
หนุ่มหล่อนักเคมี ดร.ณัฐวุฒิ ยงพฤกษา
ใครมักมองภาพว่า ดร.หนุ่มด้านวิทยาศาสตร์เคมีจะต้องดูเป็นหนุ่มเนิร์ดใส่แว่นหนาเตอะ แต่สำหรับ ดร.ณัฐวุฒิ ยงพฤกษา ก็ลืมภาพนั้นไปได้เลย
โดย...วราภรณ์ / ภาพ : วีรวงศ์ วงศ์ปรีดี
ใครมักมองภาพว่า ดร.หนุ่มด้านวิทยาศาสตร์เคมีจะต้องดูเป็นหนุ่มเนิร์ดใส่แว่นหนาเตอะ แต่สำหรับ ดร.ณัฐวุฒิ ยงพฤกษา ก็ลืมภาพนั้นไปได้เลย เพราะนอกจากดูดีที่หล่อแบบหนุ่มไทยผิวสีแทนแล้ว เขายังเรียนหนังสือเก่งสามารถสอบชิงทุนไปเรียนระดับดอกเตอร์ด้านเคมีไกลถึงอเมริกา
ปัจจุบันในวัย 35 ปี ดร.ณัฐวุฒิ ทำหน้าที่เป็นเทคนิเคิล ซัพพอร์ต สเปเชียลิสต์ ด้านพลังงานทดแทนให้กับทีพีไอ ออลซีซั่นส์ บริษัทผลิตเม็ดพลาสติกและแผงโซลาร์เซลล์ ในเครือทีพีไอ โพลีน ซึ่งก่อนหน้านี้เขาเคยเป็นนักการตลาดพัฒนาเคมีให้กับบริษัทข้ามชาติอย่างเยอรมนี แต่พอมาถึงจุดหนึ่งเขาอยากมาช่วยพัฒนาธุรกิจของคนไทยมากกว่า
ดร.ณัฐวุฒิ กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยค่อนข้างให้ความสำคัญต่อการทำงานวิจัย เพื่อให้ได้ข้อมูลสนับสนุนเทคโนโลยีด้านพลังงานของเราให้ดีขึ้น
“หน้าที่ผมทำงานสองแบบคือด้านการตลาดกับทำงานวิจัยและพัฒนาด้วย สามทีมต้องทำงานเชื่อมโยงกัน ผมทำหน้าที่ทั้งนำเสนอเทคโนโลยีให้ลูกค้า ทำไมลูกค้าต้องซื้อเทคโนโลยีของเรา ส่วนงานด้านการตลาดผมเคยเป็นผู้จัดการด้านอิเล็กทรอนิกส์ให้เยอรมนี แต่อยากเปลี่ยนมาทำงานบริษัทของคนไทย เพราะอยากเห็นต่างชาติใช้เทคโนโลยีของคนไทย แม้ผมไม่ได้รับราชการ แต่เราได้เป็นส่วนหนึ่งของบริษัทไทยที่พัฒนาโดยคนไทย อย่างญี่ปุ่นยังพัฒนารถยนต์ของเขาได้เลย ผมก็อยากทำให้เทคโนโลยีของเราพัฒนาในระดับสากลให้ต่างชาติได้มาซื้อของเราไปติดตั้งบ้าง”
ดร.ณัฐวุฒิ แสดงทัศนะว่า พลังงานที่เราใช้อยู่ในปัจจุบัน เช่น ก๊าซธรรมชาติกำลังจะหมดไป พลังงานที่ได้จากเขื่อนไม่พอกับความต้องการ พลังงานนิวเคลียร์ก็เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันอยู่ แต่โลกเรามีพลังงาน
แสงอาทิตย์ ซึ่งถือเป็นพลังงานที่สะอาด ไม่ก่อให้เกิดมลพิษให้โลกเรา ซึ่งคนไทยพัฒนาแผงโซลาร์เซลล์ได้แล้ว ซึ่งเมืองไทยยังขาดทีมที่จะมาซัพพอร์ตด้านเทคนิเคิล ซึ่งหากเราสามารถเพิ่มมูลค่าได้ การทำงานของเราก็จะมีจุดแข็งนำเสนอสินค้าต่อบริษัทชั้นนำของโลก ด้วยการทำงานด้านการตลาดทำให้ ดร.ณัฐวุฒิ ต้องเดินทางบ่อย ทั้งทางแถบยุโรป เช่น อิตาลี ฝรั่งเศส เยอรมนี แถบเอเชีย โดยเฉพาะอินเดียปีหนึ่งเดินทางก็บ่อย ตื่นเต้นดี เหมือนแบกอิมเมจประเทศไปด้วย
การเป็นนักเคมีระดับหัวกะทิเพราะศึกษาจบปริญญาเอกด้วยทุน Research and Teaching Assistant ของ The University of Missourri at Columbia อเมริกา ซึ่งสอบแข่งขันกันระหว่างผู้สนใจจากทั่วโลกโดยเฉพาะในภาคพื้นเอเชีย หลังจากเขาศึกษาจบทั้งปริญญาตรีและปริญญาโทคณะวิทยาศาสตร์สาขาเคมี จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
“ผมอยากทำงานในบริษัทไทยที่พัฒนาเทคโนโลยีโดยคนไทยถือเป็นพลังงานทางเลือกของไทย เนื่องจากพลังงานกำลังจะหมดไปจากโลก เราพยายามหาพลังงานทดแทนเพื่อมาใช้แทนพลังงานเชื้อเพลิง ก๊าซธรรมชาติ ซึ่งหน้าที่ผมต้องทำงานร่วมกับทีมการตลาดและทีมทำการวิจัยเพื่อพัฒนาโปรดักต์ตอบสนองความต้องการของตลาดโลก ตอนนี้เราส่งออกเทคโนโลยีพลังงานทดแทนให้ยุโรปกับอเมริกา ซึ่งประเทศที่พัฒนาแล้วเกือบทุกประเทศมีการเทคโนโลยีพลังงานทดแทนของเขาเอง เรากำลังจะมีเทคโนโลยีของเราเอง จะได้ลดการพึ่งพาจากประเทศอื่น และยังมีรายได้เข้าประเทศอีกด้วย”
ด้านการเรียน ดร.ณัฐวุฒิ ได้ทุนเรียนในระดับปริญญาเอกแบบไม่ผูกมัด แต่มีข้อแม้ว่าเขาต้องทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยสอนและช่วยที่ปรึกษาทำวิจัยในห้องทดลองด้วย การเรียนปริญญาเอกตลอด 5 ปีให้ประสบการณ์และความอดทนและต้องแม่นในทฤษฎีเคมีมากมาย แถมยังต้องเจอลูกศิษย์ชั้นปี 1-2 ในระดับปริญญาตรีที่เฮี้ยวพอตัว แต่เขามีวิธีดีลที่น่าทึ่ง
“กว่าจะได้ทุนเรียนปริญญาเอกก็ยาก ผมสอบขอทุนตอนปี 2006 ก่อนยื่นใบสมัครต้องมีผลสอบทั้งโทเฟลกับจีอาร์อีคือ สอบวัดคะแนนวัดพื้นฐานความรู้ด้านภาษาอังกฤษกับคณิตศาสตร์ เด็กกว่าจะได้ทุนนี้ยากครับเพราะคู่แข่งเยอะ เป็นทุนแบบไม่ผูกมัดแต่ต้องช่วยอาจารย์ทำวิจัยในห้องแล็บ เวลาเรียนต้องทำคะแนนให้ดีเพื่อให้อาจารย์ที่ปรึกษาดีใจต้องช่วยเข้าทำวิจัยวันละ 10 ชั่วโมง ซึ่งที่ปรึกษาผมเฮี้ยบมาก เวลาทำวิจัยเขาจะกดดันด้วยการเดินรอบๆ ทฤษฎีเราต้องแม่นแป๊ะๆ ทุกอย่าง ก่อนจะพูดตอบต้องมั่นใจ ต้องรู้ทุกอย่างที่พูด จึงสอนเรื่องความอดทน ตั้งใจ ขยันและแม่นในทฤษฎีด้านวิชาการ บางเทอมต้องสอนหนังสือเด็กอเมริกัน ซึ่งเราต้องรู้จิตวิทยาในการถ่ายทอด จำแนกประเภทของเด็กกว่า 60 คน ในคลาสว่านี่เด็กดื้อ เรียบร้อย เด็กช่างซัก หรือคนนี้เด็กหัวดื้อ เพื่อเลือกใช้วิธีสื่อสาร
“อย่างเด็กไทยเราดุได้และเด็กอเมริกันเราต้องมีวิธีดีล เพราะเด็กจะถามว่าผมอายุเท่าไหร่เพราะเราดูเด็กกว่าคนอเมริกัน เด็กเกิดคำถามว่าเราเก่งจริงหรือเปล่า ผมก็แก้ปัญหาโดยก่อนสอนต้องเตรียมตัวเองให้พร้อมทั้งด้านเนื้อหา ตั้งคำถามกับตัวเองไปก่อนว่าเด็กน่าจะถามเรื่องอะไร พอเด็กยิงคำถามมาเยอะๆ เราตอบได้ เด็กก็เบาใจที่ได้เราเป็นครูผู้ช่วยและช่วยเขาทำวิจัยด้วย”
เวลา ดร.ณัฐวุฒิ สอนลูกศิษย์ก็จะละเอียดเรื่องระบุหน่วย ทำการบ้านก็ต้องเขียนให้ละเอียด จนเด็กๆ ติงว่าทำไมครูแนทโหดจัง แต่สิ่งที่ได้ก็คือลูกศิษย์เวลาทำข้อสอบแล้วเด็กทำได้ละเอียดรอบคอบ คะแนนเด็กก็ดีขึ้นพวกเขาจึงรู้ถึงความตั้งใจของครู ซึ่งปัจจุบันอดีตลูกศิษย์ก็ยังเป็นเพื่อนกันในเฟซบุ๊กกันจนถึงปัจจุบันก็หลายคน
ใครจะคิดว่าเป็นทั้งนักวิจัยด้านเคมีและทำงานทั้งสื่อสารการตลาดเป็นงานที่น่าเบื่อ แต่ ดร.ณัฐวุฒิ กลับคิดตรงกันข้าม เพราะเขามองว่าเทคโนโลยีก็ถือเป็นอุปกรณ์เป็นสิ่งที่ใช้พัฒนาประเทศชาติได้อีกทางหนึ่ง เพราะหากไทยเก่งเรื่องเทคโนโลยีและพัฒนาเทคโนโลยีได้เอง ทั้งด้านนวัตกรรมความงาม รถยนต์ ยารักษาโรค เราจะลดการพึ่งพาต่างชาติ และพัฒนาใช้ในประเทศเราได้ จะช่วยลดการนำเข้า อีกทั้งหากขายเทคโนโลยีก็จะนำเม็ดเงินเข้าประเทศได้อีกทางหนึ่งด้วย
“แต่น่าเสียดายที่คณะวิทยาศาสตร์เด็กไทยนิยมเรียนเป็นส่วนน้อย แต่จริงๆ แล้ววิทยาศาสตร์มีให้เลือกเรียนหลายสาขา เช่น ชีววิทยา ชีวเคมี ฟิสิกส์ และชีววัสดุ สามารถนำเอาไปประยุกต์ใช้ได้ อีกทั้งเป็นสาขาที่สำคัญในการช่วยพัฒนาประเทศชาติ เขาจึงอยากให้กระทรวงวิทยาศาสตร์ช่วยกันโปรโมทเทคโนโลยีเยอะๆ เพราะนักวิทยาศาสตร์มักถูกมองว่าผู้เรียนต้องเป็นเด็กเนิร์ด แต่จริงๆ นักวิทยาศาสตร์สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ได้เยอะ เช่น วิทยาศาสตร์ด้านคอมพิวเตอร์ก็ไปสามารถไปพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์มือถือก็ได้”
ดร.ณัฐวุฒิ บอกเพิ่มเติมว่า งานด้านเคมีเป็นอาชีพที่สนุก เพราะวิชาเคมีเป็นสิ่งที่เมื่อทำการทดลองแล้วเห็นผลได้เร็วกว่าสาขาอื่นๆ เมื่อทำงานที่ตนเองรักเขาจึงทำงานด้วยความไม่เครียด แต่ก็มีบางที่จะเครียดเรื่องต้องแก้ปัญหาให้ลูกค้าให้ได้ ดังนั้นหลักการทำงานเป็นทีม และทำให้ดีที่สุดและทำทุกภาคส่วนให้สอดประสานกันไปได้ด้วย ถือเป็นหัวใจหลักในการทำงานร่วมกันและต้องตั้งใจทำงานมากๆ ถึงแม้บางเวลาอาจจะเกิดความเครียดเล็กๆ แต่ ดร.ณัฐวุฒิ มีวิธีจัดการความเครียดคือออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วยการเล่นฟิตเนสเพาะกล้ามเนื้อ เล่นกีฬาเทนนิส แบดบินตันเพราะนอกจากจะช่วยเรื่องความเครียดแล้ว ยังทำให้สุขภาพแข็งแรง และมีบุคลิกภาพที่ดีด้วย
“ถ้าเราเล่นกีฬาจะใส่อะไรก็ดูดีมีกล้ามเนื้อดูไม่อ้วน อีกทั้งผมเชื่อว่าเล่นกีฬาดูทำให้เราดูไม่แก่เร็วควบคู่กับการกินอาหารครบ 5 หมู่ บำรุงด้วยการกินวิตามินเสริมบ้าง ดูแลทาครีมบำรุงผิว เช่น มอยส์เจอไรเซอร์และทาครีมกันแดดที่ใบหน้าบ้าง ซึ่งก่อนไปต่างประเทศผมไม่ใช้เลย แต่เมืองนอกอากาศเย็นผิวก็แตก อยู่เมืองไทยแดดก็จัด ดังนั้นการดูแลผิวหน้าบ้างเป็นเรื่องสำคัญ บางครั้งพึ่งนวัตกรรมยิงเลเซอร์ลบกระบ้าง แต่เลือกใช้ให้เหมาะสมก็ดี แต่อย่าเยอะครับ ผมคิดว่าผู้ชายจะดูดีหรือดูมีเสน่ห์เรื่องบุคลิกภาพการเดินนั่ง การแต่งตัวต้องดูเหมาะสมไปด้วยกัน แต่งให้สมกับวัยไม่จำเป็นต้องแบรนด์เนมหรูทั้งตัวใส่ยีนส์รองเท้าผ้าใบให้ดูแคชวลได้ แต่วันทำงานก็ควรเชิ้ตเข้ารูปนิดก็ได้ ผมมองว่าเราทำงานพบปะลูกค้า อิมเมจต้องดี ต้องสร้างความประทับใจให้ลูกค้าได้ แต่งกายดีก็ถือเป็นการให้เกียรติทั้งต่อบริษัทเราเองและลูกค้าด้วยครับ แต่สไตล์ผมเป็นผู้ชายเรียบง่ายนะครับ”
ดูดีขนาดนี้ไม่ถามเรื่องสเปกสาวก็คงไม่ได้ โดยดอกเตอร์มีทัศนคติกับการใช้ชีวิตโสดอยู่ เพราะค่อนข้างมีอิสระจะไปไหน หรือเล่นกีฬาก็คล่องตัว ซึ่งแตกต่างจากตอนมีแฟนที่ต้องรับผิดชอบอีกชีวิตหนึ่ง จึงต้องคิดเยอะและคิดเผื่อเยอะ แต่เมื่อได้อยู่ตัวคนเดียวชีวิตคล่องตัวกว่า
“การแพลนการใช้ชีวิตคู่ผมยังไม่คิดนะครับ เพราะผมยังรู้สึกสนุกกับชีวิตหนุ่มโสดอยู่ สำหรับสเปกสาวของผมคือต้องผู้หญิงที่ดูมีเสน่ห์ บุคลิกจะต้องดูเหมาะกับรูปร่างหน้าตาเขา ไม่จำเป็นต้องฉลาด ไม่ต้องเรียนเก่งมาก แต่ขอให้มีความคิดความอ่าน ต้องมีไหวพริบ เจอปัญหาและมีวิธีจัดการกับปัญหาที่เหมาะสมได้ สามารถลำดับความคิดได้ว่าอะไรสำคัญในชีวิตควรทำก่อนได้ ผู้หญิงมีอารมณ์ขันนิดๆ ดูไม่เครียด หากเรามีปัญหาแล้วเป็นเพื่อนคู่คิด ให้ข้อคิดบางอย่างกับเราได้ก็ดี ช่วยเตือนสติกันได้ก็ดีนะครับ ซึ่งคุณสมบัติดังกล่าวก็หายาก (ยิ้ม) แต่ผมไม่รีบครับ”







