posttoday
กับจุดเปราะบางและอ่อนไหวของผู้หญิง ผู้ชายเข้าใจดีพอหรือยัง?

กับจุดเปราะบางและอ่อนไหวของผู้หญิง ผู้ชายเข้าใจดีพอหรือยัง?

17 พฤศจิกายน 2558

ก่อนหน้านี้ ผมได้ไปเจอข่าวหนึ่ง ซึ่งเป็นข่าวของนักแสดงต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น James Phels, Samuel L Jackson ฯลฯ ได้ออกมาโพสต์รูปภาพของตนเอง

โดย...ตุลย์ จตุรภัทร ภาพ 01 Somkid Chaijitvanit

ก่อนหน้านี้ ผมได้ไปเจอข่าวหนึ่ง ซึ่งเป็นข่าวของนักแสดงต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็น James Phels, Samuel L Jackson ฯลฯ ได้ออกมาโพสต์รูปภาพของตนเอง ซึ่งถอดเสื้อและเอานิ้วชี้ไปที่หน้าอก ผ่านทางโซเชียลมีเดียต่างๆ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้คนได้ตระหนักถึงโรคมะเร็งเต้านมที่เกิดขึ้นกับผู้หญิง อีกทั้งต้องการให้ผู้หญิงได้รับรู้ว่า ผู้ชายก็รู้สึกสะเทือนใจ เห็นใจ และเข้าใจ ในสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เปราะบางและอ่อนไหวสำหรับผู้หญิงอยู่มิใช่น้อย

ในฐานะคนที่เสพข่าว เราอาจมองสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ได้ทั้งในแง่มุมที่ดี และในแง่มุมที่ร้าย แต่เมื่อมองข่าวนี้อย่างก่อให้เกิดประโยชน์ในทางสร้างสรรค์ เราก็สามารถกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองได้ว่า นอกจากการที่ผู้ชายได้แสดงความสะเทือนใจ เห็นใจ และเข้าใจในภาวะที่ผู้หญิงป่วยเป็นโรคมะเร็งโรคเต้านมนี้แล้ว มันยังมีจุดเปราะบางและอ่อนไหวอันใดอีกบ้าง ที่ผู้ชายจะสามารถรับรู้ เห็นใจ และเข้าใจ รวมทั้งอยู่เคียงข้าง โดยไม่ทิ้งห่าง หรือเดินหนีไปเสียดื้อๆ

หากนี่คือการเอาชนะใจผู้หญิง ที่อาจเป็น แม่ เมีย แฟน ป้า น้า อา พี่สาว น้องสาว เพื่อนสาว เจ้านาย หรือลูกน้องของเราได้อย่างแท้จริง มันก็เป็นสิ่งที่ผู้ชายควรกระทำมิใช่หรือ? เอาเป็นว่า สกู๊ปในวันนี้ ผมมีเสียงสะท้อนจากคอลัมนิสต์หญิง ผู้ที่หมุนเวียนเปลี่ยนผ่านความคิดเป็นบทความดีๆ ในคอลัมน์ See Through หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ มาฝากให้คุณผู้ชายได้ลองอ่าน คิดตาม วิเคราะห์ สังเคราะห์ แยกแยะ จนตกผลึกกัน อันจะนำไปสู่อะไรบางอย่างที่ดีขึ้นต่อความสัมพันธ์ และการอยู่ร่วมกันของผู้ชายผู้หญิงที่วิเศษขึ้นกว่าเดิม

การให้ที่งดงาม คือการให้ที่ไม่ได้รู้สึกว่าเป็นภาระ

เริ่มต้นที่คอลัมนิสต์คนแรก ดร.วรัญญา สะอาดเอี่ยม ริเท็นนิส ผู้ซึ่งเคยผ่านการเป็นเซลล์มะเร็งที่ปากมดลูก ที่ซึ่งเป็นจุดเปราะบางและอ่อนไหวสำหรับผู้หญิงไม่ต่างจากการเป็นโรคมะเร็งเต้านม เธอเผยจากใจจริงว่า แน่นอนว่า ผู้หญิงต้องตั้งสติ เพื่อรับมือกับโรคร้ายที่เกิดขึ้นกับตัวเอง รับมือกับความเห็นใจของผู้คน รับมือกับวิธีการรักษาของคุณหมอ ทั้งหมอจริงและหมอไม่จริง รวมทั้งข้อมูลต่างๆ นานาที่จะไหลมาสู่ตัวเราอย่างมากมาย

“เมื่อผู้หญิงพอตั้งสติได้แล้ว เขาย่อมต้องการคนมาอยู่ข้างๆ ให้ความรักความเข้าใจ ซึ่งผู้ชาย ไม่ว่าจะอยู่ในบทบาทหรือสถานะใด ก็คือหนึ่งในนั้น สิ่งที่ดิฉันอยากสะท้อนให้ผู้ชายได้เรียนรู้และทำความเข้าใจ ก็คือ ความรัก ความเข้าใจ และการคอยอยู่เคียงข้างผู้หญิงที่กำลังป่วยอยู่นั้น มันต้องมาจากสามัญสำนึกในความเป็นมนุษย์ มาจากดวงจิตที่พร้อมจะให้ เพราะถ้ามันไม่ได้เกิดขึ้นจากดวงจิตที่พร้อมจะให้ หรือสามัญสำนึกในความเป็นมนุษย์ เขาก็ไม่อาจอยู่เคียงข้างผู้หญิงที่กำลังป่วยไปได้ตลอดรอดฝั่ง เพราะอาจรู้สึกว่าหนักเกินไปกับสิ่งที่เกิดขึ้น”

กับจุดเปราะบางและอ่อนไหวของผู้หญิง ผู้ชายเข้าใจดีพอหรือยัง? ดร.วรัญญา สะอาดเอี่ยม

 

ดร.วรัญญา เผยว่า ในฐานะผู้หญิง เธอเข้าใจว่าผู้ชายก็อ่อนไหวเป็น แม้จะเข้มแข็งกว่าผู้หญิงทางด้านร่างกาย หรือถูกสอนว่าต้องเข้มแข็ง ต้องเข้าใจผู้หญิง ทำให้ผู้หญิงได้ทุกอย่าง อ่อนแอไม่ได้ หรือร้องไห้ไม่ได้ แต่ในความเข้มแข็ง ย่อมมีความอ่อนแออ่อนไหวอยู่ด้วยเสมอ “กุญแจสำคัญที่ผู้ชายจะเข้าใจและอยู่เคียงข้างผู้หญิงที่กำลังป่วยไปได้ตลอดรอดฝั่ง นั่นคือการเข้าถึงความต้องการอันแท้จริงของผู้หญิงที่กำลังป่วย โดยไม่รู้สึกว่าตนเองกำลังแบกรับภาระอันหนักหนาใหญ่หลวง หากเพียงกระทำมันออกมาด้วยหัวใจ ด้วยความรัก แล้วสิ่งที่ทำให้ด้วยหัวใจ ด้วยความรักนี้ จะทำให้ผู้ชายไม่ได้รู้สึกว่าสิ่งที่เขาทำคือภาระเลย แล้วมันจะทำให้ผู้ที่ได้รับ นั่นก็คือผู้หญิง รู้สึกถึงความรักความเข้าใจได้อย่างแท้จริง”

ดร.วรัญญา เผยว่า กับสามีของเธอ เขาเอาใจใส่ เข้าใจ เห็นใจ ในแบบของเขา แต่ไม่เคยแสดงความสงสารให้เธอเห็น เพราะความสงสาร จะทำให้เรื่องราวไปกันใหญ่ “เขาทำสิ่งดีๆ ให้เรา โดยอยู่บนพื้นฐานที่ว่า สิ่งดีๆ ที่เขาทำให้ จะทำให้ชีวิตของเราดีขึ้น ดีทั้งต่อสภาพจิตใจ ต่อร่างกาย และต่อความสัมพันธ์ เป็นการทำสิ่งดีๆ ให้เรา โดยเคารพในความต้องการของเรา ไม่ใช่ทำสิ่งดีๆ ให้ เพื่อดีต่อตัวเขาเอง แต่ไม่ได้ดีต่ออีกฝ่ายอย่างแท้จริง ซึ่งบางครั้ง ผู้หญิงที่กำลังป่วย อาจไม่ได้ต้องการอะไรมากมาย อาจต้องการแค่ความนิ่ง จับมือ ส่งความรักให้ มองตา หรือรับฟังอย่างเข้าใจ แค่ผู้ชายเข้าใจในความต้องการนี้ และทำให้ด้วยใจจริง มันก็โอเคแล้ว”

ท้ายที่สุดแล้ว ดร.วรัญญา เผยจากใจจริงว่า หากผู้ชายเข้าใจและอยู่เคียงข้างผู้หญิงที่กำลังป่วยด้วยความรัก สามัญสำนึกในความเป็นมนุษย์ และดวงจิตที่พร้อมจะให้ และผู้หญิงก็เข้าใจว่าผู้ชายก็อ่อนไหวอ่อนแอเป็น ไม่ใช่คนที่ต้องเข้มแข็งตลอด 24 ชั่วโมง ความเข้าใจนี้จะทำให้ชีวิตและความสัมพันธ์เติบโตได้อย่างมั่นคง แข็งแรง และงดงาม

แค่เข้าใจ ไม่ถือสา และใจเย็น

ในส่วนของ ปูปรุง หรือ ปริยกร วิศาลโภคะ คอลัมนิสต์อีกหนึ่งท่าน อีกทั้งเป็นนักเขียนแนวมองโลกสวยงามตามความเป็นจริง และแนวพัฒนาตนเอง รวมทั้งแนวธรรมะประยุกต์ เธอเผยว่า ในจุดเปราะบางและอ่อนไหวของผู้หญิง มันคืออารมณ์และความรู้สึก ที่ซึ่งจำเป็นต้องได้รับความเข้าใจจากผู้ชายค่อนข้างมาก

“สิ่งที่ผู้หญิงต้องการมากที่สุด คือการแสดงความเข้าใจ การพร้อมที่จะรับฟังเธอ แม้บางครั้ง ผู้ชายอาจจะรู้สึกว่ามันไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญมากนัก แต่การมีทีท่าที่พร้อมจะอยู่เคียงข้าง ก็ช่วยให้ทุกสิ่งทุกอย่างดีขึ้นได้เสมอ บางครั้งแค่รับฟังเธอ อยู่เคียงข้างเธอ แสดงออกให้เธอรู้ว่ารักและห่วงใย แม้บางเรื่องอาจไม่เข้าใจเธอ แต่ก็ยังอยู่ข้างๆ แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว”

หากผู้ชายอยากเข้าใจโลกทั้งใบของผู้หญิง ที่เต็มไปด้วยจุดเปราะบางและอ่อนไหว เทคนิคที่ใช้ได้ผลจริงคืออะไร ปูปรุงเผยว่า แค่หยุด ฟัง และแสดงออกว่ารัก ห่วงใย ใส่ใจ เช่น การกอด การสัมผัส หรือแค่คำพูดสั้นๆ ที่จริงใจ ก็อาจเพียงพอแล้ว

“แน่นอนว่า ผู้ชายโดยส่วนใหญ่อาจหงุดหงิดใจกับการแสดงออกของผู้หญิงที่มากเกินไป ไม่ค่อยพอดิบพอดี ในฐานะผู้หญิง ก็อยากขอให้ผู้ชายให้เวลาและให้โอกาสผู้หญิงได้ค้นหาความพอดีในการแสดงออกจนพบเจอ”

กับจุดเปราะบางและอ่อนไหวของผู้หญิง ผู้ชายเข้าใจดีพอหรือยัง? ปริยกร วิศาลโภคะ

 

การเป็นประจำเดือน ถือเป็นหนึ่งในจุดเปราะบางและอ่อนไหวสำหรับผู้หญิง แม้อาจดูเป็นเรื่องปกติ ไม่ร้ายแรง แต่ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นสม่ำเสมอในผู้หญิงอย่างน้อยก็เดือนละครั้ง ครั้งละอย่างน้อย 4-7 วัน ปูปรุงเผยว่า เรื่องนี้มีความสำคัญ เพราะเกี่ยวพันกับระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไปในตัวผู้หญิง

“อาการที่เกิดขึ้น และสามารถสัมผัสได้ชัดเจนคือเรื่องอารมณ์ ภาวะนี้ในบางคนจะมีเอฟเฟกต์มาก ความรู้สึกจะขึ้นสูงและลงต่ำแบบผิดปกติ หากผู้ชาย ที่เป็นคนรักหรือคนใกล้ชิดไม่ทราบ ก็อาจไม่เข้าใจ บางครั้งมันก็เกิดขึ้นเองเกินควบคุมได้ เช่นที่ตัวเองเคยเป็นคือ จะหงุดหงิดง่าย บางเรื่องที่ไม่เคยเป็นอารมณ์ก็จะเกิดความรู้สึกรุนแรงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นจากคำพูดหรือการกระทำของคนใกล้ตัว ณ เวลานั้น และอาจถูกซ้ำเติมหนักขึ้นได้ หากมีอาการทางกายเกิดร่วมด้วย เช่น การปวดท้องเมนส์ การรู้สึกปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ครั่นเนื้อครั่นตัว”

แน่นอนว่า สิ่งที่ผู้ชายจะสามารถทำได้ ปูปรุงเผยว่า มันคือการไต่ถามอย่างใส่ใจ เพื่อให้เกิดความเข้าใจ ไม่หงุดหงิด หรืออารมณ์เสียใส่ จนกลายเป็นทะเลาะเบาะแว้ง หรือขุ่นเคืองใจกัน

“แม้บางครั้ง ผู้หญิงจะเป็นต้นเหตุแห่งการทำให้บรรยากาศไม่ดีเกิดขึ้น แต่หากผู้ชายใจเย็น ไม่ถือสากับสิ่งที่ผู้หญิงทำไป ด้วยความเข้าใจในธรรมชาติที่เกิดขึ้น นั่นจะทำให้ผู้หญิงรู้สึกตัว และหันกลับมาทำให้สัมพันธภาพที่มีต่อกันราบรื่น ไม่เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาค่ะ”

หันหน้าพูดจา ไม่ใช้อารมณ์

โอบอุ้มจิตใจ = เข้าใจกันมากขึ้น

มาถึงคอลัมนิสต์แห่งคอลัมน์ See Through คนสุดท้าย ว.แหวน หรือ สาวิตรี แก้วทัศน์ นักเขียนเจ้าของผลงานเบสต์เซลเลอร์ตลอดกาล “Life on the rock” เธอเผยว่า จุดเปราะบางและอ่อนไหวมากที่สุดของผู้หญิง น่าจะเป็นเรื่องของการต้องการกำลังใจการเอาใจใส่ การดูแลอย่างสม่ำเสมอจากคนที่รัก เป็นการโอบอุ้มทางจิตใจ มากกว่าการช่วยเหลือในด้านอื่นๆ เพียงเท่านี้ ผู้หญิงก็มีพลังมหาศาลที่จะต่อสู้ฝ่าฟันกับทุกๆ อุปสรรคของชีวิต

“ฉันเชื่อว่า ผู้ชายเป็นเพศที่เลือกใส่ใจ โดยอยู่บนพื้นฐานความสบายใจเป็นหลัก ในขณะที่ผู้หญิงใช้มาตรฐานความรักของตน มาตัดสินการเอาใจใส่ เมื่อรักก็ต้องเต็มที่ จนเผลอลืมมองไปว่า เต็มที่เรา อาจมากไปสำหรับเขา สิ่งที่ฉันอยากบอกผู้ชาย คือ ผู้หญิงพร้อมจะสร้างพลังใจด้วยตนเองในหลากหลายหนทาง ไม่รอให้ผู้ชายมาเข้าใจฝ่ายเดียว และเมื่อไหร่ที่การเรียกร้องอยู่ในระดับที่พอดี ไม่มากเกินไป หรือขอความช่วยเหลือเท่าที่จำเป็น นั่นก็จะทำให้สภาวะของการอยู่ร่วมกัน ต่างสบายตัวกันทั้งสองฝ่าย เราจะมองเห็นการเอาใจใส่ และการประนีประนอมระหว่างกันมากขึ้น ไม่ต้องพยายามให้ผู้ชายมาเข้าใจ แค่อยู่ให้เขาสบายใจ สบายตัว มีปัญหาอะไร พูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา ไม่เหน็บแนม ไม่ค่อนขอด ไม่ประชดประชันใส่กัน”

กับจุดเปราะบางและอ่อนไหวของผู้หญิง ผู้ชายเข้าใจดีพอหรือยัง? สาวิตรี แก้วทัศน์

 

คงมีผู้ชายหลายคนตั้งคำถามกับตัวเองว่า จริงๆ แล้ว ผู้หญิงต้องการอะไรจากผู้ชายกันแน่ และแค่ไหนถึงจะทำให้ผู้หญิงพึงพอใจมากที่สุด ว.แหวน มองว่า ความต้องการของผู้หญิง มากน้อยขึ้นอยู่กับแต่ละคน หากมองในสภาวะของการตั้งครรภ์ ช่วงตั้งท้องไปจนถึงช่วงคลอด ช่วงเลี้ยงดูลูก ผู้หญิงจะเพิ่มความต้องการการเอาใจใส่มากขึ้นเป็นสองเท่า (หรือหลายเท่า)

“มันเป็นสภาวะการแปรปรวนของฮอร์โมนเพศหญิง หลายคนเรียกว่า อาการซึมเศร้า ซึ่งจริงๆ มันคือสภาวะที่ต้องปรับตัว เปลี่ยนแปลงตัวเอง ทั้งในด้านร่างกาย และวิถีชีวิตประจำวัน สิ่งที่ผู้หญิงต้องการมากที่สุด ณ ขณะนั้น คือ การเอาใจใส่ ดูแลอย่างใกล้ชิด การให้กำลังใจ การช่วยเหลือเท่าที่จะทำได้ มันเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ของการปรับตัว ซึ่งเรามักเห็นคนเป็นแม่ร้องไห้ หงุดหงิด เครียด ว้าวุ่นใจ หากผู้หญิงถูกเลือกให้มาเพื่อทำหน้าที่นี้ ผู้ชายก็น่าจะถูกเลือกมาเพื่อที่จะอยู่เคียงข้าง คอยส่งกำลังใจ คอยเป็นผู้ช่วยในการดูแลลูก ต่างฝ่ายต่างต้องเสียสละความสุขส่วนตัว เพื่อแบ่งปันเวลาให้กับลูก เมื่อไรที่ฝ่ายชายผลักภาระให้กับผู้หญิง ก็ควรต้องคุยกัน ปรับความเข้าใจกัน โดยอยู่บนพื้นฐานความคิดที่ว่า ผู้ชายไม่จำเป็นต้องทำให้เท่าผู้หญิงก็ได้ แค่รู้ว่านี่คือหน้าที่ที่ต้องทำ หากทำอะไรไม่ได้มาก จะด้วยภาระหน้าที่การงาน หรืออะไรก็แล้วแต่ สิ่งเดียวที่ทำได้โดยทันทีคืออยู่ข้างๆ และคอยให้กำลังใจ”

ว.แหวน เชื่อว่า การพูดคุยอย่างเป็นเหตุเป็นผล ไม่ใช้อารมณ์ จะทำให้ผู้หญิงผู้ชายเข้าใจกันมากขึ้น อย่างน้อยๆ ก็ได้แชร์ความรู้สึกให้แก่กัน “การหาความพอดีระหว่างกันในชีวิตครอบครัว ถือเป็นเรื่องยากมาก แต่คงต้องทำควบคู่ไปกับการปล่อยวางด้วย ไม่ทุกเรื่องที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายพอใจ ต่างฝ่ายต่างต้องรู้จักลด รู้จักเพิ่ม และรู้จักพอด้วยตัวเอง”

เคล็ดลับที่สำคัญ หากผู้ชายอยากเข้าใจผู้หญิง ว.แหวน เผยว่า ผู้ชายควรเปิดโอกาสให้ผู้หญิงพูด หรือแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา และต้องโต้ตอบโดยไม่มีอคติ “ไม่ใช่พูดอะไรไปก็ไม่เคยฟัง ไม่ยอมเห็นด้วย ใช้ความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ เพราะถ้าเป็นเช่นนั้น ต่อให้เปิดโอกาสพูด ผู้หญิงก็คงไม่อยากพูด เพราะพูดไปก็ไม่เกิดอะไรขึ้น ทะเลาะกันเปล่าๆ ในเมื่อคำตัดสินอยู่ในใจผู้ชายแล้ว ไม่รู้จะพูดไปทำไม เพราะฉะนั้น หากอยากเข้าใจกันและกัน ลองสลับหน้าที่กันบ้าง หากฝ่ายหนึ่งพูดเยอะแล้ว ก็ลองเป็นฝ่ายฟังบ้าง หากฝ่ายหนึ่งฟังเยอะแล้ว ก็ลองเป็นฝ่ายพูดบ้าง แล้วคนสองคนจะเข้าใจกันมากขึ้น”

ท้ายสุด ว.แหวน ถูกตั้งคำถามว่า ในฐานะที่เธอเป็นตัวแทนของผู้หญิง ผู้หญิงพร้อมที่จะเข้าใจจุดเปราะบางและอ่อนไหวของผู้ชายบ้างไหม เธอตอบจากใจจริงว่า พร้อมเสมอ และสิ่งเดียวที่จะทำให้อยู่ร่วมกันได้ นั่นคือ การอยู่โดยให้ผู้ชายใช้ความอดทนให้น้อยที่สุด และให้เกิดความสบายใจมากที่สุด

“ไม่ได้หมายความว่าผู้หญิงต้องเป็นฝ่ายเอาใจหรือตามใจผู้ชายหมดทุกเรื่อง เพราะยังไงๆ การอยู่ร่วมกันก็ต้องมีการผลัดกันเอาใจ ตามใจ ฝืนใจ จำใจ และยอมอยู่ดี แค่พยายามถ่ายเทไม่ให้ผู้ชายต้องจำใจ ฝืนใจ หรือใช้ความอดทนมากจนเกินไป หากผู้หญิงไม่พยายามคิดว่า ฉันอุ้มท้อง ฉันคลอดลูก ฉันเลี้ยงลูก คุณต้องเอาใจฉัน ตามใจฉัน แต่หันมาทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด และผู้ชายก็หันมาทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด หน้าที่ที่ไม่ต้องนำมาเปรียบเทียบกันและกันว่าใครทำมากกว่าใคร แล้วทั้งสองฝ่ายก็จะภูมิใจว่า เราต่างได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุดแล้ว”

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันอาทิตย์ที่ 18 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันอาทิตย์ที่ 18 ต.ค. 69