
เมื่อลูกสาวชวนพ่อคุย
ชีวิตหลังเป็นพ่อคนในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาสำหรับผมเมื่อลืมตาขึ้นมาทุกเช้า แต่ความรู้สึกกลับเหมือนยังอยู่ในความฝัน
โดย...โยธิน อยู่จงดี
ชีวิตหลังเป็นพ่อคนในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาสำหรับผมเมื่อลืมตาขึ้นมาทุกเช้า แต่ความรู้สึกกลับเหมือนยังอยู่ในความฝัน เมื่อภาพแรกของวันใหม่คือ น้องเกล้าลูกสาวตัวน้อยนอนหลับอยู่ข้างกาย นอนหนุนแขนบ้าง คลานมานอนกอดผมบ้าง บางวันผมตื่นสายกว่าลูก น้องเกล้าก็คลานมาปลุกพ่อให้ลืมตาแล้วส่งยิ้มหวาน เอ่ยคำอรุณสวัสดิ์ให้กัน ผมเฝ้ามองดูการเติบโตของลูกอย่างมีความสุขในทุกวัน
วันนี้น้องเกล้าวัย 2 ขวบ 1 เดือน พูดจาสนทนากับคนรอบข้างได้ในระดับที่ดี สามารถบอกความต้องการ ตอบคำถาม ตั้งคำถามถึงสิ่งรอบข้าง และเล่าเรื่องเป็นประโยคติดต่อกันเป็นเรื่องราวได้แล้ว มักจะมีคนทักน้องเกล้าว่ามีพัฒนาการด้านการพูดเร็ว แต่อันที่จริงแล้วถ้าเราดูตารางพัฒนาการเด็กไทยของกระทรวงสาธารณสุข จะพบว่าเด็กควรพูดจาสื่อความหมายได้ตั้งแต่อายุ 1 ปี 5 เดือน ถึง 2 ขวบ
ถ้าไม่นับเด็กที่มีปัญหาทางการได้ยิน สาเหตุของเด็กที่มีพัฒนาการด้านการพูดช้าส่วนมากจะเกิดกับเด็กที่พ่อแม่ปล่อยให้ลูกดูรายการโทรทัศน์ เล่นแท็บเล็ต บางคนอาจจะไม่ได้ให้ลูกดูรายการโทรทัศน์ แต่ตัวพ่อแม่ หรือผู้เลี้ยงดูไม่พูดจากับลูกมากพอที่จะกระตุ้นพัฒนาการด้านภาษาของเด็ก
ดังนั้นนอกจากผมจะไม่ได้ให้ลูกดูรายการโทรทัศน์แล้ว ทุกเช้าเย็นที่ผมมีเวลาอยู่กับลูก จะชวนลูกคุยถึงสิ่งต่างๆ รอบข้างทั้งที่ปกติแล้วผมไม่ใช่คนที่พูดเก่ง แต่ก็ต้องพูดเพื่อให้ลูกได้คิดตามและพยายามคิดคำโต้ตอบกลับมา เวลาเดินไปซื้อของด้วยกันที่ตลาด ก็จะชี้ว่าสิ่งไหนเรียกอะไร ตั้งแต่ทางเดิน สิ่งของรอบข้าง ไปจนถึงบอกประโยคสนทนาง่ายๆ กับลูก
ปกติแล้วผมจะพูดคุยกับภรรยามากที่สุด แต่วันนี้ผมคุยกับลูกมากกว่าพูดกับภรรยาเสียอีก แถมคุยกันเป็นเรื่องเป็นราวอีกต่างหาก อย่างล่าสุดที่น้องเกล้าเพิ่งเล่าให้ผมฟังคือ “เมื่อวานน้องเกล้าอยู่กับคุณย่า คุณย่านั่งหน้าบ้าน น้องเกล้าให้อาหารปลา ปลาเต็มเลย ในบ่อปลามีใบไม้ คุณปู่ทำกับข้าวในครัว อาเอ๋มา อาแอนท์มา หม่าม้าไปไหน หม่าม้าไปทำงานเดี๋ยวกลับมา ป่าป๊าขับรถดีๆ ข้างหน้ามีรถบรรทุก...” และอีกหลายประโยคที่ผมฟังแล้วได้แต่พยักหน้า ขานรับตอบคำถามของลูก เป็นผู้ฟังที่ดีของลูกอย่างไม่รู้สึกเบื่อเพราะเป็นความรู้สึกอบอุ่นในจิตใจที่ผมอยากจะจดจำไปตลอดชีวิต







