posttoday

แบรนด์เนมยูนิฟอร์ม นิยามใหม่ของชุดทำงาน

04 พฤศจิกายน 2558

คําจำกัดความของชุด “ยูนิฟอร์ม” หาได้มีความสำคัญเพียงแค่เครื่องแบบที่หน่วยงาน หรือองค์กรต่างๆ

โดย...พุสดี

คําจำกัดความของชุด “ยูนิฟอร์ม” หาได้มีความสำคัญเพียงแค่เครื่องแบบที่หน่วยงาน หรือองค์กรต่างๆ กำหนดให้พนักงานสวมใส่เพื่อแสดงความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แต่ความสำคัญของชุดยูนิฟอร์มที่หลายคนมองข้าม คือเครื่องแต่งกายที่ใช้สะท้อนถึงอัตลักษณ์ขององค์กรไปยังพนักงานและผู้คนภายนอกอีกด้วย

ที่ผ่านมาอาจเพราะการสื่อสารอัตลักษณ์ขององค์กรผ่านยูนิฟอร์มเป็นเรื่องที่จับต้องยาก  แถมการลงทุนนี้ยังไม่อาจเห็นผลตอบแทนที่ชัดเจนในแง่ของเม็ดเงิน ยูนิฟอร์มจึงเป็นเพียงเครื่องแบบที่พนักงานจำเป็นต้องใส่ แต่ในช่วงไม่กี่ปีมานี้จะเห็นว่ามีหลายองค์กรเริ่มหันมาให้ความสนใจและเห็นความสำคัญที่จะถ่ายทอดเรื่องราวอัตลักษณ์ของบริษัทลงไปในยูนิฟอร์ม โดยอาศัยมือสร้างฝันผ่านเสื้อผ้า อย่างดีไซเนอร์ฝีมือดีที่มาช่วยส่งต่อเจตนารมณ์ขององค์กร

อะไรคือความยากและความท้าทายในการงานออกแบบที่ไม่ได้ขายฝันของตัวเอง แต่มาขายภาพลักษณ์ขององค์กร 2 ดีไซเนอร์ไทยมีคำตอบ...

จากผู้สร้างสู่ผู้สานแรงบันดาลใจของลูกค้า

เริ่มจาก หมู-พลพัฒน์ อัศวะประภา เจ้าของและผู้ก่อตั้งแบรนด์อาซาวาและเอเอสวี บาย อาซาวา ล่าสุดมาร่วมออกแบบชุดยูนิฟอร์มใหม่ให้กับพนักงานของห้างเซ็นทรัล กล่าวถึงการร่วมงานในครั้งนี้ว่า ภูมิใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ในครั้งนี้  เพราะเป็นห้างที่รักและคุ้นเคย

“ในฐานะคนทำเสื้อผ้า ผมถือว่านี่เป็นสิทธิพิเศษจริงๆ ที่ได้เป็นคนสร้างสรรค์ ได้ส่งต่อวิธีคิดผ่านเสื้อผ้าไปสู่คนจำนวนมาก ได้เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เซ็นทรัลได้ถ่ายทอดปรัชญา มุมมองความคิด หรือเป็นตัวตนให้คนได้เห็นผ่านเสื้อผ้าที่ผมออกแบบ”

หมูเล่าถึงการทำงานในครั้งนี้ว่า เวลาที่จะดีไซน์เสื้อผ้าให้กับองค์กรใดองค์กรหนึ่ง เราต้องคำนึงถึงสิ่งที่องค์กรต้องการจะสื่อสารเป็นหลัก บางครั้งเราอาจต้องเข้าไปช่วยตีความเรื่องโจทย์ให้ชัดเจน สำหรับองค์กรที่ยังมีโจทย์ไม่ชัด แต่สำหรับเซ็นทรัลเราไม่ต้องเข้าไปช่วยในเรื่องนี้  เพราะเป็นองค์กรที่มีรากฐานมาอย่างยาวนาน มีการศึกษาเรื่องภาพลักษณ์ของ
ตัวเองอย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นโจทย์ของเขาจะค่อนข้างชัดเจน ทำงานได้ง่าย

“ความท้าทายของงานนี้คือ คนใส่มีหุ่นที่หลากหลาย แต่ต้องใส่แล้วสวย มีความสุข ภูมิใจในสิ่งที่ตัวเองใส่ เพราะฉะนั้นเป็นการทำงานสองส่วน คือ ตีความให้คนนอกเข้าใจ ขณะที่คนภายในก็ต้องมีความสุข ใส่แล้วปฏิบัติงานจริงได้ ดูแลรักษาไม่ยากเกินไป ใส่ได้ในชีวิตประจำวัน”

ดีไซเนอร์คนดังมองว่า ปัจจุบันยูนิฟอร์มไม่ใช่แค่เสื้อผ้าที่ใส่ไปทำงาน แต่ควรมีแรงบันดาลใจ ความฝันให้ทั้งคนนอกและคนในองค์กรได้รู้ นั่นเป็นสาเหตุทำไมต้องเอาดีไซน์เข้าไปทำ เพราะดีไซเนอร์จะทำหน้าที่ถ่ายทอดความฝันขององค์กรเข้าไปอยู่ในเสื้อผ้า ให้เสื้อผ้าที่พนักงานใส่ไปทำงานทุกวันมีความฝัน แรงบันดาลใจ พันธกิจขององค์กรซ่อนอยู่ สิ่งเหล่านี้อาจเป็นสิ่งที่คนทั่วไปสัมผัสได้ยาก หรือแม้แต่ผู้สวมใส่สัมผัสได้ยาก แต่คนที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดจะมองเห็น

ถามว่าในการทำยูนิฟอร์มจะใส่ความเป็นอาซาวาลงไปอย่างไร หมูตอบว่า ด้วยความที่คอนเซ็ปต์ของอาซาวาและเซ็นทรัลไปในทิศทางเดียวกัน คือ เรียบโก้ เป็นมินิมัล ใช้ลายกราฟฟิก เพราะฉะนั้นไม่ใช่เรื่องยาก ส่วนจุดแข็งของอาซาวาที่ทำให้หลายองค์กรไว้วางใจ หมูมองว่า เรามองตัวเองว่าเราเป็นคนที่เข้าไปทำความเข้าใจแบรนด์ ไม่ใช่คนไปออกแบบเสื้อผ้า ดังนั้นเราต้องช่วยองค์กรหาทางออกว่าถ้ามีโจทย์การทำงานแบบนี้ ภาพลักษณ์แบบนี้จะสื่อสารอย่างไร โดยเอาเสื้อผ้าเป็นกลยุทธ์ในการสื่อสาร 

“เครื่องแต่งกายสามารถบอกตัวตนของคนได้ เพราะฉะนั้นถ้าเราไปห่อองค์กรด้วยสิ่งที่ถูกต้องและคล้องจองกับสิ่งที่เขาจะสื่อ ก็เหมือนเราไปทำให้เนื้อแท้มันชัด ช่วยให้องค์กรมีตัวตนค่อนข้างชัดเจน ทุกวันนี้ผมสนุกกับงานที่ทำ ไปไหนก็เห็นคนใส่เสื้อของเรา ถ้าไม่ใส่เสื้อแบรนด์เราก็ใส่ยูนิฟอร์มที่เราออกแบบ มันเหมือนเป็นรางวัลในการทำงานของเรานะ” ดีไซเนอร์คนดังกล่าวทิ้งท้าย

ที่สุดของคนทำเสื้อผ้า

ด้านดีไซเนอร์รุ่นน้องอย่าง มีมี่-มิลิน ยุวจรัสกุล แห่งแบรนด์มิลิน ที่เพิ่งมีผลงานออกแบบชุดยูนิฟอร์มใหม่ให้กับไทยสมายล์ บอกว่า การทำงานครั้งนี้ทางแบรนด์รับผิดชอบแบบองค์รวม ตั้งแต่คุยกับพนักงานให้บริการบนเครื่องบิน ฟิตติ้ง คุมโปรดักชั่นเองเพื่อให้ได้ผลงานที่มีคุณภาพ  ตั้งแต่การเลือกผ้า การตัดเย็บ ออกแบบทั้งเสื้อ กระโปรง เดรส กางเกง และแจ็กเกต ให้สามารถมิกซ์แอนด์แมตช์ได้ โดยทางเราจะมีคู่มือให้ด้วย เพื่อให้องค์ประกอบโดยรวมอย่างเสื้อผ้า หน้า ผม สีเล็บ รวมถึงกระเป๋าและรองเท้าไปด้วยกันได้

“การออกแบบยูนิฟอร์มครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกของแบรนด์มิลิน ที่ผ่านมามีการติดต่อมาบ้างแต่เรายังไม่ได้ทำ กับการทำงานครั้งนี้ ทางไทยสมายล์มีภาพลักษณ์องค์กรที่ค่อนข้างชัดอยู่แล้ว การทำงานเลยง่ายขึ้น ส่วนหนึ่งที่ทำให้ทางไทยสมายล์เลือกมิลิน อาจเพราะเคมีของเราตรงกัน โจทย์ในการทำงานครั้งนี้คือโมเดิร์นและเทรนดี้ แต่สิ่งที่มี่มองว่าสำคัญที่สุด คือ การใช้งานได้จริง ซึ่งมี่ต้องไปคุยกับน้องๆ ที่เป็นแอร์โฮสเตสแบบลงลึกว่า ชุดควรจะเป็นแบบไหน ความยาวเท่าไหร่ เพื่อให้สะดวกเวลาน้องๆ ทำงานบนเครื่อง ต้องศึกษาเส้นทางการบินของไทยสมายล์ว่าไปที่ไหน เมืองที่ไปอากาศเป็นอย่างไร”

ถามว่ายูนิฟอร์มที่ออกแบบได้ใส่ความเป็นมิลินเข้าไปอย่างไร ดีไซเนอร์คนดังบอกว่า เรื่องคัตติ้งที่ดูคมถือเป็นคีย์ลุคของมิลินอยู่แล้ว เอามาบวกกับความเป็นโมเดิร์นและกลิ่นอายความเป็นไทยเข้าไป ด้วยการตัดต่อผ้าเฉียง การติดระบายตรงแจ็กเกตและการจับจีบช่วงคอ ในแง่ความต่างของการออกแบบยูนิฟอร์มที่มีโจทย์จากลูกค้ากับการออกแบบคอลเลกชั่นต่างๆ ซึ่งมีแรงบันดาลใจมาจากตัวดีไซเนอร์เอง มิลิน บอกว่า ในการออกแบบแต่ละคอลเลกชั่นก็แตกต่างกัน เพราะทุกครั้งที่เริ่มทำคอลเลกชั่นใหม่ก็เหมือนเริ่มนับหนึ่งทุกครั้ง เพราะฉะนั้นเธอไม่ได้มองว่ามีความต่างใดๆ

“ความสนุกของประสบการณ์ออกแบบยูนิฟอร์มครั้งแรก สำหรับมี่มันคือความท้าทาย เราทำงานกับคนกลุ่มใหญ่ หลายกลุ่ม ได้รู้จักคนใหม่ๆ มี่ชอบนะ ต่อไปนี้ลูกค้ามี่ไม่ใช่สาวเปรี้ยว สาวแฟชั่นอีกต่อไป แต่มีทั้งมีรุ่นพี่ รุ่นน้อง รุ่นคุณลุง คุณน้า เพราะครั้งนี้มี่ออกแบบเนกไทให้นักบินด้วย เราจะทำยังไงให้ถูกใจเขา แล้วยิ่งเวลาไปสนามบินแล้วได้เห็นผลงานเรา ทั้งเราและทีมงานภูมิใจ (หัวเราะ) ทำแบรนด์มิลินมา 5-6 ปี ก็ถึงเวลาที่เราทำงานระดับประเทศได้แล้ว” มิลิน กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

จีนร่างกฎคุมเข้ม “มนุษย์ดิจิทัล” เพื่อคุ้มครองเด็กและความมั่นคง