posttoday

คู่แฝดอารมณ์ศิลป์ พิมละออ-พิมพรรณ โภไคยอุดม

12 ธันวาคม 2558

แฝดสาวสุดห้าวเจ้าของและผู้บริหารร้านอาหารอาร์ตๆ อย่าง The Artwins Canteen and Bar กิ่ง พิมละออ และแก้ว-พิมพรรณ

โดย...วราภรณ์ ภาพ... วิศิษฐ์ แถมเงิน

แฝดสาวสุดห้าวเจ้าของและผู้บริหารร้านอาหารอาร์ตๆ อย่าง The Artwins Canteen and Bar กิ่ง พิมละออ และแก้ว-พิมพรรณ โภไคยอุดม ลูกสาวแฝดของ ศ.สิทธิชัย และพรพรรณ โภไคยอุดม ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครด้วยแฝดคู่นี้ชอบศิลปะ พอจบไฮสคูลที่ New England Girl’s School ก็บินไปศึกษาต่อปริญญาตรีที่ Macquarie University ประเทศออสเตรเลีย ในสาขา Media and Culture Studies แต่ด้วยทั้งคู่มีพรสวรรค์ด้านทำอาหาร จึงจับมือกันไปเรียนทำอาหารที่กอร์ดอง เบลอ ประเทศอังกฤษ

หลังกลับมาเมืองไทยก็ทำทั้งรายการทีวีเกี่ยวกับการทำอาหาร และเล่นกีฬาขี่ม้าสุดโปรดของทั้งคู่ไปด้วย หลังจากทำรายการอาหารได้ไม่นาน ทั้งคู่คิดว่าอยากเรียนต่อปริญญาโทและควรเลือกเรียนต่อในสาขาที่ต่างกันเพื่อเติมในสิ่งที่แต่ละคนขาด  พิมละออผู้พี่เลือกไปศึกษาต่อด้านกำกับภาพยนตร์ (โมชั่นพิกเจอร์) ที่สหรัฐอเมริกา ส่วนผู้น้องพิมพรรณศึกษาต่อด้านมัลติมีเดียที่ประเทศอังกฤษ 

จากนั้นก็กลับเปิดมาร้านอาหารตกแต่งสไตล์โรงเก็บม้ากีฬาสุดโปรดของทั้งคู่ชื่อร้าน “The Artwins Canteen and Bar” ตั้งอยู่ในซอยพหลโยธินซอย 9  และยังทำร้านเสื้อผ้ากับเพื่อนๆ ชื่อ The Adjective ล่าสุดทั้งคู่กำลังผุดโปรเจกต์ทำคอกม้าRetire และ Barn House ที่สระบุรี สำหรับเป็นที่พัก และเลี้ยงม้าที่เกษียณอายุการใช้งานอีกด้วย

สำหรับการแบ่งหน้าที่บริหารร้านอาหารสุดเก๋ ที่ทั้งคู่เป็นทั้งผู้บริหารและเป็นเชฟไปด้วยพร้อมๆ กัน ไม่มีการแบ่งหน้าที่อย่างชัดเจน อาศัยถ้อยทีถ้อยอาศัยช่วยกันทำ จึงไม่แปลกที่เมื่อแขกเข้าไปในร้านแล้วจะเห็นทั้งคู่เข้าครัวช่วยกันปรุงอาหารรับประทานง่ายๆ ให้แขกที่ไปเยี่ยมเยือนลิ้มรสอาหารด้วยตัวเอง การค้นพบว่าทั้งคู่มีพรสวรรค์ด้านทำอาหารอาจสืบเนื่องมาตั้งแต่เมื่อครั้งเรียนปริญญาตรีที่ออสเตรเลียพร้อมกับพี่ชายที่เนื้อหอมเป็นที่รักของเพื่อนๆ พี่ชายจึงมีเพื่อนมาเยี่ยมที่บ้านบ่อยมาก น้องสาวสุดห้าวจึงต้องทำหน้าที่ทำอาหารเพื่อต้อนรับแขก เธอจึงค้นพบว่าการทำอาหารเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้พวกเธอมีความสุขนอกจากชอบงานศิลปะ

คู่แฝดอารมณ์ศิลป์ พิมละออ-พิมพรรณ โภไคยอุดม

 

น้องสาวสุดเฮี้ยว

กิ่ง พิมละออ พูดถึงน้องสาว แก้ว พิมพรรณที่อายุห่างกันเพียง 1 นาที ว่า ตอนเด็กๆ จำความได้ทั้งคู่ไม่ค่อยทะเลาะกัน หรือมีทะเลาะกันก็เป็นเรื่องเล็กๆ ที่เล่นเอามือแตะกัน ใครแตะอีกคนได้เป็นคนสุดท้าย ถือว่าชนะ

“แก้วนิสัยจะคล้ายๆ กิ่ง แต่กิ่งจะบู๊เยอะกว่า แต่เพื่อนบอกว่าแก้วจะดูหวานกว่ากิ่ง กิ่งจะดูแมนๆ ทั้งการพูดจาและการแต่งตัว เรียกว่าตลอดเวลาทำงานเราจะอยู่ด้วยกัน เช่น หากมีแคเทอริ่งต้องเตรียมของถึงตีหนึ่ง เราก็ช่วยกันทำ ไม่มีคนหนึ่งคนใดกลับบ้านไปก่อน แต่เราก็เคยแยกกันตอนเรียนปริญญาโท มีคนหนึ่งอยู่เมืองไทย แต่แก้วไปเรียนต่อก่อน กิ่งอยู่เมืองไทยก็ไม่รู้สึกเหงานะคะ อาจมีบ้างแต่ผ่านไป 1 อาทิตย์ก็ปรับตัวได้ เพราะรู้สึกเหนื่อยต้องขี่ม้าแทนน้องสาว เพราะตัวเขาไปเรียนเมืองนอก แต่ม้าก็ยังต้องให้เขาวิ่งทุกวันห่างกันแต่ไม่ถึงกับคิดถึงกันมาก อาศัยคุยกันเกือบทุกวันผ่านสไกป์”

ถ้าถามว่าเคยมีโมเมนต์ไหนที่น้องสาวทำเรื่องราวประทับใจให้พี่สาวบ้างหรือไม่ กิ่งบอกว่า ไม่มีโมเมนต์นั้นเลย เพราะทั้งคู่ดูเหมือนไม่ใช่พี่น้อง เป็นเหมือนเพื่อนกันมากกว่า แต่มีวีรกรรมเด็ดเล็กๆ สมัยเรียนมัธยมต้น ขณะเรียนอยู่ที่โรงเรียนราชินีบน ด้วยความที่หน้าคล้ายกันมาก และได้เรียนคนละห้อง ก็เลยแสดงความซนด้วยการสลับห้องกันเรียนในวิชาภาษาอังกฤษเหมือนกัน แต่คุณครูก็จับไม่ได้ มีแต่เพื่อนๆ ที่นั่งหัวเราะกันเพราะรู้ว่าแฝดสุดห้าวคู่นี้สลับตัวกันเข้าห้องเรียน แม้สิ่งที่ได้คือความสนุก แต่ทำแค่ครั้งเดียวเพราะกลัวคุณครูจับได้

ค่าที่ทั้งคู่ใกล้ชิดกันมากจนเหมือนเป็นเงาตามตัว มีสิ่งที่พี่สาวเป็นห่วงน้องสาวก็คือ ห่วงใยในสุขภาพ อย่าไดเอตมากจนเกินไป

“สิ่งที่เป็นห่วงน้องคือ เขาเครียดกับการลดน้ำหนักมาก แม้กิ่งจะบอกว่าค่อยๆ ลดเดี๋ยวก็กลับมาผอมดังเดิม ไม่ต้องเครียดไป อีกอย่างอยากให้น้องชั่งน้ำหนักทุกวัน ไม่ต้องกลัวกับตัวเลข เพื่อทดสอบว่าวิธีที่น้องทำ ทำให้น้ำหนักลดไหม ซึ่งการลดน้ำหนักต้องค่อยเป็นค่อยไป ถ้าเครียดเกินไปกิ่งคิดว่าจะส่งผลให้ลดน้ำหนักไม่ได้ค่ะ”

ด้วยวัยที่ย่างเข้า 33 แล้ว แต่ทั้งคู่ก็ยังคงรักษาสถานภาพโสดอย่างเหนียวแน่น พวกเธอไม่กังวลเรื่องอายุ โดยเฉพาะน้องสาวที่มีหมอดูทักว่า แก้วต้องเปิดใจ อย่าคิดว่าเราสามารถอยู่คนเดียวได้ แต่เปิดกว้างทางความคิด คิดว่าถ้ามีคู่ เดี๋ยวก็มาเอง แต่ก่อนอื่นก็ไม่ควรปิดกั้นตัวเอง

“ส่วนตัวกิ่งคิดว่า คนเราจะมีแฟนก็ต้องมีแล้วทำให้ชีวิตเรามีความสุขกว่าเก่า ถ้ามีแล้วมานั่งทุกข์ก็ไม่ต้องมีดีกว่า ซึ่งตัวกิ่งไม่ปิดตัวเอง ถึงแม้เราไม่มีแฟน แต่เราก็มีเพื่อนเยอะซึ่งเพื่อนที่ยังอยู่เป็นโสดก็เยอะมากๆ แต่น้องไม่เคยปรึกษาเรื่องแฟนนะคะ”

ปีใหม่นี้ สิ่งที่พี่สาวอยากฝากอวยพรน้องสาวสุดที่รักก็คือดูแลสุขภาพบ้าง เพราะการที่สุขภาพแข็งแรงก็จะไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ก็จะมีความสุขทุกวัน ชีวิตก็จะดีและมีความสุข แค่นี้ชีวิตก็เพียงพอแล้ว

คู่แฝดอารมณ์ศิลป์ พิมละออ-พิมพรรณ โภไคยอุดม

 

น้องสาวว่าแมนแล้วพี่สาวยังแมนกว่า

ถึงคราวน้องสาว แก้ว พิมพรรณ เมาท์พี่สาวบ้างว่า ตอนเด็กๆ พวกเธอสนิทกันมาก ขนาดใส่เสื้อผ้ายังแบบเหมือนกัน แต่คนละสี ด้านนิสัยเธอบอกว่า พี่สาวจะแมนกว่าเธอ ตอนเด็กๆ หากถามถึงความประทับใจในฐานะคู่แฝด แก้วบอกว่าเธอจำได้ไม่ลืมจากการดูภาพถ่ายว่า ตอน 4 ขวบ แก้วเปิดประตูรถไม่ได้ ก็มีพี่สาวมาช่วยเปิดประตูให้ หรือบางเหตุการณ์ เช่น เธอกำลังโดนคุณแม่ดุด้วยเรื่องเข้าใจผิดกัน ก็มีพี่สาวมาเรียกน้องสาวไป ถือว่าเป็นการช่วยชีวิตแบบหนึ่ง จนคุณแม่แอบบ่นน้อยใจว่า พวกเธอไม่เคยรักฉัน เธอรักกันเองแค่สองคน (ยิ้ม)

“แก้วก็ยังไม่มีแฟนเหมือนกิ่ง เพราะเรารู้สึกว่าเรามีกันและกันอยู่แล้ว และคิดว่าเรื่องแฟนไม่สำคัญ แก้วเห็นเพื่อนๆ แต่งงานหลายคู่ แต่ก็มีบ่นๆ ว่าอายุ 40 ก็จะหย่าแล้ว (ยิ้ม) เราได้ยินก็รู้สึกปลง และแก้วคิดว่าตัวเองก็ไม่อยากมีลูก เพราะหลักธรรมะบอกว่า มีลูกหรือมีแฟนก็เหมือนมีบ่วง อีกทั้งคนยุคนี้ความอดทนต่ำ คนหย่ากันง่าย คิดว่าชีวิตโสดดีแล้วค่ะ คิดไว้เสมอว่าไม่ต้องมีแฟนหรอก มีทำไม จึงคิดว่าจะอยู่เป็นโสดแบบนี้แหละ อีกทั้งหากมีแฟนเราก็คงไม่มีเวลาดูแลเขา มีคนชอบบอกว่า คนสองคนเจอกันก็เหมือนเติมเต็มซึ่งกันและกัน แต่แก้วไม่เชื่อแบบนั้น คิดว่าแต่ละคนต้องเต็มมาก่อน ต้องพึ่งตัวเองได้ แล้วค่อยมาเติมเต็มซึ่งกันและกันค่ะ ซึ่งกิ่งก็คิดเหมือนกัน”

สุดท้ายเป็นห่วงอะไรพี่สาวหรือไม่ แก้วบอกว่าด้วยทั้งสองทำงานหนักด้วยกันทั้งคู่ จึงไม่เป็นห่วงพี่สาว เพราะพวกเธอดูแลกันและอยู่เคียงข้างกัน (เสมอ) อยู่แล้ว

“ปัจจุบันเรายังอยู่บ้านเดียวกัน จึงเห็นกันอยู่แล้ว อาจจะมีบ้างตอนเห็นพี่สาวนั่งดูโทรศัพท์มืดๆ ก็เตือนพี่ว่าดูโทรศัพท์มือถือดึกๆ เดี๋ยวตาเสียนะ” นื่ถือว่าเป็นการแสดงความห่วงใยที่นานๆ จะแสดงให้เห็น ตามประสาสาวห้าว อารมณ์ศิลป์และมีโลกส่วนตัวด้วยกันทั้งคู่

ข่าวล่าสุด

อธิบดี ปภ. สั่งเข้ม “เข้าเร็ว เข้าไว” เร่งลด Hotspot ไฟป่าภาคเหนือ