
จิ้งจอกพิสูจน์แกร่ง เฝ้าถ้ำฟัดสิงห์บลู
ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกนัดที่ 16 ทุกสายตาจับจ้องไปยังสนาม คิง เพาเวอร์ เมื่อจ่าฝูงเลสเตอร์ถูกท้าทายความร้อนแรงด้วยโปรแกรมสุดโหด ประเดิมสัปดาห์นี้พบแชมป์เก่า
ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกนัดที่ 16 ทุกสายตาจับจ้องไปยังสนาม คิง เพาเวอร์ เมื่อจ่าฝูงเลสเตอร์ถูกท้าทายความร้อนแรงด้วยโปรแกรมสุดโหด ประเดิมสัปดาห์นี้พบแชมป์เก่า
เลสเตอร์ ซิตี้ VS เชลซี
วันที่ 14 ธ.ค. สนาม : คิง เพาเวอร์
เวลา : 03.00 น.
จ่าฝูงเลสเตอร์ทีมโดยเจ้าของคนไทยเก็บ 32 คะแนน จาก 15 เกมแรก ผงาดขึ้นนำพรีเมียร์ลีกอย่างเซอร์ไพรส์ ทว่าพลพรรคแข้งจิ้งจอกสีน้ำเงินต้องพิสูจน์ความแข็งแกร่ง เนื่องจากโปรแกรม 4 นัดต่อไปนี้ต้องพบกับทีมระดับท็อป อย่าง เชลซี, เอฟเวอร์ตัน, ลิเวอร์พูล และแมนเชสเตอร์ ซิตี้
เคลาดิโอ รานิเอรี กุนซือเลสเตอร์ ลดความกดดันด้วยการปลุกเร้าลูกทีมให้พยายามเก็บอีก 8 แต้ม จะได้ครบ 40 คะแนน ตามเป้าหมายเดิมก่อนเริ่มซีซั่น ดังนั้นไม่จำเป็นต้องล้มยักษ์ใหญ่ทุกสัปดาห์
“ไม่เลยนะ ผมไม่ได้เปลี่ยนจุดมุ่งหมายของตัวเองเลย เป้าหมายแรกของผมยังเป็นการเก็บให้ได้ 40 คะแนน มันน่าจะมากพอสำหรับการรอดจากการตกชั้น ผมมีความทะเยอทะยานสูงมาก แต่เป้าหมายแรกของผมยังเป็นอย่างนั้นอยู่ ตอนนี้สิ่งที่สำคัญคือการเจอกับทีมใหญ่ๆ และมันจะเป็นช่วงที่เราต้องเจอเกมที่ยากลำบากในเดือนนี้ เราจะต่อสู้เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาไม่แย่นัก” รานิเอรี กล่าว
สภาพทีมเจ้าถิ่นจะหมดสิทธิใช้งาน แมทธิว เจมส์ ที่เจ็บเข่าพักยาว และ ริทชี เดอ เลต ที่กำลังเรียกฟิต แต่จะได้ นาธาน ดายเออร์ กลับมาลากเลื้อยริมเส้นกับ มาร์ค อัลไบรท์ตัน แผงหลังนำโดยกัปตัน เวส มอร์แกน, โรเบิร์ต ฮูธ, แดนนี ซิมป์สัน และ คริสเตียน ฟุคส์
มิดฟิลด์คู่กลางใช้ แดนนี ดริงค์วอเตอร์ จับคู่ เอ็นโกโล ก็องเต และวาง เจมี วาร์ดี ดาวซัลโวของลีกล่าตาข่ายคู่ ริยาด มาห์เรซ ปีกจอมฮอตที่เพิ่งทำแฮตทริกมาในแมตช์ถล่ม สวอนซี 3-0 เมื่อสัปดาห์ก่อน
ด้านแชมป์เก่าเชลซีออกสตาร์ทแพ้ถึง 8 เกม เพิ่งเก็บได้เพียง 15 คะแนน อย่างไรก็ตามลูกทีมของ โจเซ มูรินโญ น่าจะเรียกความมั่นใจได้พอสมควร เพราะเมื่อกลางสัปดาห์สามารถเปิดรังปราบ ปอร์โต 2-0 พร้อมผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ได้สำเร็จในฐานะแชมป์กลุ่ม
“เราแสดงให้เห็นถึงแรงปรารถนาที่ไม่อยากลงไปเล่นยูโรป้าลีก พวกเขาแสดงให้เห็นถึงความเป็นหนึ่งเดียว มีการโชว์แนวคิดที่สร้างสรรค์และมุ่งมั่นในชัยชนะออกมา แต่ในพรีเมียร์ลีกทุกรายละเอียดดูไม่เป็นใจกับเรา นักเตะรู้สึกโดนทำลายความเชื่อมั่น หวังว่ากำลังใจจากกองเชียร์และฟอร์มในยุโรปจะพาทีมกลับมา ผมรู้สึกเสียใจที่ตอบแทนแฟนบอลได้เพียงเท่านี้” มูรินโญ เผย
นอกจากนี้ นายใหญ่ชาวโปรตุกีสยังเอ่ยปากชม ดีเอโก คอสตา ศูนย์หน้าทีมชาติสเปน ว่าทัศนคติและการยืนตำแหน่งดีขึ้น เชื่อว่ากองหน้าเจ้าอารมณ์จะกลับมายึดตัวจริงอีกครั้ง
ขณะที่ เชส ฟาเบรกาส ที่ถูกพักในเกมกับปอร์โต พร้อมคัมแบ็กคุมกลางกับ เนมานยา มาติช แนวรับ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช, แกรี เคฮิลล์, จอห์น เทอร์รี (กัปตันทีม), เซซาร์ อัซปิลิกวยตา พร้อมบัญชา โดยมี วิลเลียน, เอเดน อาซาร์ และ เปโดร โรดริเกซ สร้างสรรค์เกม
ความน่าจะเป็น : เลสเตอร์มาในแท็กติกวิ่งสู้ฟัดเน้นเกมสวนกลับเร็ว โดยใช้ความเร็วศูนย์หน้าเข้าโจมตีคู่แข่ง แต่เกมนี้มาเจอผู้เชี่ยวชาญเกมรับอย่างมูรินโญคงลำบาก หากหลังเชลซีไม่ดันสูง ยิ่งสถิติ 5 นัดหลังสุดเจ้าบ้านแพ้รวด ดูแล้วเชลซีมีโอกาสฉกแต้มกลับลอนดอนสูง
สกอร์ที่คาด : เชลซี ชนะ 2-1
แมนฯ ซิตี้ VS สวอนซี
“เรือใบสีฟ้า” ฟอร์มดุขึ้นเยอะตั้งแต่ ดาบิด ซิลบา หายเจ็บกลับมา ยิ่งเกมนี้ได้ ยาย่า ตูเร มาคุมกลาง ราฮีม สเตอร์ลิง ลงลากเลื้อย แม้แนวรุกยังขาด เซร์คิโอ อกูเอโร แต่ วิลฟรีด โบนี น่าจะพาเจ้าถิ่นเบียดคว้าชัย
ขณะที่ “หงส์ขาว” เพิ่งตะเพิด แกรี มังค์ เซ่นผลงานห่วยหลังเก็บชัยได้นัดเดียวจาก 10 เกมหลังสุด เชื่อว่าหากยังหาโค้ชไม่ทัน ต่อให้ เวย์น เราท์เลดจ์, เจฟเฟอร์สัน มอนเตโร, กิลฟี ซิกูร์ดส์สัน, อังเดร อายิว และ บาเฟติมบี โกมิส ลงครบก็รอดยาก
สกอร์ที่คาด : แมนฯ ซิตี้ ชนะ 3-1







