
'โรงเรียนทักษะพิพัฒน์' พัฒนาการขับขี่ช่วยลดอุบัติเหตุ
บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย หรือที่เรียกกันว่า เอสซีจี เป็นบริษัทชั้นนำที่อยู่กับสังคมไทยมานานกว่า 100 ปี
โดย...โชคชัย สีนิลแท้
บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย หรือที่เรียกกันว่า เอสซีจี เป็นบริษัทชั้นนำที่อยู่กับสังคมไทยมานานกว่า 100 ปี เริ่มจากเป็นผู้ผลิตวัสดุก่อสร้างสำคัญอย่างปูนซีเมนต์ที่ต้องเกี่ยวข้องกับการขนส่งและปัจจุบันอันตรายที่เกิดขึ้นบนท้องถนนส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งนับวันจำนวนผู้เสียชีวิตรวมถึงผู้บาดเจ็บ และพิการจากอุบัติเหตุมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จนกลายเป็นปัญหาสังคมในอันดับต้นๆ
ชลัช วงศ์สงวน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสซีจี สกิลส์ ดีเวลลอปเม้นท์ ในเอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง เล่าถึงที่มาของโรงเรียนทักษะพิพัฒน์ (Skills Development School) ตั้งอยู่ที่ จ.สระบุรี ว่า ที่ผ่านมาเอสซีจีต้องเกี่ยวข้องกับบริษัทขนส่งจำนวนมาก เนื่องจากต้องมีการจ้างบริษัทภายนอกถึง 334 แห่ง ที่จะส่งพนักงานมารับสินค้า โดยให้บริษัท เอสซีจี โลจิสติกส์ เป็นผู้บริหารการขนส่งสินค้าในภาพรวมให้กับเครือ
ที่ผ่านมาจะพบปัญหาค่อนข้างมาก เนื่องจากพนักงานขนส่งที่มาจากหลายร้อยแห่งนั้นมีหลายร้อยมาตรฐาน จึงมีความคิดว่าทำอย่างไรจะให้พนักงานขับรถ หรือผู้ปฏิบัติงานในคลังสินค้าสามารถทำงานได้ตามมาตรฐานหนึ่งเดียวกัน เพราะไม่ว่าจะเป็นพนักงานมาจากที่ไหน ก็ขับรถที่มีโลโก้และสินค้าของเอสซีจี เวลาเกิดปัญหาขึ้นก็จะสะท้อนคุณภาพของการให้บริการ จึงเป็นความรับผิดชอบให้ต้องพัฒนาพนักงานขับรถและพนักงานขนถ่ายสินค้าให้มีมาตรฐานเดียวกัน
บริษัทจึงได้เริ่มการอบรมให้กับพนักงาน เริ่มจากการอบรมเฉพาะภายในหรือเป็นอินเฮาส์เทรนนิ่ง จนเมื่อปี 2554 ได้แยกออกมาตั้งเป็นบริษัท เอสซีจี สกิลส์ ดีเวลลอปเม้นท์ ดำเนินธุรกิจโรงเรียนเอกชน ซึ่งเป็นโรงเรียนนอกระบบ ประเภทวิชาชีพอาชีวศึกษา ที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อพัฒนาฝีมือแรงงานและบริษัทคู่ค้าในธุรกิจโลจิสติกส์ โดยมุ่งเน้นที่การขับรถและการขนถ่ายสินค้าเป็นหลัก
"เอสซีจี โลจิสติกส์ ส่งสินค้าต่อปีประมาณ 2 ล้านเที่ยวรถ ส่วนบริษัทลูกอย่างซีแพค ซึ่งขนส่งปูนซีเมนต์ประเภทผสมสำเร็จพร้อมใช้งาน มีการขนส่งซีเมนต์ไม่ต่ำกว่า 3 ล้านเที่ยวรถ มีการขนส่งรวมกันไม่ต่ำกว่า 5 ล้านเที่ยว/ปี ซึ่งการขนส่งหากขับไม่ระมัดระวัง ไม่มีหลักในการขับรถอย่างปลอดภัยหรือเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอันตราย จะเป็นการสร้างปัญหาให้กับสังคม" ชลัช กล่าว
สำหรับนโยบายของบริษัทจะเน้นไปที่ "ถนนสร้างสุข" ให้ทุกคนที่ใช้ถนนร่วมกันไม่ว่าจะเป็นรถเล็กหรือรถใหญ่ เดินทางได้ปลอดภัย ในฐานะที่บริษัทมีการขนส่งสินค้าจำนวนมากไม่ต่ำกว่าปีละ 5 ล้านเที่ยว เป็นความรับผิดชอบที่จะต้องพัฒนาพนักงานขับรถให้ขับอย่างปลอดภัย และเขาเหล่านั้นถือว่าเป็นตัวแทนของบริษัท เพราะนอกจากจะผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐานดีแล้ว การส่งมอบได้ตรงเวลาคุณภาพครบถ้วนไม่เสียหาย ที่สำคัญกิริยามารยาทจะต้องดีด้วย เปรียบเหมือนเป็นบิซิเนส แอมบาสซาเดอร์ สำหรับธุรกิจโลจิสติกส์
ในปีแรกๆ ที่เริ่มสอนมีการจัดฝึกอบรมปีละ 4,000 คนจากภายใน ปัจจุบันได้มีการสอนและฝึกอบรมให้กับภายนอกหลังจากที่มีการก่อตั้งเป็นโรงเรียนเอกชนนอกระบบไม่ต่ำกว่า 1.5 หมื่นคน ซึ่งในปี 2558 มีเป้าฝึกอบรมทั้งหมด 1.8 หมื่นคน แบ่งเป็นพนักงานขับรถโฟล์คลิฟต์ 4,000 คน ที่เหลือ 1.4 หมื่นคน เป็นพนักงานขับรถ ในจำนวนดังกล่าวเป็นพนักงานขับรถในเครือเอสซีจีกว่า 1 หมื่นคน อีกกว่า 3,000 คน เป็นพนักงานจากภายนอก
ปัจจุบันทางโรงเรียนได้มีการเซ็นความร่วมมือกับหลายหน่วยงาน อาทิ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ที่ดูแลเรื่องรถพยาบาล เพื่อพัฒนาคุณภาพพนักงานขับรถ เป็นรถอนุญาตพิเศษซึ่งที่ผ่านมาก็มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นมากพอสมควร นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาเพื่อฝึกวิชาชีพให้กับคณะกรรมการพัฒนาอาชีพ ทหารกองประจำการกองทัพเรือ จะไปร่วมรับทหารเกณฑ์ก่อนที่จะปลดประจำการ เพื่อให้มีวิชาชีพรองรับเพื่อให้เป็นสุภาพบุรุษนักขับ ซึ่งต่อปีจะได้บุคลากรเหล่านี้เป็นนักขับรถที่ส่งมอบให้กับบริษัทคู่ค้าทางธุรกิจ เป็นต้น
ที่ผ่านมาโรงเรียนทักษะพิพัฒน์ ได้มีการลงทุนด้านหลักสูตรกว่า 100 ล้านบาท มีการเก็บเงินค่าเรียน สร้างรายได้ต่อปี 50-60 ล้านบาท ถือเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ต้องเลี้ยงตัวได้และช่วยเหลือสังคมในการลดอุบัติเหตุบนท้องถนน







