
ภัยหน้าประตูบ้าน ชะล่าใจตกเป็นเหยื่อ
หากจะดำรงชีวิตอยู่ด้วยความปลอดภัย ไร้อันตรายมาคืบคลานเข้าหาตัวสิ่งหนึ่งที่ควรจะคำนึงถึงคือต้องมองโลกด้วยความเป็นจริง
โดย... ไซเรน
หากจะดำรงชีวิตอยู่ด้วยความปลอดภัย ไร้อันตรายมาคืบคลานเข้าหาตัวสิ่งหนึ่งที่ควรจะคำนึงถึงคือต้องมองโลกด้วยความเป็นจริง
หลากหลายเหตุการณ์ที่คนร้ายแฝงกายมาด้วยสภาพที่น่าเวทนา ใช้จุดอ่อนของคนไทยที่มีนิสัยสงสารเพื่อปอกลอกเหยื่อ บ้างเสียทรัพย์บ้างเสียตัว
อย่างเช่นกรณีเด็กๆ หรือแม้แต่วัยรุ่นอยู่บ้านเพียงลำพัง คนแปลกหน้าเดินมาเคาะประตูบ้านทำทีขอเงินช่วยเหลือ อ้างเหตุผลต่างๆ นานาให้เหยื่อเกิดความสงสารจนตายใจ ขณะเดียวกันก็แอบสำรวจความเคลื่อนไหวภายในบ้าน หากพบเห็นว่ามีเด็กคนแก่ หญิงสาว อยู่บ้านเพียงลำพัง จุดอ่อนจะเกิดขึ้นและเป็นช่องทางให้มิจฉาชีพเข้ามาภายในบ้านกระทำอันตราย
ในเมื่อภัยร้ายคืบคลานเข้ามาใกล้ชนิดที่ว่าอาจมาถึงหน้าประตูบ้าน โดยเฉพาะเหล่าเด็กๆ ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์มักจะตกเป็นเหยื่อได้ง่าย สำนักงานตำรวจแห่งชาติแนะนำวิธีที่ผู้ปกครองควรนำไปปฏิบัติใช้เพื่อสอนบุตรหลานให้ระมัดระวังตัว และมีทางที่จะช่วยเหลือตัวเองหากถูกคนแปลกหน้าบุกรุกมาถึงหน้าบ้าน
1.สอนลูกในเรื่องไม่ให้ลูกพูดกับคนแปลกหน้า หรือคนที่ลูกไม่รู้จัก ไม่ว่าจะพูดคุยทางโทรศัพท์ ในขณะที่ลูกเดินเล่นอยู่สนามเด็กเล่นข้างบ้าน หรือการเปิดประตูบ้านรับคนแปลกหน้าที่มาหาหน้าบ้าน ห้ามอย่างเด็ดขาด
2.ชวนลูกฝึกซ้อมการพูดในสถานการณ์ต่างๆ เวลาที่ผู้ปกครองไม่อยู่บ้าน หรือบางเวลาที่ลูกต้องอยู่ตามลำพังเพียงคนเดียว ลูกสามารถพูดความจริงได้กับใครบ้าง เช่น หากมีคนแปลกหน้ามียืนอยู่หน้าบ้านและสอบถามว่าลูกอยู่กับใคร อยู่คนเดียวหรือไม่ ก็ห้ามไม่ให้เปิดประตูรับ อาจจะเลี่ยงวิ่งเข้าบ้าน และไม่คุยด้วยหรือบอกไปว่าผู้ปกครองอยู่ข้างในบ้าน โดยพูดไปทำนองที่ว่าไม่ได้อยู่เพียงลำพังคนเดียว เป็นต้น เพื่อป้องกันไม่ให้คนแปลกหน้ากล้าเข้ามาในบริเวณบ้าน
3.ผู้ปกครองควรพูดถึงความเสี่ยงและอันตรายที่จะเกิดขึ้น ถ้าหากลูกยอมนั่งรถไปไหนก็ตามกับคนแปลกหน้า หรือยอมรับขนม ของเล่น เชื่อคำชักชวนว่าจะพาไปเที่ยวของคนแปลกหน้า เป็นต้น
4.สอนให้ลูกรู้จักพกเงินสำรองติดตัวไว้ และหมายเลขโทรศัพท์ที่บ้าน หลายเลขโทรศัพท์มือถือของผู้ปกครอง เพื่อใช้โทรศัพท์ติดต่อในยามฉุกเฉินและขอความช่วยเหลือรวมถึงวิธีเก็บเงินที่พกติดตัวให้มิดชิด มีความสะดวก และปลอดภัยในการหยิบใช้ เพื่อป้องกันภัยจากคนล้วงกระเป๋า เป็นต้น
ทั้ง 4 ข้อข้างต้นเป็นกลวิธีที่สามารถนำไปใช้ปฏิบัติได้เพื่อให้เป็นเกราะป้องกันอันตรายที่รุกคืบเข้าหาผู้ที่ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของมิจฉาชีพ ขณะที่ผู้ปกครองเองก็เช่นกันอย่าประมาทชะล่าใจคิดว่าบุตรหลานอยู่ภายในบ้านแล้วจะปลอดภัย เพราะเราไม่สามารถคาดการณ์ล่วงหน้าในอนาคตได้ว่าเหตุร้ายจะเกิดขึ้นหรือไม่ หรือเกิดในเมื่อใด
ดังนั้น ต้องตั้งชีวิตอยู่กับโลกความเป็นจริง ไม่ประมาทภัยที่อาจเข้ามาหาได้ทุกเมื่อ...







