
ซุน ม่งเซียว อยากใช้ชีวิตในเมืองไทย
โดย...ภาดนุ ภาพ : ทวีชัย ธวัชปกรณ์
โดย...ภาดนุ ภาพ : ทวีชัย ธวัชปกรณ์
สาวสวยหน้าตาดีวัย 25 ปี ผู้มีนามว่า “ซุน ม่งเซียว” หรือชื่อไทย “ทอฝัน” เป็นสาวจีนรุ่นใหม่จากเมืองคุนหมิงที่เรียนจบปริญญาตรีเอกภาษาจีน จากมหาวิทยาลัยยูนนาน นอร์มอล ยูนิเวอร์ซิตี้ ก่อนที่จะมาเรียนต่อปริญญาโทที่เมืองไทย เพราะชอบภาษาไทยและอยากเรียนรู้การใช้ชีวิตที่นี่
“ฉันมาเมืองไทยครั้งแรกเมื่อปี 2010 โดยมาเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่สถาบันราชภัฏนครปฐมเพื่อเรียนภาษาไทยโดยเฉพาะ แต่ระหว่างอยู่ที่นี่ฉันได้เป็นครูอาสาสมัครที่สอนภาษาจีนให้กับคนไทยไปด้วยค่ะ เพราะช่วงนั้นฉันกำลังเรียนปริญญาตรีอยู่ปี 3 การเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนจึงเหมือนเป็นการฝึกงานไปในตัว”
ทอฝัน บอกว่า หลังจากอยู่เมืองไทยได้ 1 ปี เธอก็กลับไปเรียนปริญญาตรีจนจบ แต่การที่ได้มาอยู่เมืองไทยทำให้เธอรู้สึกชอบเมืองไทยมากยิ่งขึ้น เธอจึงไปเข้าเรียนภาษาไทยที่สมาคม Han Ban ของจีนอีก 1 ปี แล้วจึงมาสอบเข้าเรียนต่อปริญญาโท เอกภาษาไทย ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พร้อมกับเป็นครูสอนภาษาจีนที่โรงเรียนบดินทรเดชา 4 ไปด้วย แต่เพราะโรงเรียนอยู่ไกลจากที่พักมาก เธอจึงเปลี่ยนมาสอนภาษาจีนที่สถาบันติวเตอร์แทน
“ระหว่างที่เรียนปริญญาโท ฉันก็รับสอนภาษาจีนให้คนไทยไปด้วย แต่ปัญหาคือเอกภาษาไทยที่ฉันเลือกเรียนนั้นมีวิชาบังคับที่ฉันต้องเรียนคือภาษาบาลี-สันสกฤตด้วย ซึ่งยากมาก โชคดีที่มีเพื่อนคนจีนที่พูดภาษาไทยได้ดีมาก ฉันจึงถามเขาได้ แต่เมื่อถามบ่อยๆ เขาก็รู้สึกรำคาญ ฉันก็เลยตั้งอกตั้งใจขยันศึกษาด้วยตัวเองดีกว่า ตอนนี้ฉันเรียนปริญญาโทปี 2 แล้ว และกำลังทำวิทยานิพนธ์อยู่ แต่เนื่องจากภาษาไทยยากมาก จึงอาจจะต้องใช้เวลาเยอะหน่อย” (หัวเราะ)
ทอฝัน บอกว่า นอกจากสอนภาษาจีนแล้ว เธอยังเป็นนักแปลข้อมูลข่าวภาษาไทยให้เป็นภาษาจีน เพื่อไปลงในหนังสือพิมพ์ซิงเสียนเยอะเป้าด้วย เมื่ออยู่เมืองไทยนานวันเธอก็รู้สึกว่าความสามารถด้านการอ่านภาษาไทยดีขึ้นเรื่อยๆ
“ฉันเป็นนักแปลให้กับหนังสือพิมพ์ซิงเสียนเยอะเป้าอยู่ 1 ปี วันหนึ่ง บก.ก็มาถามว่าอยากเป็นนักข่าวฟรีแลนซ์มั้ย ฉันคิดว่าน่าสนใจจึงตกลง พอลองทำดูก็รู้สึกว่าสนุกดีค่ะ เพราะได้เจอเพื่อนนักข่าวชาวจีนในงานอีเวนต์ต่างๆ ของไทย ซึ่งถ้าได้รู้จักเพื่อนคนไทยเยอะขึ้นก็คงจะดี จะได้เรียนรู้ภาษา การเข้าสังคม และวัฒนธรรมไทยให้มากยิ่งขึ้น
แต่คนไทยส่วนใหญ่มักจะมองคนจีนว่าเป็นคนต่างชาติที่เสียงดังโวยวาย ไม่ค่อยมีมารยาท ซึ่งฉันอยากบอกว่าคนจีนไม่ได้เป็นแบบนั้นทุกคนนะ อีกส่วนหนึ่งก็อาจจะติดขัดเรื่องของภาษาในการสื่อสารและวัฒนธรรมการเข้าสังคมที่แตกต่างกัน คนไทยก็เลยไม่ค่อยจะคบเพื่อนชาวจีนมากเท่าไหร่ ก็อาจจะต้องใช้ความจริงใจของเราทำให้เพื่อนคนไทยยอมเปิดใจให้ได้ค่ะ” (ยิ้ม)
ทอฝัน บอกว่า จุดเด่นของนิสัยคนไทยที่เธอชื่นชอบก็คือความอ่อนน้อมถ่อมตน และความมีน้ำใจ แต่สิ่งที่เธออยากให้เด็กไทยหรือวัยรุ่นไทยเปลี่ยนแปลงตัวเองก็คือ ความกล้าแสดงออก อย่างที่ผ่านมานักเรียนที่เธอเคยสอนภาษาจีนให้ เวลามีปัญหาก็มักจะไม่กล้าพูด ไม่กล้าถาม กลัวอาจารย์ผู้สอน ซึ่งเรื่องนี้สำคัญมาก เพราะหากไม่กล้าถามก็จะไม่ได้คำตอบและจะเรียนไม่เข้าใจ
“นอกจากฉันจะชอบภาษาไทยและวัฒนธรรมประเพณีไทยแล้ว ฉันยังชอบอาหารไทยด้วย โดยเฉพาะอาหารอีสานเพราะรสชาติจัดจ้านดี แล้วฉันยังชอบสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามอย่างทะเลทางภาคใต้ เช่น เกาะตาชัย เกาะสิมิลันด้วยค่ะ ส่วนภูเขาทางภาคเหนือฉันไม่ค่อยตื่นเต้นนัก เพราะที่คุนหมิงก็มีภูเขาและมีวิวสวยๆ ที่ฉันคุ้นเคยอยู่แล้ว สิ่งเดียวที่ฉันไม่ชอบก็คือเมืองไทยอากาศร้อนมาก ต่างจากที่คุนหมิงบ้านเกิดฉันที่อากาศจะเย็นตลอดปีเลยล่ะ แต่ถึงยังไงซะฉันก็ยังคงชอบเมืองไทยอยู่ดีค่ะ”
ทอฝัน ทิ้งท้ายว่า ปีหน้าถ้าเรียนจบปริญญาโทแล้ว เธออยากจะทำงานที่เมืองไทย เพราะที่นี่มีโอกาสเยอะกว่าที่จีน แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูท่าทีของพ่อแม่ก่อนว่าจะเห็นด้วยกับความคิดของเธอหรือไม่ ซึ่งหากไม่เห็นด้วยก็คงต้องคิดใหม่อีกครั้ง







