ความอร่อยเบ่งบาน อาหารจานดอกไม้
เริ่มแล้วนะคนที่อยากหม่ำอาหารดอกไม้ ถ้าช้าอาจจะอดหมดสิทธิ
โดย...อัคร เกียรติอาจิณ
เริ่มแล้วนะคนที่อยากหม่ำอาหารดอกไม้ ถ้าช้าอาจจะอดหมดสิทธิ เพราะงาน Floral Flavour จัดถึงวันที่ 1 พ.ย.นี้เท่านั้น ณ อีทไทย ชั้นแอลจี ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี
ปีก่อนพลาดไป ปีนี้มีรึจะยอม ต้องขอลองสักครั้ง กินดอกไม้เป็นอาหาร จะคาว จะหวาน โอกาสดีไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ ยิ่งในงานมีสารพัดเมนูยั่วน้ำลาย จากปลายจวักของเหล่ากูรูผู้รู้ เรียงหน้ามาให้ท้าพิสูจน์
“ป้าจาย แม่มดดอกไม้” หรือ “พูลทรัพย์ เจตลีลา” “มาลินี ณ นคร” “อ.ป้อม อมรรัตน์” สงสัยอะไร ดอกไม้ชนิดไหนกินได้ กินไม่ได้ กระทั่งอยากได้สูตรเด็ด ทั้ง 3 พร้อมมอบวิชายุทธบุปผาแบบไม่มีกั๊ก
ไล่ตั้งแต่เมนูตำรับในรั้วชาววัง หรือจะเป็นเมนูบ้านๆ ใครมีฝีมือเป็นทุน ปรับนั่นนู่นนี่ ขี้คร้านจะได้เมนูดอกไม้ให้อร่อยล้ำกันทั้งครอบครัว
“น้ำพริกขิงตามเสด็จ” สูตรโดย “ม.ล.เนื่อง นิลรัตน์” งานนี้มาลินีนำมาเสนอ เครื่องเคราพริกขิงกับหมูสับผัดรวมกัน กลิ่นหอมน้ำลายสอ เคียงดอกขจรกับดอกโสน เหลืองอร่ามน่าชม คลุกข้าวร้อนๆ เจริญอาหาร
“นกกระจาบแตกรัง” หนึ่งเมนูชาววังของ อ.ป้อม ดอกแคสอดไส้หมูสับ นึ่งให้สุก ราดด้วยน้ำยำ หน้าตาช่างละม้ายคล้ายนกกระจาบ นอนในถ้วยจิ๋ว จะบาปมั้ยหนอ ไม่แน่นอน ขอยืนยัน คำต่อคำ เคี้ยวเพลิน นกกระจาบหายวับ ราวกับล่องหนได้ (ฮา)
ยังไม่หมด ค่อยๆ พิจารณา ยังมีอีกหลายเมนูที่ล่อตาล่อใจ แม้จิตใต้สำนึกจะบอกว่าอิ่มแล้ว แต่มิวาย ความตะกละก็เข้าสิง อดไม่ได้ เจอเมนูไหนก็อยากกระโจนใส่ โดยเฉพาะเมนูคุ้นชินของป้าจาย แม่มดดอกไม้ ซัดไม่ยั้ง
“ข้าวยำดอกไม้” ลืมข้าวยำสีเขียวอี๋ได้เลย สูตรนี้อุดมไปด้วยสีสัน ดอกไม้โยนลงจาน ป้าจายใช้คำว่าโยน โยนดอกไม้ที่กินได้ลงจาน เคล้ากับน้ำบูดู โอ้!!! ยอมตายคาจาน เช่นเดียวกับ “ขนมจีนดอกไม้” เส้นขนมจีนหลากสีที่ได้จากอัญชัน แก้วมังกรแดง และฟักข้าว
“ป้าจะใช้วิธีย้อมสี เพราะถ้าจะทำแบบเยอะเป็นหม้อๆ ก็ต้องใส่สีลงไปในแป้ง บ้านไหนที่ทำกินแค่จานสองจาน ก็ใช้วิธีนี้ นอกจากจะได้สีจากดอกไม้และผักแล้ว ยังได้ประโยชน์ด้วย” ป้าจาย แม่มดดอกไม้ แนะนำ
ได้ขนมจีนสีสันบาดใจ น้ำยาก็เป็นแกงปักษ์ใต้ ข้นคลั่ก เหลืองขมิ้น เพิ่มความอร่อยและคุณค่าอาหารด้วยน้ำใบย่านาง ผสมกลมกลืนกับขมิ้น คนที่ระวังเรื่องกรดยูริก สบายใจเรื่องกินไก่กับหน่อไม้
สำหรับดอกไม้ก็หลายชนิด บางชนิดถึงกับตะลึง กินได้ด้วยเหรอ ป้าจายย้ำกินได้จริง อาทิ “พวงชมพู” “ชบา” “เล็บมือนาง” “ดาวเรือง” “ผกากรอง” “เฟื่องฟ้า” “ดอกเข็ม” “ต้อยติ่ง” “ดาวกระจาย” “อัญชัน” “ชมพูม่าเหมี่ยว” “ดอกคูน” ฯลฯ
“รสหลักของดอกไม้เหล่านี้จะฝาดและเฝื่อน มันไม่ได้หวานเหมือนสี อาจจะมีบางชนิดที่เปรี้ยว หรือหวาน แต่ก็น้อยมาก ซึ่งการเลือกดอกไม้มาทำอาหาร ป้าจะไม่เลือกดอกไม้ที่มียาง ก่อนนั้นป้าจะเน้นดอกไม้ตามฤดูกาล ทำให้บางชนิดก็ขาด ตอนนี้ป้าก็ต้องหาอย่างอื่นมาทดแทน เช่น ดาหลาสีชมพูแทนชมพู่ม่าเหมี่ยว ป้าแนะนำว่าให้กินสด จะได้ไม่เสียของ คนที่แพ้เกสรต้องระวังนิดหนึ่งถ้าอยากจะกิน คนไม่แพ้เกสรก็กินได้หมดเลย”
เผยเคล็ดไม่ลับยาวเหยียดจบ ป้าจาย วัย 65 ก็หันมาเตรียม “ส้มตำดอกไม้” ความอร่อยอยู่ที่น้ำส้มตำ สูตรนี้ใครๆ ก็หลงรัก เมื่อรวมกับดอกไม้ที่บานสะพรั่ง โยนลงไปในจาน คลุกเคล้ากับน้ำส้มตำ แซบหลาย
แม้แต่ “มะตะบะดอกไม้” กับ “เมี่ยงดอกไม้” ก็สะพรั่งด้วยดอกไม้ จานแรกโยนดอกไม้และผักสีเขียวลงบนแป้งมะตะบะ ตอกไข่ไก่หนึ่งฟอง พับเป็นสี่เหลี่ยม ทอดในน้ำมันไฟร้อนปานกลาง เสิร์ฟกับอาจาด จานที่สองโยนดอกไม้และผักสีเขียวลงบนแป้งเปาะเปี๊ยะ ม้วนเป็นท่อนยาว ตัดเฉียงโชว์ไส้ เสิร์ฟกับน้ำจิ้มรสเค็มเปรี้ยวหวานนิดๆ
“ชอบดอกอะไร หรือผักชนิดไหน มากน้อย ก็โยนลงไปเลยค่ะ เพราะสูตรของป้าจะไม่ตายตัว ถ้าไม่ชอบดอกเข็มก็ไม่ต้องใส่ ถ้าชอบเฟื่องฟ้าก็ใส่เต็มที่ ผักก็เหมือนกัน ชอบผักชนิดไหนก็ใส่เยอะๆ ไม่ชอบก็อย่าใส่ ใส่ที่เราชอบและอยากกิน รสชาติมันก็จะอร่อยอย่างที่เราชอบนั่นแหละ”
สำหรับคนที่อยากลองทำอาหารดอกไม้ก็ตามนั้น แต่ถ้าติดขัดด้วยเหตุปัจจัย ขยันยังไม่พอ ไม่พร้อมเรื่องครัว หรือฝีมือยังไม่ถึง ต้องมาที่งานนี้ อาหารดอกไม้รอให้ทุกคนได้ลิ้มรสเพียบ
ลืมบอกไป คนรักของหวาน ห้ามพลาด “วุ้นดอกไม้” “ขนมทองชมพูนุช” “ชุดน้ำชายามบ่าย” ประกอบไปด้วย “ขนมชั้นกล้วยไม้” “ช่อม่วง” ตลอดจน “น้ำดอกไม้” ทำจาก “กุหลาบ” “ดาหลา” “ดอกเข็ม” ควรค่าแก่การเป็นของหวานปิดท้ายที่สุด (โทร. 02-160-5995)


