posttoday
พลานุภาพด้านมืด

พลานุภาพด้านมืด

19 มีนาคม 2559

จําได้มั้ยว่า ตอนที่เราพาลูกไปสระว่ายน้ำครั้งแรก ลูกเดินลงไปเลยทั้งที่น้องกลัวจนร้องไห้ ลูกทำอย่างนั้นได้เพราะลูกเป็นคนกล้า

โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน

“จําได้มั้ยว่า ตอนที่เราพาลูกไปสระว่ายน้ำครั้งแรก ลูกเดินลงไปเลยทั้งที่น้องกลัวจนร้องไห้ ลูกทำอย่างนั้นได้เพราะลูกเป็นคนกล้า กล้าที่จะเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ แม้กระทั่งในสิ่งที่เด็กผู้ชายกลัว ถึงจะอยู่ในวัยที่ยังไม่รู้เดียงสา แต่หนูก็ทำได้ จึงเป็นสิ่งที่ทำให้พ่ออิจฉาหนู แต่ก็ทำทุกวิถีทางที่จะปกป้องมันไว้ เพราะกลัวว่าโตขึ้นหนูจะสูญเสียความกล้านี้ไป ทำทุกวิถีทางที่จะรักษามันไว้ให้ลูกมีศรัทธา ความกล้า และไว้ใจการเรียนรู้

แต่นั่นกลายเป็นความผิดพลาดในที่สุด พ่อล้มเหลวเพราะวันนี้ลูกกลายเป็นคนที่สงสัยในตัวเอง เพราะความคิดที่พ่อปกป้องมันมาโดยตลอด กลับย้อนกลับมาทำร้ายหนูเอง มันเป็นอย่างนั้น แต่พ่อทำอะไรไม่ได้เลย...ไม่รู้ว่าหนูจะยกโทษให้พ่อได้ไหม”

นั่นเป็นคำสารภาพของ วิล ตัวละครในภาพยนตร์เรื่อง Trust เขาบอกกับลูกสาว หลังจากที่พบว่าตัวเองล้มเหลวในการจัดการปัญหาที่ไม่มีพ่อแม่คนไหนในโลกคาดคิดได้ว่า เสรีภาพในการเรียนรู้ของลูกที่เขาหยิบยื่นให้ กลับกลายร่างเป็นอสุรกายที่ค่อยๆ แทรกซึมเข้าทำความรู้จัก จนสบโอกาสเข้าไปทำลายชีวิตเธอ

ลูกสาวของวิลแชตกับคนแปลกหน้าในโลกออนไลน์และตกเป็นเหยื่อถูกล่อลวง ระหว่างเกิดเหตุ เขาและสมาชิกครอบครัวรวมถึงตำรวจพยายามหาทางจับกุมชายคนนั้น แต่กลายเป็นว่า วิธีการที่ใช้เค้นคำตอบกลับค่อยๆ ทำลายความสัมพันธ์พ่อ-ลูกลง ที่เลวร้ายกว่านั้น วิลไม่ได้เสียเฉพาะความสามารถในการปกป้องลูกสาว แต่สูญเสียความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกันลงไปด้วย

นี่เป็นกรณีตัวอย่างที่ไม่ใช่เรื่องใหม่และพอที่จะหาทางรับมือกันได้ โดยเฉพาะพ่อแม่ผู้ปกครองที่ทราบพิษสงด้านมืดของโลกอินเทอร์เน็ต เสรีภาพในการเข้าถึงข้อมูลไม่ได้มีแต่ด้านบวก ด้านแหลมคมที่ความสะดวกสบายหยิบยื่นให้ย้อนกลับมาทำร้ายผู้ใช้มาแล้วมากมาย ทว่าในยุคที่ทุกคนเข้าถึงโลกใบนี้ได้จากอุปกรณ์บนฝ่ามือ พลานุภาพของด้านมืดก็ยิ่งจรดด้านคมกริบลงไปหั่นเฉือนความไว้วางใจได้ลึกลงไปทุกที

ประเด็นที่ซ้อนอยู่จากกรณีของวิล นั่นคือ จะหาน้ำหนักสมดุลระหว่างการเฝ้าระวังกับการแทรกแซงเสรีภาพของบรรดาลูกๆ ไม่ให้พวกเขาหันกลับมาตั้งแง่กับความห่วงใยได้อย่างไร

เรื่องดังกล่าวเป็นปัญหาโลกแตกที่แทบจะไม่มีสูตรสำเร็จในการแก้ไขที่มีน้ำหนักที่พอดีเลย ใครที่พยายามห้ามลูกหลานเล่นสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ใดๆ คงทราบปัญหา และส่วนใหญ่ก็ต่างล้ำเส้นเข้าไปแทรกแซงเสรีภาพอย่างไม่รู้ตัว หนำซ้ำความหวังดีนั้นมักไร้ความสามารถในการกะประมาณน้ำหนักของการตักเตือนอย่างห่วงใยโดยไม่มีท่าทีที่น่ารำคาญเสียด้วย

แน่นอน หากการตักเตือนล้ำเส้นย่อมส่งผลสู่การทำลายความไว้วางใจระหว่างกัน จนทำให้บรรดาลูกๆ หันไปใช้วิธีปิดช่องสานความสัมพันธ์ หรือซ้ำร้ายอาจจะเห็นว่าด้านมืดนั้นมีแรงดึงดูดที่น่าหลงใหลน่าสนใจกว่าปฏิกิริยาของพ่อแม่ผู้ปกครองเสียอีก

และหากลงเอยอย่างนั้น ก็ไม่รู้ว่าการสารภาพว่าตัวเองล้มเหลว สิ้นท่าในการจัดการเรื่องนี้อย่างที่วิลบอกลูก จะยังพอมีความหมายหรือพอที่จะมีพลังกลับไปช่วยประสานความสัมพันธ์ได้อีกหรือไม่

ข่าวล่าสุด

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม.  เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่

ปภ. รายงานน้ำท่วมใน 20 จังหวัด- กทม. เร่งช่วยเหลือฟื้นฟูพื้นที่