
5แข้งพลิกวิกฤตเป็นโอกาส
ตบอลโลกไม่ใช่เวทีลูกหนังระดับกีฬาสีที่ใครก็มีสิทธิจะลงแข่งขันได้
ทัวร์นาเมนต์ระดับโลกเช่นนี้เต็มไปด้วยนักเตะระดับเขี้ยวลากดินยั้วเยี้ยเต็มไปหมด หากเตรียมตัวเตรียมใจมาไม่ดีจริง จากที่เคยรุ่งๆ ก็อาจมาดับสนิทเอาได้ง่ายๆ
นี่คือ 5 นักเตะที่ใช้เกมลูกหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก แสดงฝีเท้าอันเอกอุให้มวลมนุษยชาติได้รับรู้ และนำไปสู่โอกาสความสำเร็จในอาชีพค้าแข้งของตัวเอง
nเมซุต โอซิล
ก่อนฟุตบอลโลกจะเริ่มขึ้น แฟนบอลทีม
“อินทรีเหล็ก” เยอรมนี ต้องกังวลใจเล็กน้อยเมื่อ มิชาเอล บัลลัก จอมทัพกัปตันทีมที่เป็นหัวใจสำคัญของทีมมาช้านาน ถูกพรากไปจากทีมด้วยอาการบาดเจ็บโยอาคิม เลิฟ นายใหญ่ทีมอินทรีเหล็ก มอบหมายให้ไอ้หนูวัยเพียง 21 ปี จากแวร์เดอร์ เบรเมน นามว่า เมซุต โอซิล รับบทเป็นเพลย์เมกเกอร์ ทั้งๆ ที่มีประสบการณ์รับใช้ทีมชาติชุดใหญ่มาแค่ 10 นัดเท่านั้น ก่อนบินมาแอฟริกาใต้
แต่ผลงานที่ออกมา มิดฟิลด์เชื้อสายตุรกีรายนี้โชว์ฟอร์มราวกับเป็นแข้งเก๋าที่ผ่านเกมมานักต่อนัก จนแฟนบอลเมืองเบียร์ลืมชื่อของ บัลลัก ไปชั่วขณะ หลังจากนั้นชื่อของ โอซิล ถูกนำโยงกับสโมสรยักษ์ใหญ่ไม่ว่าจะเป็นอาร์เซนอล แมนฯ ซิตี เชลซี แมนฯ ยูไนเต็ด ตั้งแต่บอลโลกยังไม่จบ
สงครามแย่งชิง โอซิล ยิ่งสนุกสนานกันเข้าไปใหญ่ เพราะเขาเหลือสัญญาอยู่กับเบรเมนแค่ปีเดียว ซึ่งหากทีมไหนต้องการได้ โอซิล ไปเสริมทัพ สื่อเมืองเบียร์ประเมินค่าตัวไว้ประมาณ 27 ล้านยูโร (ราว 1,100 ล้านบาท) หลังย้ายจากชาลเกมายังเบรเมน เมื่อปี 2008 ด้วยค่าตัวแค่ 4.3 ล้านยูโร (ราว 176.3 ล้านบาท)
นอกจาก โอซิล แล้ว โธมัส มุลเลอร์ เจ้าของรางวัลดาวซัลโวและดาวรุ่งยอดเยี่ยม ก็เป็นแข้งอินทรีเหล็กอีกรายที่ค่าตัวพุ่งทะลุปรอท โดยถูกประเมินค่าตัวไว้มโหฬารถึง 37 ล้านยูโร (ราว 1,500 ล้านบาท) แต่ดาวเตะวัย 20 ปี ยังมีสัญญาอยู่กับบาเยิร์น มิวนิก ถึงปี 2013 และทีมเสือใต้ก็คงไม่ปล่อยตัวออกจากทีมแน่นอน
nหลุยส์ ซัวเรซ
ฤดูกาลที่แล้ว หลุยส์ ซัวเรซ กระหน่ำประตูได้ถล่มทลายมโหฬารบานตะไท โดยลงสนามให้กับอาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม 48 นัดในทุกรายการ ยิงได้ 49 ประตู!!!
ซัวเรซ กลายเป็นแข้งที่ถูกจับตามองนับตั้งแต่ตอนนั้น แต่จากมาตรฐานของลีกดัตช์ที่ไม่ถึงกับเป็นลีกเกรด A ของยุโรป ทำให้หลายคนยังคลางแคลงใจในฝีเท้า ดังนั้นเวทีฟุตบอลโลกจึงเป็นบททดสอบที่แท้จริงว่าดาวยิงทีมชาติอุรุกวัยเป็น
“ของปลอมทำเหมือน” หรือเปล่าถ้าไม่นับ ดีเอโก ฟอร์ลัน ที่คว้ารางวัลแข้งยอดเยี่ยมไปครอง ซัวเรซ ถือเป็นนักเตะสำคัญที่สุดอีกคนหนึ่งที่พาทีมจอมโหดเข้าถึงรอบตัดเชือกได้เป็นครั้งแรกในรอบ 40 ปี ทำให้คำถามข้างบนนั้นได้รับคำตอบไปเป็นที่เรียบร้อย และตกเป็นเป้าหมายของสโมสรทั่วยุโรป ซึ่งเจ้าตัวเองก็สนใจที่จะย้ายทีมอยู่เหมือนกัน หากทีมที่ยื่นข้อเสนอเข้ามาคือ 2 ทีมต่อไปนี้
“
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และบาร์เซโลนา คือสุดยอดสโมสรของยุโรป หากพวกเขาติดต่อเข้ามา คุณต้องพิจารณา และผมก็พร้อมที่จะย้ายทีมหากมีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้น” หัวหอกวัย 23 ปี กล่าว7.5 ล้านยูโร (ราว 307.5 ล้านบาท) คือค่าตัวที่อาแจ็กซ์จ่ายให้โกรนิงเกน เพื่อคว้า ซัวเรซ มาบ่มเพาะฝีเท้าตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว ซึ่งตอนนี้คาดว่ากุนซือ มาร์ติน โยล น่าจะพร้อมพิจารณาข้อเสนอหากได้ค่าตัวสัก 35 ล้านยูโร (ราว 1,435 ล้านบาท)
นอกจากจะได้กองหน้าสำหรับยิงประตูแล้ว ยังเหมือนได้ผู้รักษาประตูไว้ใช้ในยามฉุกเฉินเพิ่มอีกคน ไม่เชื่อลองไปถามทีมชาติกานาดูก็ได้
nอซาโมอาห์ กียาน
แม้จะอายุเพิ่ง 24 ปี แต่เวิลด์คัพ 2010 เป็นฟุตบอลโลกสมัยที่ 2 แล้วของ อซาโมอาห์ กียาน หัวหอกทีมชาติกานาของสโมสรแรนส์ ในลีกเอิง
4 ปีก่อนที่เยอรมนี กียาน มีชื่อทำประตู 1 ลูก แต่สำหรับฟุตบอลโลกในทวีปของตัวเอง กียาน กดไป 3 เม็ด และมีสถิติเป็นผู้เล่นที่หาโอกาสทำประตูได้ถึง 33 ครั้ง มากที่สุดในทัวร์นาเมนต์
นอกจากความโดดเด่นจากเสื้อเบอร์ 3 แต่ดันมาเล่นกองหน้าแล้ว กียาน ยังมีความแข็งแกร่งของร่างกายที่พร้อมปะทะ พร้อมชนกับกองหลังคู่แข่ง แถมยังครองบอลเก็บบอลได้ดีอีกต่างหาก
แรนส์คว้า กียาน มาจากอูดิเนเซ เมื่อ 2 ปีก่อน ด้วยค่าตัว 8 ล้านยูโร (ราว 328 ล้านบาท) แต่ถ้าตอนนี้ทีมใดอยากได้กียาน แรนส์บอกว่ากรุณาเอาเงินมากองขั้นต่ำ 20 ล้านยูโร (ราว 820 ล้านบาท)
นี่ถ้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย พ่อหนุ่มกียานซัดจุดโทษท้ายเกมกับอุรุกวัยเข้าไปลูกนั้นละก็ ค่าตัวกระฉูดกว่านี้อีก
nเคสุเกะ ฮอนดะ
ฮิเดโตชิ นากาตะ, ชุนสุเกะ นากามูระ ชื่อเหล่านี้คืออดีตสตาร์ลูกหนังแดนปลาดิบ แต่ ณ วินาทีนี้จะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจาก เคสุเกะ ฮอนดะ มิดฟิลด์วัย 24 ปี ที่ค้าแข้งอยู่กับซีเอสเคเอ มอสโก ในรัสเซีย
ฮอนดะ ถือเป็นนักเตะจอมขยันสารพัดประโยชน์ในแนวรุก เล่นได้ทั้งตรงกลาง ริมเส้น กองหน้าตัวต่ำ หรือเล่นเป็นกองหน้าตัวเดียวเหมือนกับที่โชว์ฟอร์มเด่นกับทีมชาติญี่ปุ่นในศึกเวิลด์คัพ 2010
และที่ยังติดตาตรึงใจแฟนบอลทั่วโลกคือ ลูกฟรีคิกอันทรงพลัง อย่างที่แสดงให้เห็นในเกมชนะเดนมาร์ก ซึ่งในระดับสโมสร ฮอนดะ ยิงฟรีคิกลักษณะนี้มาได้หลายครั้งแล้ว แต่เพิ่งจะมายิงให้ทั่วโลกได้ประจักษ์กันก็คราวนี้ แม้จะเป็น
“จาบูลานี” ที่นักเตะหลายคนโอดครวญ แต่ไม่ใช่เรื่องเกินความสามารถของฮอนดะฮอนดะ เคยตกเป็นข่าวกับลิเวอร์พูลมาแล้วเมื่อครั้งที่เขาเล่นอยู่กับวีวีวี เวนโล ในลีกดัตช์ ก่อนจะย้ายไปซีเอสเคเอ มอสโก เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ด้วยค่าตัว 9 ล้านยูโร (ราว 369 ล้านบาท) และถ้ามีการโยกย้ายขึ้นอีกครั้ง ตัวเลขค่าตัวน่าจะเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว ซึ่ง ฮอนดะ มีความใฝ่ฝันสุดยอดสำหรับอาชีพค้าแข้งของเขาคือ
“
ผมฝันที่จะได้สวมเสื้อหมายเลข 10 ของเรอัล มาดริด”n
ฟาบิโอ โคเอนเทราถ้าไม่ใช่แฟนบอลโปรตุเกส ต้องเกาหัวแกรกๆ เมื่อได้ยินชื่อของ ฟาบิโอ โคเอนเทรา ดาวรุ่งวัย 22 ปี ที่ลงมาประจำการในตำแหน่งแบ็กซ้ายของทีมฝอยทอง เพราะโดยปกติแล้วพื้นที่ตรงนี้ ดูดา แบ็กซ้ายตัวเก๋าจากมาลากา จะเป็นคนรับผิดชอบ
ก่อนบินมาแอฟริกาใต้ โคเอนเทรา ลงเล่นให้โปรตุเกสชุดใหญ่แค่ 4 นัดเท่านั้น แต่ดาวรุ่งจากเบนฟิกาสามารถแจ้งเกิดได้อย่างเต็มตัว โดยไม่แสดงอาการตื่นสนามให้เห็นเลยแม้แต่น้อย เกมรับเหนียวแน่น แถมยังเติมเกมรุกได้อย่างหวือหวา โดยสามารถดันขึ้นไปเล่นเป็นปีกซ้ายได้อีกด้วย
ด้วยฟอร์มอันสุดยอดนี้ทำให้ เลอกิ๊ป และมาร์กา 2 หนังสือพิมพ์ดังของฝรั่งเศสและสเปน เลือกให้ โคเอนเทรา เป็นแบ็กซ้ายที่เล่นได้โดดเด่นที่สุดในเวิลด์คัพ 2010 และติดโผทีมยอดเยี่ยมของสื่อ 2 สำนักดังกล่าว แม้โปรตุเกสจะไปได้ไกลที่สุดแค่รอบ 16 ทีมสุดท้ายก็ตาม
บาเยิร์น มิวนิก, เรอัล มาดริด, แมนฯ ซิตี และเชลซี คือ 4 สโมสรระดับเฮฟวีเวตที่อยากได้ลายเซ็นของ โคเอนเทรา จนเบนฟิกาจัดการโก่งราคาค่าตัวของเด็กปั้นรายนี้ไปแตะที่หลัก 30 ล้านยูโร (ราว 1,230 ล้านบาท) เป็นที่เรียบร้อยแล้ว







