ขยายพันธุ์"หอยมือเสือ"คืนอันดามัน
ขยายพันธุ์ "หอยมือเสือ" คืนสู่อันดามัน หลังตกในสภาวะใกล้สูญพันธุ์
เรื่อง เมธี เมืองแก้ว
หอยมือเสือ เป็นหอยสองฝาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก และมีสองเพศในตัวเดียว มีความยาวเปลือก 100-120 เซนติเมตร น้ำหนักกว่า 200 กิโลกรัม และมีอายุยาวถึง 100 ปี หรือมากกว่านั้น โดยปกติจะพบได้ในระดับความลึกไม่เกิน 20 เมตร และมีพฤติกรรมต่างจากหอยจำพวกอื่น ตรงที่ฝาด้านบนจะเปิดออกเพื่อรับแสงแดด และกินอาหาร ซึ่งจะทำให้น้ำในบริเวณนั้นใสสะอาด และช่วยให้ระบบนิเวศน์ของทะเลดีตามไปด้วย ส่วนรอยต่อด้านล่างของฝา จะทำหน้าที่ยึดตัวหอยให้เกาะติดกับหินหรือวัสดุใต้น้ำอย่างเหนียวแน่น
หอยมือเสือ มีสองเพศในตัวเดียว โดยช่วงแรกยังไม่สามารถระบุเพศได้ จนอายุประมาณ 2 ปีขึ้นไป จะเป็นเพศผู้ มีการสร้างน้ำเชื้อ และเมื่ออายุประมาณ 4 ปีครึ่ง จะเปลี่ยนเป็นเพศเมีย เริ่มสร้างไข่เพื่อสืบพันธุ์ ซึ่งในเขตร้อน หอยชนิดนี้จะสามารถสืบพันธุ์ได้ทั้งปี ในเขตน่านน้ำไทย แหล่งที่พบหอยมือเสือ อยู่ทั้งฝั่งอ่าวไทยและฝั่งอันดามัน รวมทั้งหมด 5 ชนิด เนื้อโดยเฉพาะกล้ามเนื้อยึดเปลือก เป็นอาหารซึ่งมีราคาแพง ส่วนเปลือกใช้ทำเครื่องใช้ เครื่องประดับ และมุก รวมทั้งยังนิยมนำมาเลี้ยงในตู้ปลาทะเลสวยงามด้วย
ทั้งนี้ เมื่อหอยมือเสือ ถูกจับขึ้นมาใช้ประโยชน์มากจนเกินกำลังธรรมชาติจะทดแทนได้ทัน จนทำให้อยู่ในสภาวะใกล้สูญพันธุ์ หรือบางชนิดถูกทำลายจนหมดไปจากบางแหล่ง จึงได้รับการขึ้นบัญชีในอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดของสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ หรือ CITES และจัดอยู่ในบัญชีสัตว์สงวนและคุ้มครองประเภท 2 ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ของกฎหมายไทย แต่ก็โชคดีที่ล่าสุดหอยบางชนิดสามารถเพาะขยายพันธุ์ได้แล้วในประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม การที่จะนำหอยมือเสือ กลับคืนสู่ท้องทะเลให้มีประสิทธิภาพนั้น ต้องผ่านการศึกษาวิจัยแบบซ้ำแล้วซ้ำเล่า กระทั่งนำไปสู่ความร่วมมือระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กับกรมประมง ด้วยการนำหอยที่มีอายุ 2 ปี จากศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งประจวบคีรีขันธ์ มาเพาะเลี้ยงต่อยังศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งตรัง ก่อนที่จะร่วมกับอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ทำการยึดติดฝาหอยกับก้อนหิน ด้วยกาวอีพ๊อกซี่ แล้วทิ้งไว้แข็งตัวเหมือนกับเนื้อปูน เป็นระยะเวลา 1 เดือน ก่อนนำลงไปปล่อยสู่ทะเล
นางสาวอนิดา สงนุ้ย นักวิชาการประมงปฎิบัติการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่งตรัง กล่าวว่า นับเป็นวิธีการขยายพันธุ์หอยมือเสือ ครั้งแรกของประเทศไทย เพื่อให้หอยสามารถใช้ชีวิตอยู่ใต้ท้องทะเลแบบธรรมชาติมากที่สุด เนื่องจากปกติแล้วหอยชนิดนี้จะเกาะติดกับก้อนหินตั้งแต่ตัวยังเล็กๆ จนกระทั่งเมื่อโตขึ้นก็จะอาศัยอยู่อย่างถาวรและไม่ขยับตัวไปไหนอีกเลย นอกจากเปิดฝาด้านบน เพื่อรับแสงและกินอาหารเท่านั้น ซึ่งวิธีการยึดตัวหอยเช่นนี้ จะทำให้สามารถเติบใหญ่ และขยายพันธุ์ไปทั่วทั้งฝั่งอันดามันได้อย่างรวดเร็ว
ขณะที่ นายมาโนช วงษ์สุรีย์รัตน์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ระบุว่า หอยมือเสือ ที่ปล่อยลงสู่ทะเลทุกตัว จะมีการติดหมายเลข และจัดทำแผนที่ระบุตำแหน่งเอาไว้อย่างชัดเจน เพื่อที่หลังจากผ่านพ้นช่วงมรสุมในอีก 6 เดือนข้างหน้าไปแล้ว เจ้าหน้าที่ นักวิชาการ หรือนักศึกษา จะสามารถดำน้ำลงไปติดตามผลได้ และนำไปสู่การขยายพันธุ์หอยมือเสือ ให้กลับคืนมาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะบริเวณเกาะกระดาน แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังระดับโลกจากงานวิวาห์ใต้สมุทร และเคยเป็นแหล่งที่มีหอยชนิดนี้มากที่สุดของจังหวัดตรัง


