
พระพรหมคุณาภรณ์(ป.อ.ปยุตฺโต)กับวัดวชิรธรรมปทีป
การที่พระพรหมคุณาภรณ์เกี่ยวข้องกับวัดวชิธรรม ปทีป นครนิวยอร์ก และสมัชชาสงฆ์ไทยนั้น ไม่ใช่เหตุบังเอิญ...
การที่พระพรหมคุณาภรณ์เกี่ยวข้องกับวัดวชิธรรม ปทีป นครนิวยอร์ก และสมัชชาสงฆ์ไทยนั้น ไม่ใช่เหตุบังเอิญ...
โดย...สมาน สุดโต
หนังสือเรื่องในความทรงจำที่งดงามสดใส (วัดวชิรธรรมปทีป ในฉากชีวิตของพระรูปหนึ่ง) โดยพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) ที่วัดวชิรธรรมปทีป นครนิวยอร์ก พิมพ์เป็นบรรณาการงานการพัทธสีมา 26-27 มิ.ย. 2553 หนา 62 หน้า บอกความเป็นมาของวัดในสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะวัดวชิรธรรม ปทีป นครนิวยอร์ก วัดธรรมาราม นครชิคาโก การเกิดของสมัชชาสงฆ์ไทย ความต้องการพระสงฆ์ของประชาชนชาวไทยในสหรัฐอเมริกา และผลงานนิพนธ์หนังสือที่สำเร็จเป็นเล่มโดยพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) ที่ตีพิมพ์ซ้ำแล้วซ้ำอีกนับร้อยครั้งเช่นธรรมนูญชีวิต และพจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ เป็นต้น ก็เกิดที่สหรัฐอเมริกา แม้กระทั่งการที่ท่านพระพรหมคุณาภรณ์ ครั้งดำรงสมณศักดิ์|ที่พระราชวรมุนีได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์ ก็ได้รับแต่งตั้งข้ามทวีปจากเมืองไทยไปอเมริกา รวมทั้งการลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระพิเรนทร์ วรจักร ท่านก็ยื่นใบลาออกจากสหรัฐอเมริกาเช่นกัน
การที่พระพรหมคุณาภรณ์เกี่ยวข้องกับวัดวชิธรรม ปทีป นครนิวยอร์ก และสมัชชาสงฆ์ไทยนั้น ไม่ใช่เหตุบังเอิญ หากแต่เป็นความรับผิดชอบของท่านที่มีต่อพระพุทธศาสนาเป็นส่วนรวม ทั้งนี้เพราะท่านได้รับนิมนต์มาสอนหนังสือที่สหรัฐอเมริกา 3 ครั้ง แต่ละครั้งมิใช่แค่สอนหนังสือในมหาวิทยาลัย หากแต่ต้องทุ่มเทเวลา และพลังงานและทำงานให้วัดให้|พระศาสนาที่เพิ่งเริ่มหยั่งรากแก้วที่สหรัฐอเมริกาอย่างที่ไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ในคำปรารภที่วัดวชิรธรรมปทีปเขียนไว้ในหนังสือนี้บอกว่า ท่านเจ้าคุณพระพรหมคุณาภรณ์ได้มาสอนวิชาพระพุทธศาสนาที่ประเทศสหรัฐอเมริกา 3 ครั้ง ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2515 ที่มหาวิทยาลัย เพนซิลเวเนีย (University of Pennsylvania) เมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย เวลานั้นวัดวชิรธรรมปทีปยังไม่ได้ตั้ง ครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2519 ที่ Swarthmore College ใกล้เมืองฟิลาเดลเฟีย เมื่อวัดได้ตั้งมาแล้ว 1 ปี และครั้งที่ 3 ในปี พ.ศ. 2524 ท่านมาสอนที่มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard University) เมืองเคมบริดจ์ (ตรงข้ามกับบอสตัน) รัฐแมสซาชูเซตส์
เมื่อทางวัดขอสัมโมทนียกถาไป ท่านเจ้าคุณพระพรหมคุณาภรณ์ได้นำเหตุการณ์จากบันทึกในความทรงจำที่สอนครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 มาเล่า และตั้งชื่อเรื่องว่าในความทรงจำที่งดงามสดใส (วัดวชิรธรรมปทีป ในฉากชีวิตของพระรูปหนึ่ง) โดยเขียนเป็น 2 ชุด คือ ชุดเล็ก 7 หน้ากระดาษพิมพ์ดีด ซึ่งทางวัดพิมพ์ในหนังสืออนุสรณ์ และชุดใหญ่ 42 หน้า ซึ่งพิมพ์เป็นเล่มต่างหากในขนาด 16 หน้ายก เพื่อเผยแผ่เป็นธรรมบรรณาการ
เรื่องที่ท่านนำเขียนไว้ในหนังสือเล่มเล็กๆ มีคุณค่ามหาศาลทั้งในแง่ประวัติศาสตร์การหยั่งรากพระพุทธศาสนาในประเทศตะวันตกเช่นสหรัฐอเมริกา และการเคลื่อนไหวในทางสร้างสรรค์ของคณะสงฆ์และชาวพุทธในสหรัฐอเมริกา เป็นการเขียนจากความทรงจำและการบันทึกที่เยี่ยมยอดของพระพรหมคุณาภรณ์ เมื่อ พ.ศ. 2519-2520 โดยท่านรื้อฟื้นและนำมาเขียนเล่าใหม่ในสำนวนที่อ่านแล้วรู้สึกรื่นรมย์กับบรรยากาศความสามัคคีและสมานฉันท์ ของพระสงฆ์และชาวพุทธ เมื่อ 38 ปีที่แล้วยิ่งนัก
ความตอนแรกท่านเขียนว่าเมื่อได้ยินชื่อวัดวชิรธรรมปทีป มิใช่หยุดแค่นึกถึงองค์เจ้าอาวาสเท่านั้น แต่ทุกครั้งความระลึกย้อนอดีตไปยาวไกลถึงเวลา 34 ปีก่อนโน้น ตั้งแต่วัดนามนี้ตั้งอยู่ในเขต Bronx มีประธานวัดหรือเจ้าอาวาสชื่อว่า พระมหาครุฑ จิรสฺสุโต อยู่กัน 2 รูปกับพระมหาเหล็ก ญาณวโร
ในปี 2519 นั้น วัดวชิรธรรมปทีปเพิ่งเกิดมาได้ 1 ปี ท่านกับไวยาวัจกร ชื่อบุญเลิศ โพธินี ได้มาอยู่ไม่ไกลจากวัดวชิรธรรมปทีปมากนัก คือที่ชานมือง|ฟิลาเดลเฟีย ห่างกันราว 170 กิโลเมตร เริ่มงานสอนได้ไม่กี่วัน ญาติโยมเมืองฟิลาเดลเฟียก็นิมนต์นั่งรถไปนิวยอร์กและไปแวะเยี่ยมวัดวชิรธรรมปทีป
เรื่องขยายต่อไปอีก ต่อมาที่ Swartmore ได้รับการติดต่อจากพระมหาครุฑ จิรสฺสุโต เจ้าอาวาสวัดวชิรธรรมปทีป ขอนิมนต์ไปเป็นประธานและแสดงธรรรมเทศนาเนื่องในวันมาฆบูชา นั่นคือเป็นประเดิม ในวันที่ 15 ก.พ. (เมืองไทย 16 ก.พ.) พ.ศ. 2519
จากนั้นพอถึงวันสำคัญ ไม่ว่าสงกรานต์หรือวิสาขบูชาก็ได้รับนิมนต์ให้เดินทางไปเทศน์และร่วมงานบุญที่วัดทุกคราว โดยเฉพาะวันที่ 16 พ.ค. 2519 วันวิสาขบูชาจัดเป็นงานสมโภชวัดวชิรธรรมปทีปและทำวารสารธรรมปทีป ฉบับสมโภชวัด (เล่มที่ 11 ปีที่ 2)
ในช่วงที่ท่านสอนที่ Swartmore มีญาติโยมชาวไทยหลายท่านดูแลและอุปถัมภ์มิเคยบกพร่องเช่นคุณหมออุดม สุวรรณศรี แห่งนิวเจอร์ซีย์ และคุณมนัส โอวาทสาร แห่งฟิลาเดลเฟีย ทั้งสองท่านแม้จะไม่เกี่ยวข้องกับวัดวชิรธรรมปทีปโดยตรง แต่มีน้ำใจขับรถมารับมาส่งที่วัดวชิรธรรมปทีป จนกระทั่งอีก 2 ปีต่อมาพอจะกลับเมืองไทย ก็นิมนต์ไปทำบุญส่งท้ายอีก
พระพรหมคุณาภรณ์เล่าที่เกี่ยวโยงกับวัดวชิรธรรมปทีปว่า พอใกล้เสร็จงานสอนที่ Swartmore ท่านมหาครุฑแจ้งเรื่องนิมนต์ร่วมประชุมที่เดนเวอร์ (และหลังจากนั้นมีงานเปิดตัววัดที่ชิคาโก)
เวลานั้นมีวัดไทยในสหรัฐอเมริกา 5 วัด คือ วัดไทย ลอสแองเจลิส วัดไทยกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. วัดวชิรธรรมปทีป นิวยอร์ก วัดพุทธาราม เดนเวอร์ และวัดธัมมาราม ชิคาโก แต่ละวัดอยู่ห่างกันนับพันกิโลเมตร
เจ้าอาวาสทั้ง 5 วัดปรึกษากันว่าการพระศาสนาในอเมริกายังใหม่ อยู่ในขั้นตั้งต้นและอยู่ไกลกันอย่างนี้ ถ้าไม่มีหลักอะไรตั้งไว้ ก็จะต่างคนต่างทำ อาจจะไม่เป็นผลดี น่าจะมาประชุมปรึกษาหารือกัน และจะตั้งสมัชชาสงฆ์ในสหรัฐอเมริกาขึ้น เป็นการตั้งหลัก วางแนวทางไว้ ให้เริ่มต้นสดใส และเดินหน้าไปด้วยกันงดงาม
พระมหาครุฑนิมนต์ท่านให้เข้าร่วมประชุมที่วัดพุทธาราม เดนเวอร์ เพื่อให้ข้อคิดเห็นและความรู้ และระหว่างรอเวลาการเดินทางไปเดนเวอร์ พระมหาครุฑนิมนต์ให้ไปพักที่วัดวชิรธรรมปทีป ที่ตั้งอยู่ที่ Bronx
เมื่อมาถึงวัดวชิรธรรมปทีป ทั้งงานหนังสือที่ทำค้างที่สวอร์ทมอร์ และการพบปะญาติโยม สนทนาและแสดงธรรมก็ประดังและต่อเนื่องไม่ขาดสาย อาศัยว่าพระที่อยู่ประจำมีอัธยาศัยและดูแลวัดดี จึงเป็นเครื่องช่วยเอื้อโอกาส ท่านพระมหาครุฑเป็นผู้มีเมตตา เอาใจใส่ในการปฏิสันถาร มีความรับผิดชอบ คำนึงถึงความมั่นคงของสังฆะส่วนรวม พระมหาเหล็กก็ดำรงศีลวัตรและเอางาน ช่วยให้วัดในระยะเริ่มแรกทรงตัวอยู่ ทำให้ท่านไม่ต้องห่วงงานอื่น เร่งทำหนังสือต่อจากที่ค้างที่สวอร์ทมอร์ได้ทันที
18 มิ.ย. 2519 หนังสือคู่มือชีวิต ที่ต่อมาเปลี่ยนเป็นธรรมนูญชีวิต ซึ่งเริ่มต้นเขียนที่สวอร์ทมอร์เสร็จเป็นเล่มออกมารุ่นแรก
รุ่งขึ้นวันที่ 19 มิ.ย. 2519 ก่อนเดินทางไปเดนเวอร์ พระมหาครุฑได้แจ้งความประสงค์ของวัดและผู้อุปถัมภ์วัดคือ ม.ร.ว.จันทร์แรม ศิริโชค จันทรทัต ผู้เป็นประธาน ถวายหนังสือขออาราธนาให้อยู่ปฏิบัติศาสนกิจที่วัดวชิรธรรมปทีป หมายความว่าเสร็จประชุมจากเดนเวอร์แล้วนิมนต์กลับมาอยู่ที่วัดวชิรธรรมปทีปต่อไปอีก ท่านมิได้รับปาก และขอเอาไว้กลับจากเดนเวอร์ค่อยหารือกันใหม่ เพราะอย่างไรตั๋วเครื่องบินไปกลับเมืองไทย ของ Air Siam ต้องมาขึ้นเครื่องที่แถบนี้ (นิวยอร์ก) อยู่แล้ว ตรงนี้ท่านอธิบายเพิ่มเติมว่า บริษัท แอร์สยาม จำกัด (Air Siam) ล้มในช่วงสิ้นปี 2519 เป็นเหตุให้ต้องเดินทางกลับเมืองไทย ต้องผจญภัยเล็กน้อย โดยต้องแวะกรุงลอนดอน และมาโดยเครื่องบินการบินไทย ของบริษัท การบินไทย จำกัด (Thai International)
เกิดสมัชชาสงฆ์ไทย
ท่านเจ้าคุณพระพรหมคุณาภรณ์ พาข้ามไปดูเหตุการณ์ที่เดนเวอร์ ในวันที่ 20 มิ.ย. 2519 ว่าตอนเช้ามีสวดชยันโต ยกป้ายและติดธงธรรมจักรของวัดพุทธารามให้เป็นมงคลวาระตามกำหนดของท่านเจ้าอาวาสคือ ท่านมหาโสบิน โสปาโก นามโท เสร็จแล้วจึงเริ่มประชุม โดยนิมนต์พระศรีสมโพธิ (ต่อมาคือพระราชรัตนเมธี เจ้าอาวาสวัดคฤหบดี มรณภาพ ปี 2552) ผู้มีพรรษาสูงสุดเป็นประธานการประชุม และมีพระเถระองค์แทนวัดอื่นประชุมพร้อมหน้าได้แก่ พระสุธีรัตนาภรณ์ (ต่อมาคือพระพรหมวชิรญาณ วัดธัมมาราม ชิคาโก) พระมหาโสบิน โสปาโก นามโท (วัดพุทธาราม เดนเวอร์) พระครูพิมลสรกิจ (วัดไทย LA) พระมหาสุรศักดิ์ ชีวานนฺโท (คือพระวิเทศธรรมรังษี วัดไทยกรุงวอชิงตัน ดี.ซี.) พระมหาครุฑ จิรสฺสุโต วัดวชิรธรรมปทีป นิวยอร์ก ปัจจุบันลาสิกขาแล้ว) พร้อมด้วยพระมหาเหล็ก พระมหาบุญมา และพระครูปลัดสมนึก ได้ประชุมปรึกษาหารือกัน 5 วัน ปิดการประชุม 24 มิ.ย.
ผลการประชุมโดยรวบยอดคือการตั้งหรือการทำให้เกิด สมัชชาสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา (The Council of Thai Bhikkhus in US, Inc.) ที่ดำรงอยู่ยืนยาวมาเป็นหลักของกิจการพระศาสนา|ที่สหรัฐอเมริกา (มหาเถรสมาคมมีมติรับทราบและอนุโมทนาการตั้งสมัชชานี้ในช่วงปลายเดือน ธ.ค. 2521) โดยมีท่านพระเทพกิตติโสภณ เป็นประธานในปัจจุบัน (2553)
กิจกรรมวัดวชิรธรรมปทีป
เมื่อกลับมาวัดวชิรธรรมปทีปก็เข้าสู่กระแสของงานการและกิจกรรม ทั้งนี้เพราะวัดวชิรธรรมปทีปเช่นเดียวกับวัดอื่นๆ ในสหรัฐอเมริกาที่เกิดขึ้นจากความต้องการของประชาชน จึงเป็นศูนย์กลางของชุมชนคนไทย ซึ่งมีขึ้นเพื่อสนองความต้องการทั้งทางพระศาสนา เรื่องบุญกุศล ความต้องการทางจิตใจ และทางวัฒนธรรมประเพณี รวมทั้งเป็นที่แสดงออกถึงความเป็นไทย แม้ว่าตัวท่านจะพอใจอยู่เงียบๆ แต่ก็ต้องพบปะญาติโยมที่มาขอปรึกษาในวันหยุด วันสุดสัปดาห์ญาติโยมก็มาวัดเพื่อทำบุญและพบปะสังสรรค์ นอกจากถวายอาหารพระแล้วก็สังสรรค์เลี้ยงกันเองและสนทนากับพระ จัดให้มีเทศน์ มีการสนทนาธรรมบ้าง
ท่านเล่าว่ากิจกรรมที่สำคัญคือ โรงเรียนสอนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ ที่สอนลูกหลานไทยให้รู้เข้าใจพระพุทธศาสนา วัฒนธรรมไทยและภาษาไทย การมีโรงเรียนแบบนี้ทำให้ญาติโยมแน่นแฟ้นกับวัดมากขึ้น
พระประจำวัดวชิรธรรมปทีป
ในยุคต้นนั้นพระประจำวัดวชิรธรรมปทีป มี 2 รูป คือพระมหาครุฑ กับพระมหาเหล็ก ก่อนเข้าพรรษา พ.ศ. 2519 มีมาเพิ่มอีก 3 รูป คือพระมหาสมบูรณ์ โชติญาโณ พระมหารุ่น ชุตินธโร พระมหาจำรัส ฐิตสิริ หลังออกพรรษามาเพิ่มอีก 1 รูป คือพระมหาเหรียญ กัลยาณเมธี
สรุปว่าในพรรษานั้นมีพระจำพรรษาประจำวัด 5 รูป หากนับท่านเจ้าคุณอีก 1 รูป ก็เป็น 6 รูป แต่ท่านเจ้าคุณขอเว้นไว้ ขอเป็นเพียงพระอาคันตุกะ ทั้งนี้เพราะเป็นความตั้งใจที่เดินทางมาสวอร์ทมอร์ ก็เพื่อตัดภาระด้านงานบริหารและธุรการ พร้อมกับจะได้ทำงานวิชาการที่คั่งค้าง จึงไม่รับภาระผูกพันเข้าตัวอีก แม้จะเป็นแค่อาคันตุกะ ต่อมาพบเอกสารของวัดว่าได้ตั้งให้ท่านเจ้าคุณเป็นกรรมการอุปถัมภ์ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ แต่ท่านเจ้าคุณจำได้แค่ว่าเป็นพระอาคันตุกะเท่านั้น
ส่วนหนังสือที่สำเร็จที่วัดวชิรธรรมปทีปเล่มต่อมา คือ พระพุทธศาสนาจากพระไตรปิฎก (ต่อมามีชื่อใหม่ว่าอมฤตพจนา) เป็นเล่มที่ 2 ที่ทำสำเร็จที่วัดวชิรธรรมปทีป
นอกจากงานเขียนท่านยังตั้งโรงเรียนสอนภาษาบาลีที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลางสอนที่วัดนี้เช่นกัน เพราะมีผู้ต้องการเรียนกันมากจึงเขียนหนังสือเรียนบาลีฉบับภาษาอังกฤษเสร็จเป็นตอนๆ หลังจากนั้นมีหนังสือเล่มเล็กๆ น้อยๆ เกิดอีกหลายเล่ม
ความที่ท่านมีศักยภาพหลายด้าน ระหว่างที่พำนักที่วัดวชิรธรรมปทีปนั้น วัดธัมมาราม ชิคาโก ก็ต้องการให้ท่านไปช่วย ท่านขัดไม่ได้จึงขึ้นลงระหว่างนิวยอร์กกับชิคาโกประมาณ 12 เที่ยวบินในช่วงเวลาปีครึ่ง ก่อนกลับไทย
หากอ่านหนังสือที่ท่านเขียนเล่มเล็กๆ นี้จะเห็นว่าท่านเหมือนดารา ใครๆ (ผู้ศรัทธาชาวพุทธ) ต้องการท่านให้ไปทำบุญ สวดมนต์ แสดงธรรมและกระทั่งฉันอาหารที่บ้าน และที่สำนักงานเกือบไม่มีเวลาเป็นของตัว ยิ่งก่อนกลับเมืองไทยด้วยแล้วทุกวินาทีมีค่าสำหรับชาวไทยยิ่งนัก เรื่องที่คนไทยปฏิบัติเสมอคือถวายปัจจัยเป็นค่าเดินทาง แม้ว่าท่านจะบอกว่าไม่เดือดร้อนก็ยังมีผู้ถวายปัจจัยนั้น จึงกลายมาเป็นทุนชื่อ ทุนพิมพ์พุทธศาน์ปกรณ์ และนำมาพิมพ์หนังสือพจนานุกรมพุทธศาสน์ฉบับประมวลศัพท์ ในงานพระราชทานเพลิงศพพระครูปลัดสมัย กิตติทตฺโต เจ้าอาวาวัดพระพิเรนทร์ ที่มรณภาพในปี พ.ศ. 2522
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของงานพระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต) แม้จะใช้เวลาสั้นๆ ในสหรัฐอเมริกา แต่ผลงานที่เกิดมากมาย ล้วนเป็นอมตะ เป็นหลักแก่คณะสงฆ์ไทยในสหรัฐอเมริกา และชาวพุทธตราบเท่าทุกวันนี้







