็น แต่ความเป็นจริงกลับไม่เป็นอย่างนั้น เนื่องจากปีนี้ประเทศไทยยังคงต้องประสบกับปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ และกำลังซื้อชะลอตัว จึงทำให้สภาพอากาศที่ร้อนจัดไม่ส่งผลดีเท่าที่ควรกับตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าทำความเย็น โดยเฉพาะตลาดเครื่องปรับอากาศ ซึ่งถือเป็นสินค้าหลักที่จะได้รับอานิสงส์ด้านยอดขายในช่วงหน้าร้อน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ออกมาคาดการณ์ว่า ภาพรวมยอดขายเครื่องปรับอากาศไทยในปี 2559 น่าจะมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 1.81-1.83 ล้านเครื่อง เติบโตจากปี 2558 เพียง 4.7-6.1% เท่านั้น ซึ่งหากคิดเป็นมูลค่าการซื้อขายก็จะอยู่ที่ประมาณ 26,064-26,395 ล้านบาทเติบโต 3.6-5% เมื่อเทียบกับปี 2558 ที่มีมูลค่าอยู่ที่ 25,150 ล้านบาท
สมศักดิ์ จิตติพลังศรี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซัยโจ เด็นกิ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า ภาพรวมตลาดเครื่องปรับอากาศในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตอยู่ที่ประมาณ 5% ถือเป็นอัตราการเติบโตที่น้อยมาก เนื่องจากกำลังซื้อของผู้บริโภคภายในประเทศอยู่ในภาวะชะลอตัว จึงทำให้ยอดขายเครื่องปรับอากาศชะลอตัวตามไปด้วย ทั้งที่มีปัจจัยร้อนในด้านของสภาพอากาศที่ร้อนจัด ซึ่งหากกำลังซื้อดีกว่านี้ เชื่อว่าตลาดรวมเครื่องปรับอากาศจะเติบโตได้ถึง 25%
อีกหนึ่งกลุ่มสินค้าที่มีหน้าขายอยู่ในช่วงหน้าร้อน และมีแนวโน้มยอดขายที่ดี คือ กลุ่มสินค้าพัดลมไอเย็น เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีราคาขายไม่แพง เมื่อเทียบกับเครื่องปรับอากาศ จึงทำให้กลุ่มสินค้าพัดลมไอเย็นเป็นอีกหนึ่งกลุ่มสินค้าทำความเย็นที่ได้รับความนิยมรองจากเครื่องปรับอากาศ
นพชัย วีระมาน กรรมการผู้จัดการ บริษัทมาสเตอร์คูล อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า ภาพรวมยอดขายพัดลมไอเย็นในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมาได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเนื่องจากสภาพอากาศร้อนจัด ทำให้ผู้บริโภคหันมาซื้อพัดลมไอเย็นมากขึ้น เพราะราคาสินค้าไม่แพงเมื่อเทียบกับเครื่องปรับอากาศ ประกอบกับบริษัทมีการขยายช่องทางการทำตลาดที่ครอบคลุมกลุ่มลูกค้ารายย่อยภายหลังจับมือกับบริษัท ซิงเกอร์ ให้ช่วยจำหน่ายสินค้าไปยังกลุ่มรากหญ้า ซึ่งบริษัทยังเข้าไปทำตลาดไม่ถึงกลุ่มลูกค้าเหล่านี้
ไม่ต่างจาก จักรกฤษณ์ กีรติโชคชัยกุลผู้อำนวยการใหญ่อาวุโส บริหารสินค้า เพาเวอร์มอลล์ บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป กล่าวว่า ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าในช่วงหน้าร้อนปีนี้กลุ่มทำความเย็นเริ่มกลับมาสร้างความคึกคักให้ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าอีกครั้ง เห็นได้จากผู้ประกอบการในกลุ่มสินค้าทำความเย็นที่ให้ความสำคัญในการกระตุ้นยอดสินค้ากลุ่มนี้ในช่วงหน้าร้อนนี้ เพราะช่วงเวลาดังกล่าวสามารถสร้างยอดขายให้เติบโตจากช่วงปกติได้ถึง 4-5%
สำหรับกลุ่มสินค้าที่มียอดขายเติบโตสูงสุดในช่วงหน้าร้อนนี้ คือ เครื่องปรับอากาศ และตู้เย็น โดยเฉพาะหากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ความต้องการของผู้บริโภคทั้งปีนั้น ความต้องการซื้อจะอยู่ในช่วงหน้าร้อนนี้ประมาณ 40% และปีนี้เป็นปีที่คาดการณ์ว่าการแข่งขันจะดุเดือด เพราะทุกแบรนด์สินค้ามุ่งเน้นที่จะเพิ่มยอดขายและขยายตลาดเครื่องปรับอากาศให้ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
สำหรับพฤติกรรมการเลือกซื้อเครื่องปรับอากาศของผู้บริโภคในหน้าร้อนนี้ไม่มีความแตกต่างจากปีที่แล้วนัก โดยส่วนใหญ่ลูกค้ามีการวางแผนการซื้อสินค้าล่วงหน้า ในส่วนของขนาดที่นิยมซื้อ อยู่ที่ขนาด 13000-18000 บีทียู เป็นกลุ่มที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งความต้องการที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นไปในทิศทางเดียวกับเพาเวอร์มอลล์ ที่ลูกค้าจะนิยมซื้อเครื่องปรับอากาศที่มีขนาดใหญ่บีทียูสูงๆ มากกว่าขนาดเล็ก เพราะสามารถประหยัดไฟได้ดีกว่า
นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังนิยมสินค้าดีไซน์ใหม่ๆ ที่แปลกตา รวมไปถึงเครื่องปรับอากาศที่มีระบบอินเวอร์เตอร์ ซึ่งจากความต้องการดังกล่าวส่งผลให้สัดส่วนของตลาดเครื่องปรับอากาศอินเวอร์เตอร์มีสัดส่วนยอดขายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มตระหนักถึงเรื่องของการประหยัดพลังงานและมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบอินเวอร์เตอร์มากขึ้นเพราะระบบอินเวอร์เตอร์สามารถช่วยประหยัดพลังงานได้ถึง 68%
จักรกฤษณ์ กล่าวอีกว่า พัดลมไอน้ำก็ยังเป็นอีกหนึ่งกลุ่มสินค้าที่ทำตลาดได้ดีมากในช่วงหน้าร้อนนี้ เห็นได้จากยอดขายภายในเพาเวอร์มอลล์ที่มีอัตราการเติบโตสูงกว่า 40-50%ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา สาเหตุหลักน่าจะมาจากราคาที่ลูกค้าสามารถจับต้องได้ อีกทั้งยังเป็นสินค้าที่ถูกเลือกซื้อเพื่อคลายร้อนในทุกฤดูกาล เนื่องจากอัตราการใช้ไฟน้อยกว่าเครื่องปรับอากาศมาก ประกอบกับปัจจุบันมีผู้ประกอบการหันมาผลิตกันมากขึ้นทำให้สินค้ามีนวัตกรรมใหม่และมีความหลากหลายในเรื่องของฟังก์ชั่นการใช้งาน
แม้ว่าจะได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อชะลอตัวไปบ้าง แต่จากกลยุทธ์การตลาดที่ผู้ประกอบการเครื่องปรับอากาศและพัดลมไอเย็นงัดออกมาใช้ก็สร้างความคึกคักให้กับตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าดีกว่าไม่ทำอะไรเลย







