
สัญญาณร่างกาย หวอเตือนโรค
การปล่อยปละละเลยในเรื่องดูแลสุขภาพของมนุษย์วัยทำงาน พอมารู้ตัวอีกทีก็เกือบสายเกินไป
โดย...เพรงเทพ / ภาพ : systemat.com, lifdutilfulls.is
การปล่อยปละละเลยในเรื่องดูแลสุขภาพของมนุษย์วัยทำงาน พอมารู้ตัวอีกทีก็เกือบสายเกินไป ต้องมารักษาและฟื้นฟูสุขภาพหรือยกเครื่องกันขนานใหญ่ ทำให้เสียทั้งเงินทองและเวลาทำมาหากินโดยไม่จำเป็น หรือบางคนก็โชคร้ายต้องทนทุกข์ทรมานเรื้อรังอย่างยอมจำนน แต่ที่เลวร้ายสุดๆ ก็คือไม่รู้ตัวเลย ต้องเสียชีวิตไปโดยเฉียบพลัน
หยิบบทความจากเว็บไซต์ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร กรมแพทย์ทหารบก เรื่อง 10 สัญญาณเตือนเรื่องสุขภาพ มาขยายให้เห็นการป้องกันและรักษาสุขภาพร่างกายนั้นทำได้ง่ายๆ เพียงแต่ละเอียดลออขึ้นอีกนิดหนึ่ง ใส่ใจกับสัญญาณที่ร่างกายเตือน ซึ่งจะได้แก้ไขและป้องกันอย่างทันท่วงที
1.ขี้ลืมมากขึ้นทุกๆ วัน
อาการเหล่านี้แม้จะเป็นอาการเล็กน้อยที่เกิดขึ้นได้บ่อยๆ แต่คุณต้องหมั่นสังเกตระดับความรุนแรง และความถี่ที่เกิดขึ้นหากมีความผิดปกติควรรีบพบแพทย์ทันที
2.ปวดหัวเป็นประจำ
อาการปวดหัวเป็นสัญญาณเบื้องต้นที่ฟ้องร่างกายว่ากำลังอยู่ในภาวะไม่ปกติ สาเหตุหลักมาจากความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ หรืออาจเกิดจากการดื่มกาแฟ แอลกอฮอล์มากเกินไป แต่หากมีอาการปวดรุนแรงพร้อมกับมีไข้ อาเจียน หรือไม่ดีขึ้นภายใน 1-2 วัน ควรรีบพบแพทย์ เพราะอาจจะเป็นอาการทางสมอง
3.น้ำหนักเพิ่ม หรือลดผิดปกติ
การมีน้ำหนักลดลงอย่างต่อเนื่องอาจเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาสุขภาพต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน ต่อมไทรอยด์เป็นพิษ ลำไส้อักเสบ หรือโรคมะเร็ง ส่วนการมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ให้พิจารณาว่ามาจากความอ้วนหรือไม่ ถ้าใช่ ให้ควบคุมเรื่องอาหาร และการออกกำลังกาย แต่น้ำหนักเพิ่มขึ้นร่วมกับอาการบวมน้ำ คือตัวบวม หายใจหอบถี่ ต้องลุกไปปัสสาวะบ่อยๆ ตอนกลางคืน อาจต้องรีบพบแพทย์ เพราะอาจเป็นอาการเริ่มต้นของโรคหัวใจ ไตวาย ต่อมไทรอยด์ผิดปกติ
4.ปวดต้นคอ
มักเป็นอาการที่ต่อเนื่อง มาจากความเครียด หรืออาจเกิดจากอิริยาบถที่ไม่ถูกต้อง
5.ปวดหลัง
อาจเกิดจากอิริยาบถที่ไม่ถูกต้อง หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรงเพราะขาดการออกกำลังกาย แต่ถ้ามีอาการปวดหลังร่วมกับการชาตามแขนขา ให้รีบพบแพทย์
6.เหนื่อยง่าย
โดยปกติแล้วคนเราอาจจะเดินขึ้นบันได 3 ชั้น หรือออกแรงทำงานต่อเนื่องกัน 1 ชั่วโมงได้โดยไม่เหนื่อย แต่ถ้ารู้สึกเหนื่อยหอบ นี่คือสัญญาณบอกว่าหัวใจไม่แข็งแรง หรือหลอดเลือดอุดตันด้วยไขมัน
7.นอนไม่หลับ
การนอนไม่หลับอาจเกิดได้ จากหลายสาเหตุ อาทิ ความเครียด การดื่มกาแฟ และแอลกอฮอล์มากเกินไป การรับประทานอาหารรสจัด การออกกำลังก่อนเข้านอน แต่ถ้าอาการนอนไม่หลับเกิดขึ้นเป็นเวลานานร่วมกับอาการกระสับกระส่าย หัวใจเต้นแรง หรือไปปัสสาวะตอนกลางคืนบ่อยๆ ให้รีบพบแพทย์ เพราะอาจเป็นอาการเริ่มต้นของไทรอยด์ผิดปกติ เบาหวาน ฯลฯ
8.ตัวเหลืองตาเหลือง
อาจเกิดขึ้นจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือเกิดจากปัญหาสุขภาพตับ เช่น การดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป การติดเชื้อ ไวรัสตับอักเสบ หรือมีนิ่วอุดตันในท่อน้ำดี ทำให้เกิดอาการดีซ่าน คือ ร่างกายมีสารสีเหลือง (ชื่อบิลิรูบินซึ่งเกิดจากการทำลายเม็ดเลือดแดงที่หมดอายุ) ตกค้างอยู่ในกระแสเลือด ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานๆ อาการตับอักเสบอาจลุกลามกลายเป็นมะเร็งตับได้
9.หน้ามืด
อาการหน้ามืดเกิดจากการที่ สมองขาดเลือด และออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงชั่วคราว อาจเกิดจากลุกขึ้นยืนเร็วเกินไป การพักผ่อนไม่เพียงพอ ขาดการออกกำลังกาย กินยาหรือดื่มแอลกอฮอล์ที่มีฤทธิ์กดประสาท แต่หากยังคงมีอาการต่อเนื่องกัน 2-3 วันให้รีบไปพบแพทย์ เพราะอาจมีปัญหาเรื่องความดันโลหิตต่ำ หรือโลหิตจาง
10.ท้องผูก
อาการท้องผูก หมายถึงการถ่ายอุจจาระได้น้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ เนื่องจากมีปัจจัยบางอย่างขัดขวางการทำงานของลำไส้ ทำให้กากอาหารผ่านลำไส้ใหญ่ได้ช้าลง อาจเกิดจากความเครียด การดื่มน้ำน้อย รับประทานอาหารเหลว หรือไม่มีกากใย ไม่ฝึกขับถ่ายให้เป็นเวลา และไม่ออกกำลังกาย อาจสร้างความเสี่ยงโรคริดสีดวงทวารหนัก โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ แต่ในขณะเดียวกันก็อาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคมะเร็ง โรคหัวใจ หรืออาการไตวายได้เช่นเดียวกัน
ทั้งหมดเป็นการสังเกตสัญญาณร่างกายอย่างง่ายๆ เพื่อใช้ในการดูแลตัวเอง ป้องกันโรคภัยที่จะเกิดขึ้น และควรสังเกตบ่อยๆ เพื่อจะได้ไม่ต้องมาทุกข์ใจกับเรื่องสุขภาพกายในภายหลังเมื่อยากที่จะเยียวยา







