posttoday
ปั้นลูกให้เป็นสตาร์ทำเงิน

ปั้นลูกให้เป็นสตาร์ทำเงิน

09 มกราคม 2559

ความสำเร็จของวงการกีฬาไทยในรอบปีที่ผ่านมา ไม่เพียงปลุกกระแสให้เยาวชนไทยหันมาสนใจเล่นกีฬากันมากขึ้นเท่านั้น

โดย...นูโน่

ความสำเร็จของวงการกีฬาไทยในรอบปีที่ผ่านมา ไม่เพียงปลุกกระแสให้เยาวชนไทยหันมาสนใจเล่นกีฬากันมากขึ้นเท่านั้น แต่ยังทำให้ “นักกีฬา” กลายเป็นอาชีพในฝันของเด็กไทยที่มาแรงมาก

เห็นได้จากผลสำรวจอาชีพเด็กไทยในฝัน ปี 2559 ของกลุ่มบริษัท อเด็คโก้ ประเทศไทย ที่พบว่า นักกีฬาคืออาชีพในฝันอันดับ 2 รองจากแพทย์ และเป็นเทรนด์อาชีพที่มาแรงที่สุด

เพราะปัจจุบันนอกจากกีฬาจะทำให้ร่างกายแข็งแรงและสร้างชื่อเสียงแล้ว ยังสร้างรายได้ก้อนโตได้ดีทีเดียว ทำให้ผู้ปกครองจำนวนไม่น้อยเริ่มหันมาปั้นลูกให้เป็นนักกีฬากันมากขึ้น และเทรนด์กีฬาที่น่าลงทุนก็หนีไม่พ้นกีฬายอดนิยมอย่างกอล์ฟและฟุตบอล

หากว่ากันด้วยตัวเลขเงินรางวัลจากการแข่งขันเพียวๆ กอล์ฟคือกีฬาที่สามารถทำเงินได้เป็นกอบเป็นกำโดยไม่จำเป็นต้องคว้าแชมป์มากมาย เห็นได้จาก 2 โปรมือท็อปของไทย อย่าง “โปรช้าง” ธงชัย ใจดี และ “โปรอาร์ม” กิรเดช อภิบาลรัตน์

ปีที่ผ่านมา โปรช้างทำเงินรางวัลได้ 2,025,747 ยูโร (ราว 81 ล้านบาท) จากการลงแข่ง 26 รายการ โดยคว้าแชมป์เพียงรายการเดียว แต่ผลงานรวมน่าพอใจ ขณะที่โปรอาร์มลงแข่ง 25 รายการ เป็นแชมป์ 2 รายการ ทำได้ 1,919,468 ยูโร (ราว 76.77 ล้านบาท)

ยิ่งไปกว่านั้น กอล์ฟยังเป็นกีฬาที่เล่นได้นาน หากดูแลรักษาร่างกายดีๆ พิสูจน์ได้จากโปรช้าง ที่ยังสามารถประสบความสำเร็จในระดับโลก ในวัย 46 ปี

อย่างไรก็ตาม กอล์ฟเป็นกีฬาที่มีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง ดังนั้นครอบครัวต้องมีความพร้อมด้านการเงินในระดับหนึ่ง เพราะการจะก้าวไปสู่อาชีพต้องมีการพัฒนา ซึ่งนอกจากอุปกรณ์แล้ว ยังต้องจ้างโค้ช มีค่าสนามซ้อม ค่าสมัครแข่งขัน ซึ่งโปรอาร์มแนะนำว่าควรจะมีโปรแกรมแข่งอย่างน้อยเดือนละครั้ง รวมไปถึงค่าเดินทาง อาหารและที่พักอีก รวมๆ แล้วถ้าตระเวนแข่งอยู่ในประเทศปีหนึ่ง มีอย่างน้อย 4-5 แสนบาท

“ของผมใช้เงินค่อนข้างเยอะเลย เพราะคุณพ่อส่งแข่งต่างประเทศตลอด 1-2 เดือนครั้ง และไปแต่ละครั้งก็มีคุณแม่และโค้ชด้วย ปีหนึ่งก็ไม่ต่ำกว่าหลักล้าน” กิรเดช กล่าว

แต่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้สำหรับครอบครัวที่ไม่พร้อมด้านการเงิน เพราะทั้ง ธงชัย และ ประหยัด มากแสง ก็ฐานะทางบ้านไม่ดีมาก่อน หรือแม้แต่ กิรเดช เองก็ประสบปัญหาการเงินจนหยุดเล่นไปช่วงหนึ่งเช่นกัน แต่โชคดีได้บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ เข้ามาเป็นสปอนเซอร์ ช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่าย (ค่าฝึกซ้อมรายเดือน/ค่าเดินทางแข่งขัน/ค่าสมัครแข่งขัน/ค่าที่พัก/เบี้ยเลี้ยง)

“นักกอล์ฟที่ฐานะไม่ดีก็ประสบความสำเร็จได้ เพราะมีผู้ใหญ่ใจดีที่พร้อมช่วยเหลือ อย่างคุณสันติ ภิรมย์ภักดี (กรรมการผู้จัดการบริษัท บุญรอดฯ) ที่มอบโอกาสให้เด็กๆ หลายคน” โปรอาร์ม กล่าว

แต่สำหรับผู้ปกครองที่มีข้อจำกัดเรื่องเงิน กีฬายอดนิยมอันดับ 1 ของโลกอย่างฟุตบอล ก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก เพราะนอกจากค่าใช้จ่ายจะไม่มากแล้ว ยังมีรายได้งามด้วย โดยที่ไม่ต้องรอไปค้าแข้งถึงต่างประเทศ

เพราะตอนนี้นักเตะไทยที่รับค่าเหนื่อยสูงสุดอยู่ในไทยพรีเมียร์ลีก อย่าง “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน ก็รับเงินเข้ากระเป๋าเดือนละ 7 แสนบาทแล้ว ขณะที่ วิคตอร์จูเนียร์ มิดฟิลด์ตัวรุกชาวบราซิเลียนของราชนาวี มีรายได้สูงสุดในลีกอยู่ที่ 5 ล้านบาท/เดือน

นี่ยังไม่รวมรายอื่นๆ อย่างเช่น สปอนเซอร์ หรือพรีเซนเตอร์สินค้าต่างๆ ที่พร้อมจะเข้ามาหากผลงานเข้าตาและทำตัวดี เหมือนเช่นแข้งช้างศึกไทยชุดปัจจุบัน

ก้องภพ สรงกระสินธ์ พ่อของ “เมสซี่เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ มิดฟิลด์ทีมชาติไทย เปิดเผยเงินไม่ใช่ปัจจัยหลัก ความมุ่งมั่นและใจรักสำคัญที่สุดสำหรับการปั้นลูกให้เป็นนักฟุตบอล โดยเฉพาะผู้ปกครองต้องเสียสละเวลาส่วนตัวอย่างมากเพื่อให้ลูกประสบความสำเร็จในอนาคต

“ผมพาเจไปซ้อมวันเสาร์-อาทิตย์ เป็นเวลา 5 ปี ตั้งแต่เขาอายุ 5 ขวบ ค่าใช้จ่ายไม่ได้มากมาย เสียเฉพาะค่ารถเวลาไปต่างจังหวัดเท่านั้น สิ่งสำคัญอยู่ที่เวลาและความใส่ใจมากกว่า” คุณพ่อมิดฟิลด์ทีมชาติไทย กล่าว

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นกอล์ฟ ฟุตบอล หรือกีฬาอะไรก็ตาม โปรอาร์ม ได้ฝากถึงผู้ปกครองว่า ลูกต้องรักในกีฬาก่อนและพร้อมจะเหนื่อยไปกับมัน และเมื่อลูกรักแล้วก็ต้องทุ่มเท ต้องช่วยกันและอยู่เคียงข้างกันตลอด

“ถ้าเล่นเพราะอยากได้เงิน แต่ใจไม่รัก ยากแน่นอน” โปรอาร์ม กล่าว

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน