
กินให้แกร่ง เปลี่ยนช้างศึก จิ๋วเป็นแจ๋ว
เป็นช่วงที่กระแสฟุตบอลไทยฟีเวอร์แบบสุดๆ เพราะไม่ว่าทีมช้างศึกชุดใดจะลงทำศึก แฟนบอลแทบทั้งประเทศ
โดย...มิวโกโตะ
เป็นช่วงที่กระแสฟุตบอลไทยฟีเวอร์แบบสุดๆ เพราะไม่ว่าทีมช้างศึกชุดใดจะลงทำศึก แฟนบอลแทบทั้งประเทศต่างใจจดจ่อรอตะโกนเชียร์ “ไทยแลนด์ๆ!!!” ทั่วสารทิศ ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากผลงานที่ดีอย่างผิดหูผิดตา อย่างไรก็ตามในปี 2016 สาวกลูกหนังแดนสยามอาจต้องเผื่อใจไว้บ้าง เนื่องจากทัวร์นาเมนต์หลักๆ ไทยล้วนพบของแข็งแห่งเอเชียแทบทั้งสิ้น
ภายหลัง “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เฮดโค้ชทีมชาติไทยเข้ามารักษาบาดแผลช้างศึก จนช่วง 2 ปีที่ผ่านมาช้างศึกตัวนี้ผงาดทวงความเป็นเจ้าอาเซียนอย่างยิ่งใหญ่ จนได้สิทธิเข้าไปลุยกับยักษ์ใหญ่จากเอเชียมากขึ้น อาทิ เดือนหน้า (24 ม.ค.) ทีมชุดใหญ่เราก็มีโอกาสคว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก รอบสุดท้ายโซนเอเชีย เป็นครั้งที่ 2 ของประวัติศาสตร์ลูกหนัง
ที่ผ่านมาโค้ชซิโก้มักพูดอยู่เสมอว่าเป้าหมายทีมชาติไทยคือการยกระดับให้ทัดเทียมเอเชีย และผลงานโดยรวมกระเตื้องขึ้นเรื่อยๆ อย่างเห็นได้ชัด แต่ในความเป็นจริงมาตรฐานเรายังห่างชาติแถวหน้าอยู่พอสมควร ยกตัวอย่างทัพช้างศึกชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ที่เพิ่งยุติเส้นทางในศึกฟุตบอล ยู-23 ชิงแชมป์เอเชีย 2016 ไว้ที่รอบแบ่งกลุ่ม ณ ประเทศกาตาร์ แม้ไทยจะมี 2 คะแนนเท่าเกาหลีเหนือทีมที่เข้ารอบ ทว่าหากมองให้ลึก นอกจากแท็กติกแล้ว เรื่องสรีระไทยยังมีการบ้านให้แก้ไขอีกเพียบ
สารัช อยู่เย็น ห้องเครื่องทีมชาติไทยชุดใหญ่ เล่าให้ฟังเมื่อครั้งที่เคยลงสนามพบทีมบาร์เซโลนาในแมตช์กระชับมิตรที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน โดยเจ้าตังค์เชื่อว่าแฟนบอลหลายคนเข้าใจผิดกับการที่ชอบพูดว่าฟุตบอลแพ้ชนะกันที่ระบบ และเอาความสำเร็จของแข้งเจ้าบุญทุ่มที่มีค่าเฉลี่ยความสูงไม่มากมายกตัวอย่าง ซึ่งความเป็นจริงแล้วอาจไม่ใช่อย่างที่คิด
“มีคนเข้าใจผิดเยอะว่าบาร์เซโลนาประสบความสำเร็จด้วยระบบติกิตาก้า (เคาะบอลสั้นเร็วกับพื้น) แต่ความเป็นจริงนักเตะบาร์ซาแข็งแกร่งมาก ตอนที่ผมมีโอกาสได้เจอกับ ชาบี เอร์นานเดซ, อันเดรียส อิเนียสตา หรือแม้กระทั่งเมสซีพวกนี้เขาอาจดูไม่สูงกว่าเราเท่าไหร่นะ แต่พอลองได้ปะทะรู้เลยว่าเอาไม่อยู่ ขนาดเรารุมสองยังเอาไม่อยู่ ผมว่าเรื่องกายภาพมันเกี่ยวมาก โครงสร้างพวกยุโรปแข็งแรงกว่าเราเยอะ” สารัช เผย
สิ่งที่เจ้าตังค์แสดงทัศนะเป็นเรื่องจริงแต่อาจไม่ทั้งหมด เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นเหตุใดทีมชาติญี่ปุ่นที่เคยสรีระเป็นรองไทยเมื่อ 20-30 ปีก่อน ถึงก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์ 1 เอเชีย รวมถึงพวกเขามีผู้เล่นไปค้าแข้งในยุโรปมากมาย
สุรศักดิ์ เกิดจันทึก ผู้อำนวยการกองสมรรถภาพกีฬา ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการฝ่ายวิทยาศาสตร์การกีฬาของการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) มองว่า ปัญหาสรีระนักเตะทีมชาติไทยอาจแก้ไขได้ในอนาคต เพียงแต่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และทุกภาคส่วนต้องร่วมมือและช่วยเหลือกันอย่างจริงจัง
“ณ ตอนนี้เราเป็นรองเขาหมดในระดับเอเชีย จะเห็นได้จาก 2-3 แมตช์หลังที่เราได้ดูกันในระดับเอเชีย อย่างฟุตบอลปรีโอลิมปิกที่กาตาร์ เท่าที่มองด้วยสายตา เฉลี่ยเราเล็กกว่าคู่แข่ง 10 เซนติเมตรน้ำหนักตัวเราน่าจะน้อยกว่า 7 กิโลกรัมน่าจะได้ นั่นเท่ากับความหนาเราก็เป็นรอง สองอย่างนี้มันส่งผลถึงแรงปะทะชัดเจน ฟุตบอลพอปะทะแพ้ทุกตำแหน่ง จะให้ได้ผลการแข่งขันที่ต้องการยิ่งเป็นเรื่องลำบาก” ผู้อำนวยการสุรศักดิ์ กล่าวจั่วหัว
ทั้งนี้ท่าน ผู้อำนวยการสุรศักดิ์ ได้แบ่งแนวทางแก้ไขออกเป็น 2 ขั้นตอน คือ ปัจจุบันให้นักเตะทีมชาติไทยสามารถเพิ่มน้ำหนักและเน้นเวตเทรนนิ่งเพื่อที่อย่างน้อยจะได้ปะทะได้แข็งแรงขึ้น ส่วนอนาคตอาจต้องลองนำโมเดลที่สมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทยมาศึกษาเพื่อนำไปปรับใช้
“การที่จะทำให้ส่วนสูงเพิ่มขึ้นมันคงเป็นเรื่องยาก แต่น้ำหนักมันเพิ่มขึ้นได้ เช่น เรื่องเวตเทรนนิ่งเราเพิ่มได้เลย ทำได้ด้วยการกิน กินอย่างไรให้ได้กล้ามเนื้อมันมีวิธี สำคัญคือมันต้องมีวินัย ทำต่อเนื่องสม่ำเสมอ ผมย้ำเสมอว่าถ้าจะให้สรีระนักเตะไทยก้าวไปทัดเทียมในระดับหัวแถวเอเชีย ทุกคนต้องช่วยกัน สมาคม สโมสร และตัวนักกีฬาเองต้องให้ความสำคัญกับตรงนี้ควบคู่กับเทคนิคในสนามที่ฝึกฝน”
ครั้งหนึ่ง ผู้อำนวยการสุรศักดิ์ เคยจัดสัมมนาเชิญคนในวงการกีฬามานั่งคุยเรื่องจะทำอย่างไรให้ไทยมีสรีระนักกีฬาชายประมาณกวิน ธรรมสัจจานันท์ ผู้รักษาประตูเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ชาริล ชัปปุยส์ มิดฟิลด์ขวัญใจสาวสยามแห่งทีมสุพรรณบุรี เอฟซีและ พ.ต.ต.สืบศักดิ์ ผันสืบ ตำนานนักตะกร้ออันเลื่องชื่อจากลูกเสิร์ฟหลังเท้า
“นักกีฬาทั้งสามคนที่เราเคยนำมานั่งพูดคุย มีบอดี้ระดับนักกีฬาอาชีพ ดังนั้นถ้านักกีฬาไทยมีค่าเฉลี่ยทางสรีระประมาณนี้ทุกคน รับรองเราพัฒนาไปได้อีกแน่ ผมยกตัวอย่างวอลเลย์บอล เมื่อเดือน ม.ค. ทางสมาคมเขาเพิ่งมีโครงการรับนักกีฬาโดยสรีระอย่างจริงจัง ก็คือเขาจำกัดเป็นอายุ ว่าช่วงอายุนั้นต้องสูงกี่เซนติเมตรขึ้นไป ใครผ่านเกณฑ์ก็รับเข้ามาก่อนเลย”
หลังจากรับนักกีฬาตามส่วนสูงที่ต้องการแล้ว ทางกองสมรรถภาพกีฬาจะลงมือเข้ามาช่วยวิเคราะห์อย่างละเอียดว่านักกีฬาที่ผ่านการคัดเลือกเข้ามาแต่ละคนต้องพัฒนาจุดใดต่อบ้าง เพื่อให้อนาคตนักกีฬาไทยมีสรีระทัดเทียมต่างชาติ
“พอได้เด็กๆ ตามที่สมาคมต้องการแล้วเราก็ต้องปรับเพื่อให้น้องๆ เป็นนักกีฬาได้ เพราะคนที่ผ่านเข้ามาส่วนใหญ่ผอมสูงไร้กล้ามเนื้อ ก็ต้องรีบเทรน หรือให้ความรู้อย่างถูกต้องตั้งแต่เป็นเยาวชน ที่ผ่านมาทางสมาคมวอลเลย์ฯ ก็ใช้วิธีนี้มาสักพักประมาณรุ่นทัดดาว นึกแจ้ง แต่ยังไม่มีโครงการอย่างเป็นทางการเหมือนตอนนี้ ซึ่งช่วงหลังนักกีฬาใหม่ๆ ก็มีค่าเฉลี่ยส่วนสูงที่ดีขึ้น และต้องรอดูต่อว่าโครงการนี้จะยกระดับวอลเลย์ไทยได้ขนาดไหน”
“ผมคิดว่าฟุตบอลสามารถใช้โมเดลนี้ได้ หากมีลีกอาชีพเด็กเกิดขึ้น ก็ให้คัดนักกีฬาที่มีสรีระเข้าเกณฑ์สัก 80 เปอร์เซ็นต์ แล้วอีก 20 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือก็ให้คัดจากความสามารถ ให้นักเตะทั้ง 2 แบบเรียนรู้ว่าจะเล่นกันยังไง คนตัวใหญ่ต้องหยุดความคล่องให้ได้ พวกตัวเล็กก็จะได้ฝึกผ่านพวกตัวใหญ่เพื่อเก็บประสบการณ์ก่อนมีโอกาสไปแข่งระดับนานาชาติในอนาคต” ผู้อำนวยการสุรศักดิ์ ทิ้งท้าย
ขณะที่ “เจ้าตอง” กวิน ธรรมสัจจานันท์ นายทวารรูปร่างดีทั้งกล้ามเนื้อและส่วนสูง เผยกว่าจะมีรูปร่างดั่งนักกีฬาอาชีพจนได้รับฉายา “เทพกวินบินได้” อย่างทุกวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องอดทนตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งโชคดีที่ตัวเองได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากครอบครัว
“กว่าจะได้สรีระขนาดนี้ต้องฝึกหนักมากครับ ต้องกินทั้งแคลเซียม แป้ง เนื้อ ไข่ ไขมัน ที่มีประโยชน์ตั้งแต่ตอนอายุ 14-16 จากนั้นมาเร่งช่วงตอน 18-22 และต้องฝึกเทรนนิ่งเข้ายิมควบคู่การกินไปในตัวด้วยถึงจะได้รูปร่างขนาดนี้มา ต้องขอบคุณทางครอบครัวที่ช่วยกันสนับสนุนผมในทุกๆ ด้าน” กวิน เผย
คำตอบของเจ้าตองสอดรับกับผู้อำนวยการสุรศักดิ์ ตรงส่วนที่ว่าครอบครัวมีส่วนสำคัญมากกับนักเตะ เนื่องจากต้องคอยสนับสนุนให้เด็กได้กินดีควบคู่ไปกับการฝึกลูกหนังในสนาม เพราะถ้าครอบครัวไหนไม่ใส่ใจเรื่องการกิน ปล่อยเด็กกินตามมีตามเกิด คงยากจะได้รูปร่างที่สมบูรณ์
ส่วนถ้าจะหยิบยกเหตุผลที่ว่าฐานะทางครอบครัวไม่ดี อยากให้ผู้ปกครองที่อยากให้บุตรหลานเป็นนักกีฬาอาชีพทำความเข้าใจเสียใหม่ว่าการให้เด็กได้รับสารอาหารที่เพียงพอครบถ้วน เสมือนการลงทุนเพื่ออนาคต เพราะถึงแม้บุตรหลานจะไม่ได้เป็นนักกีฬาอาชีพในบั้นปลาย รูปร่างที่ดียังต่อยอดให้โกยรายได้จากอาชีพอื่นได้ด้วย เช่น การเป็นนายแบบ อีกทั้งอาหารที่มีประโยชน์ (ไม่นับอาหารเสริม) บางชนิดก็ไม่ได้ราคาแพงมาก ขึ้นอยู่กับปริมาณและความสม่ำเสมอในแต่ละมื้อมากกว่า
เท่าที่ผู้ใหญ่ในวงการแสดงความเห็นเรื่องสรีระแข้งไทย คำตอบค่อนไปทางต้องปลูกฝังความเป็นนักกีฬาตั้งแต่เยาวชน ซึ่ง “บิ๊กเสือ” สกล วรรณพงษ์ ผู้ว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย เตรียมผลักดันโครงการฟุตบอลลีกอาชีพเยาวชนให้ทันภายในปี 2559 โดยเบื้องต้นได้ข้อสรุปว่าจะมีทั้งสิ้น 4 ลีก ประกอบด้วยรุ่นอายุ 13 15 17 และ 19 ปี จะจัดรูปแบบเหย้าเยือนคล้ายฟุตบอล เอไอเอส ลีก ภูมิภาค คือเฟ้นหาตัวแทนโซน (ภาค) ละ 2 ทีม เพื่อแข่งรอบแชมเปี้ยนส์ลีกหาแชมป์ ซึ่งเชื่อว่านอกจากจะได้เรื่องทักษะลูกหนัง หนูน้อยนักเตะจะได้ประสบการณ์การเล่นแบบลีกอาชีพตั้งแต่เยาวชน
“เรื่องนี้ กกท. ซึ่งเป็นภาครัฐจะดึงเอกชนมาร่วมลงทุน เราจะเป็นตัวกลางในการประสานและอำนวยความสะดวกต่างๆ ผมอยากทำให้เสร็จภายในปีนี้ เพราะตั้งใจที่จะให้ทีมชาติไทยนำประสบการณ์นักเตะที่ได้แข่งลีกมาตั้งแต่เด็กๆ นำไปต่อยอดในอนาคต” บิ๊กเสือ กล่าว
ขณะที่ “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ประมุขลูกหนังไทยป้ายแดงที่ชนะการเลือกตั้งนายกสมาคมฟุตบอลฯ แบบถล่มทลาย ให้คำมั่นเตรียมหากลยุทธ์ปรับปรุงเรื่องสรีระนักเตะไทยแน่นอน ส่วนรูปแบบใดบ้างขอเวลาปรึกษากับทีมงานก่อน แต่ที่ทำได้เลยแน่ๆ คือเตรียมจัดตั้งอะคาเดมี่แห่งชาติ โดยให้ตัวแทนจากสโมสรมารับความรู้แบบถูกต้องไปกระจายต่อ
“ตอนนี้เราทราบว่าหลายสโมสรมีอะคาเดมี่เป็นของตัวเอง แต่นั่นแค่ไม่กี่ทีมบนในลีก ผมต้องการให้โอกาสสโมสรเล็กๆ ได้นำเพชรของตัวเองมาเจียระไน โดยเราจะให้สโมสรต่างๆ ส่งตัวแทน 2 นักเตะที่มีแววมาเก็บตัวที่อะคาเดมี่แห่งชาติเป็นเวลา 1 ปีที่ กกท. ที่นี่จะหาบุคลากรชั้นนำมาเทรนให้น้องๆ ก้าวขึ้นไปอีกระดับ พอจบโครงการทุกทีมจะแกร่งขึ้นเมื่อได้ช้างเผือกของตัวเองกลับไป หรือถ้าใครมีแววมากๆ ฟอร์มเตะตาทีมใหญ่ เกิดการซื้อขายตัวทีมเล็กๆก็จะมีเงินไว้ทำทีมตามวิถีฟุตบอลอาชีพต่อไป” บิ๊กอ๊อด กล่าว
ด้าน “ซิโก้” นายใหญ่ทัพช้างศึก ชี้เรื่องสรีระนักเตะคือสิ่งที่ไทยควรเร่งพัฒนาให้ก้าวทันทีมระดับเอเชีย เพราะเวลานี้นักเตะเริ่มเข้าใจแท็กติกแล้ว อีกทั้งเรื่องหัวใจในสนามต่างได้รับการพิสูจน์ไปแล้วผ่านเกมถ่ายทอดสด ว่านักเตะชุดใหม่ๆ นี้สู้ถวายชีวิตเพียงใด
“ต้องชื่นชมเรื่องใจน้องกับความฟิต เดี๋ยวนี้นักเตะไทยไม่มีใครเป็นตะคริวให้เห็นง่ายๆ ไม่ใช่แค่ชุดใหญ่ แต่ 16 ปี 19 ปี 21 ปี 23 ปี เราก็วิ่งได้ตลอด เพียงแต่ระดับเอเชียเราก็ต้องฟิตมากกว่านี้ เพราะยังมีแผ่วบ้างท้ายเกม ส่วนการบ้านที่ต้องรีบไปทำคือเรื่องความแข็งแกร่ง รูปร่างโดยเฉลี่ยต้องใหญ่กว่านี้ ถ้าเล็กก็ต้องเสริมสร้างกล้ามเนื้อแรงปะทะให้ชนหนักๆ ไม่เป็นรอง เห็นได้ว่าเราเสียเปรียบเกือบทุกจังหวะ รวมถึงลูกกลางอากาศด้วยเรื่องแท็กติกผมไม่ห่วงนะครับ ตอนนี้น้องๆ ทุกคนรู้แล้วว่าฟุตบอลมันเล่นกับพื้นได้ แต่ว่าจะเบียดเอาชนะคู่แข่งอย่างไรนี่สิสำคัญ ตรงนี้ทีมจากสโมสรต้องร่วมมือกันพัฒนาร่วมกัน วิทยาศาสตร์การกีฬาเริ่มเข้ามามีบทบาทในหลายสโมสรแล้ว กุนซือไทย กล่าว
สำหรับปริมาณพลังงานจากอาหารที่นักกีฬาต้องการในแต่ละวันนั้น ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวแต่ละคน และความหนักของกิจกรรมที่ต้องทำ (ช่วงแข่งต้องการมากกว่าช่วงเบรก) โดยปริมาณความต้องการพลังงานพื้นฐานของคนทั่วไปจะอยู่ที่ 20-30 กิโลแคลอรีต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ถ้ามีการฝึกซ้อมหรือแข่งขันอย่างหนักก็อาจมีความต้องการพลังงานเพิ่มเป็น 2 เท่าของคนทั่วไป โดยทั่วไปนักฟุตบอลชายรูปร่างสันทัดจะต้องการพลังงานประมาณ 2,000-4,000 กิโลแคลอรีต่อวัน
อย่าลืมนะครับ ฟุตบอลอาชีพ ...ไม่ใช่แค่เรื่องในสนามอีกต่อไป ประโยคฮิตฝรั่งที่ว่า “You are what you eat” หรือ “คุณกินอะไรเข้าไป คุณก็เป็นอย่างนั้น” ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นความจริง







