
การเดินทางและภาพถ่าย รุจ ศุภรุจ
คนที่ยอมรับว่ามีโลกส่วนตัวสูงและไม่ค่อยออกจากบ้าน แต่กลับเดินทางไปญี่ปุ่นถึง 10 ครั้งในรอบ 2 ปี
โดย...รอนแรม ภาพ... หนังสือ Japan Best Destinations โดย รุจ ศุภรุจ
คนที่ยอมรับว่ามีโลกส่วนตัวสูงและไม่ค่อยออกจากบ้าน แต่กลับเดินทางไปญี่ปุ่นถึง 10 ครั้งในรอบ 2 ปี น่าจะเรียกว่าเป็นคนมีโลกส่วนตัวกว้างมากกว่า
รุจ-ศุภรุจ เตชะตานนท์ หรือ รุจ เดอะ สตาร์ ค้นพบตัวเองอีกด้านจากการเดินทางไปญี่ปุ่นครั้งแรก หลังจากวันนั้นทำให้เขาอยากออกจากบ้านเป็นครั้งแรก เขาซื้อกล้องตัวแรก เขากล้าไปเที่ยวคนเดียวครั้งแรก และที่สำคัญเขามีหนังสือของตัวเองเล่มแรก รุจบอกว่าหนังสือ Japan Best Destinations สุดยอดจุดหมายที่คนรักญี่ปุ่นต้องไป ไม่ใช่ไกด์บุ๊ก ไม่ใช่หนังสือภาพ แต่เป็นหนังสือที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้คนอยากไปเห็นภาพเหล่านั้นด้วยตาตัวเอง
อยากออกจากบ้าน
ประวัติการท่องเที่ยวของรุจเริ่มต้นที่บ้าน ต้องเท้าความก่อนว่าก่อนหน้าที่รุจจะไปญี่ปุ่น เขาเดินทางไปหลายประเทศทั้งออสเตรเลีย กัมพูชา ฮ่องกง สิงคโปร์ แต่ทุกครั้งที่ไปจะรู้สึกว่า อยู่บ้านน่าจะดีกว่า
“เป็นคนติดบ้านมากครับ” รุจพูดถึงตัวเอง “เวลาไปไหนก็อยากจะกลับบ้าน เลยบอกกับตัวเองมาตลอดว่าเราคงไม่ใช่คนชอบเที่ยวแล้วแหละ”
จนกระทั่งเขาตัดสินใจรับงานพิธีกรที่ต้องไปเทศกาลหิมะซัปโปโร ใครจะไปคิดว่าระยะเวลา 6 วันท่ามกลางความหนาวเหน็บนั้นมันเกิดความรู้สึกบางอย่างที่เขาเองยังสงสัย
“ซัปโปโรมันมีความพิเศษบางอย่าง แต่ถ้าถามว่าทำไมถึงชอบ มันตอบไม่ได้ รู้แค่ว่ากลับมาแล้วอยากเล่าให้คนอื่นฟัง และแปลกมากที่อยากกลับไปเที่ยวญี่ปุ่นอีก”
และเขาก็กลับไปอีกจริงๆ กับกลุ่มเพื่อน กับคุณแม่ แต่ครั้งสำคัญคือ การไปเที่ยวแบบไม่ผ่านบริษัททัวร์ที่หมู่บ้านชิระคะวะ จังหวัดกิฟุ เพื่อถ่ายภาพบ้านเรือนท่ามกลางหิมะที่มีการจัดไฟในช่วงเทศกาลวินเทอร์ ไลต์อัพ จัดขึ้นเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ของเดือน ม.ค.และ ก.พ.เท่านั้น ครั้งนี้สำคัญเพราะรุจกลับมาเขียนรีวิวลงพันทิป จึงกลายเป็นกระแสที่มีคนพูดถึงมากมายโดยเฉพาะเรื่องภาพ
ก่อนข้ามไปฉากถัดไป ลืมบอกว่ารุจซื้อกล้อง DSLR ตั้งแต่กลับมาจากทริปซัปโปโร และศึกษาการถ่ายภาพอย่างจริงจัง ทำให้ความรักในประเทศญี่ปุ่นเกิดขึ้นพร้อมกับความรักในการถ่ายภาพ โดยเฉพาะภาพธรรมชาติและแลนด์สเคปที่เขาชอบมากที่สุด
แฟนคลับฟูจิซัง
อาจเป็นเพราะรุจมีโลกส่วนตัวสูงทำให้ชอบถ่ายภาพธรรมชาติมากกว่าผู้คน และสิ่งที่ทำให้ชายคนนี้ต้องกลับไปทุกฤดูไม่ใช่หญิงงาม แต่เป็นชายผู้สง่าที่สุดในญี่ปุ่น
“ตอนเด็กๆ เราวาดรูปภูเขาเป็นรูปทรงสามเหลี่ยมสมมาตร มันเหมือนภูเขาไฟฟูจิ” เขากล่าวถึงคนรัก “ผมเป็นแฟนคลับฟูจิ ตามไปเก็บภาพเกือบทุกฤดูแล้ว ถ่ายมาเป็นพันๆ รูป ไปตามหามุมต่างๆ ที่สามารถมองเห็นฟูจิแล้วเฝ้าคอยจังหวะที่สวยที่สุด”
ถ้าให้เล่าถึงภูเขาไฟลูกนี้ รุจเล่าได้จนลิงหลับ โดยสรุปจากที่รุจเล่าให้ฟังคือ ภูเขาไฟฟูจิสวยแตกต่างกันไปในแต่ละฤดู อย่างฤดูใบไม้ผลิจะมีดอกซากุระ ฤดูใบไม้ร่วงมีใบไม้เปลี่ยนสี ฤดูหนาวมีหิมะปกคลุมซึ่งรุจชอบฤดูกาลนี้มากที่สุด และฤดูร้อนนักปีนเขาจากทั่วโลกจะไปเจอกันเพราะเป็นช่วงเดียวในรอบปีที่จะขึ้นได้
“มันเหมือนได้ยืนมองเพื่อน” เขารู้สึกแบบนั้น และหน้าร้อนปีหน้ารุจจะขึ้นไปแตะมือเพื่อนคนนี้ด้วยตัวเอง
นอกจากนี้ ฟูจิซังเคยพิสูจน์ความอดทนมาแล้วหลายครั้ง รุจเคยขับรถขึ้นเขาตอนตี 2 ถึงจุดจอดรถตอนตี 4 เดินขึ้นเขาอีก 30 นาที เพื่อขึ้นไปอยู่บนภูเขาตรงข้ามฟูจิแล้วถ่ายเข้าไป หรือการอดทนรอช่วงเวลาที่เหมาะสมอย่างปรากฏการณ์ไดมอนด์ฟูจิ เป็นวันที่พระอาทิตย์จะตกลงปากปล่องฟูจิพอดี เกิดขึ้นปีละ 2 วันเท่านั้น ดังนั้นการได้ภาพมาไม่ใช่แค่ไปถูกวัน แต่ยังต้องไปก่อนเวลา ไปจองทำเลถ่ายภาพ และรอเวลาก่อนพระอาทิตย์ตกประมาณ 3 ชม. ซึ่งปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นในเดือน ต.ค.-ก.พ. คนที่สนใจจะต้องตามข่าวในเว็บไซต์ทะเลสาบยะมะนะกะอย่างใกล้ชิด
“ผมชอบถ่ายภาพธรรมชาติเพราะมันไม่เคยเหมือนเดิมสักวัน ทุกเวลามันมีเสน่ห์ แม้การถ่ายภาพจะต้องใช้ความอดทนมากๆ ใช้เวลาเยอะมากๆ แต่มันสบายใจ เพราะธรรมชาติสวยๆ อยู่ต่อหน้าเรายังไงก็มีความสุข”
นอกจากนี้ เขายังกล่าวถึง ฟูจิ ไฟว์ เลกส์ (Fuji Five Lakes) หลายครั้ง มันคือชื่อเรียกทะเลสาบ 5 แห่งที่มีจุดชมภูเขาไฟฟูจิในแบบของตัวเอง อย่างทะเลสาบคะวะงุชิที่จะสวยงามที่สุดช่วงใบไม้ผลิเพราะดอกซากุระจะบานริมทะเลสาบ ทะเลสาบยะมะนะกะมีหงส์ขาวและเป็นจุดชมไดมอนด์ฟูจิ หรือทะเลสาบโมะโตะซุที่จะถูกปูพรมด้วยดอกพิงค์มอสปลายเดือน เม.ย.
เพราะการเดินทาง
ลองให้รุจเลือกสถานที่ใดก็ได้ในญี่ปุ่นที่อยากให้มาอยู่ในประเทศไทย เขาตัดสินใจนานมากก่อนจะต่อรองว่า “เลือกทั้งภาคเลยได้ไหม” และก็เป็นอย่างที่คาดไว้ เขาเลือกภูมิภาคชูบุที่ตั้งของภูเขาไฟฟูจิ
“ชูบุมีทั้งธรรมชาติ มีฟูจิ (หัวเราะ) มีปราสาทเก่าแก่ที่เป็นสมบัติของชาติและสวยทุกฤดู” เขายังกล่าวไว้น่าสนใจว่า “ญี่ปุ่นเป็นเมืองไฮเทคโนโลยีมาก มีชินคันเซ็น มีโรงงานไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ แต่ก็ยังอนุรักษ์ธรรมชาติไว้ได้จริงๆ ทุกที่สะอาด ไม่มีเศษขยะ ขนาดห้องน้ำบนเขายังสะอาดเลย”
นอกจากนี้ เขายังชอบสังคมที่นั่น “พอกลับมาผมมีระเบียบมากขึ้นนะ เพราะคนญี่ปุ่นรักษาระเบียบ รักษากฎทุกอย่างเคร่งครัดมาก ง่ายๆ อย่างเรื่องต่อแถวซื้อของ ไม่มีการแซงคิว ซึ่งมันเป็นกฎหมู่ที่ทุกสังคมควรทำ”
ทัศนคติเหล่านี้มันเกิดขึ้นเพราะได้เห็นโลกมากขึ้น เขายอมรับว่าเมื่อก่อนอยู่แต่ในห้อง ติดเกม เวลามองอะไรจะแคบมากซึ่งทำให้เข้าใจคนอื่นในมุมแคบๆ แต่เมื่อได้ออกเดินทาง ออกไปเห็นธรรมชาติ คุยกับคนแปลกหน้า มันทำให้เขาเห็นคนหลากหลาย เห็นวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ซึ่งทำให้เข้าใจโลกมากขึ้น
“เมื่อโลกของเราเปิด สิ่งที่เรามองก็เปลี่ยนไป ผมได้เจอคุณลุงคุณป้าเดินขึ้นเขา เห็นคนอุ้มลูกไปเที่ยวด้วยกัน ผมได้เห็นบางอย่างที่ทำให้แนวคิดเปลี่ยนไป จริงๆ คือเปลี่ยนไปเยอะเลย แต่ก็ยังมีโลกส่วนตัวอยู่นะ ผมยังไม่ชอบความวุ่นวาย มันเหมือนกับว่าได้ย้ายโลกส่วนตัวออกไปนอกห้อง” เขาเล่าการเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับตัวเอง
โลกของศุภรุจ
ถ้ามีโลกของตัวเองหนึ่งใบ รุจอยากให้โลกใบนั้นเป็นเหมือนโลกส่วนตัวที่เขามี “มีคนที่สำคัญอยู่ในโลกใบนั้น ผู้คนจริงใจ รักกัน และต้องเป็นโลกที่มีความสุข อยู่แล้วมีความสุข อาจจะตื่นเต้นบ้าง น่าเบื่อบ้าง แต่ก็อยู่ในความพอดี” เขากล่าวและยังทิ้งท้ายประเด็นสำคัญ เล่าถึงภาพของตัวเองเอาไว้ว่า เวลาไปถ่ายภาพที่ไหนก็จะมีใครสักคนไปด้วยกัน ไปเห็นภาพเดียวกัน และมีความทรงจำร่วมกัน เพื่อลบภาพโรแมนติกอันแสนโดดเดี่ยวที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ออกไป
หนังสือ Japan Best Destinations สุดยอดจุดหมายที่คนรักญี่ปุ่นต้องไป สำนักพิมพ์อมรินทร์ ทราเวล เขียนโดย รุจ ศุภรุจ วางจำหน่ายแล้วในร้านหนังสือ ติดตามการเดินทางของรุจได้ที่อินสตาแกรม @suparuj







