
วิ่งเปลี่ยนความคิด ธนพล ศิริธนชัย
แม้ว่ากระแสการออกกำลังกายด้วยการ “วิ่ง” จะเกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว แต่ถ้าเรียกว่าบูมจริงๆ คงต้องเป็นช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา
โดย... สุกัญญา สินถิรศักดิ์
แม้ว่ากระแสการออกกำลังกายด้วยการ “วิ่ง” จะเกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว แต่ถ้าเรียกว่าบูมจริงๆ คงต้องเป็นช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะปีนี้สะท้อนได้จากจำนวนรายการวิ่งมาราธอนที่เพิ่มขึ้น บรรดาเจ้าของสินค้าแบรนด์เล็กแบรนด์ใหญ่หลายรายหันมาร่วมเป็นสปอนเซอร์ในการจัดรายการวิ่งมาราธอน ทำให้ปีนี้เป็นปีที่รายการวิ่งมาราธอนคึกคักมาก
สำหรับหลายคนการวิ่งอาจเป็นหนึ่งในการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ เพื่อผ่อนคลายความเครียดจากการทำงาน เพื่อพบปะผู้คน แต่ในมุมมองของ “ธนพล ศิริธนชัย” ซีอีโอแห่งบริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ หรือโกลเด้นแลนด์ แล้ว การวิ่งเป็นมากกว่าการออกกำลังกาย
“การวิ่งเหมือนการทำสมาธิ มีเวลาคิด มีไอเดียกระฉูด หลายไอเดียคิดออกตอนวิ่ง ทุกครั้งที่วิ่งเสร็จก็จะมีอะไรใหม่ๆ” ธนพล กล่าว
เขาเล่าว่า ให้ความสำคัญกับการวิ่งมานาน จนถือว่าการวิ่งเป็นการออกกำลังกายประจำ ตื่นแต่เช้าเพื่อมาวิ่ง พอต้องตื่นเช้ามาวิ่ง นอกจากได้ออกกำลังกายแล้ว ยังมีเวลามากขึ้นในการทำอย่างอื่นด้วย ซึ่งการเริ่มต้นออกกำลังกายอย่างง่ายๆ ด้วยการวิ่งให้ได้ ก็เหมือนเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับทุกอย่าง หลายคนอาจมองเรื่องการวิ่งก็เป็นแค่การวิ่ง ไม่ได้มีอะไรแปลก เป็นสิ่งที่ไม่ได้ยาก แต่หลายคนก็ไม่เคยลองลุกมาวิ่ง อยากให้ทุกคนที่ไม่เคยเริ่มวิ่ง ได้ทดลองตื่นมาวิ่ง ลองเปลี่ยนความคิดของตัวเองมาทำสิ่งที่คิดว่าง่าย แต่อาจไม่เคยได้ลองทำ แล้วจะรู้ว่าการวิ่งให้อะไรได้มากกว่าสุขภาพ
สำหรับกิจกรรมในการวิ่ง ถ้าเป็นวิ่งออกกำลังกายประจำ ซีอีโอ แห่งค่ายโกลเด้นแลนด์ เล่าว่า ใน 1 สัปดาห์จะวิ่งประมาณ 3 วัน ระยะทาง 5-10 กิโลเมตร (กม.) ในวันธรรมดา ส่วนวันเสาร์-อาทิตย์จะขยับมาวิ่ง 21 กม. ฟังดูอาจรู้สึกว่ายากหรือไกลเกินกว่าจะทำได้ แต่ถ้าได้ลองเริ่มต้นทีละ 5 กม.ไปเรื่อย ก็จะพัฒนาเป็น 10 กม. เป็น 21 กม. หรือมากกว่านั้น
ส่วนการเข้าร่วมรายการวิ่งมาราธอน โดยส่วนตัวเข้าร่วมในเกือบทุกอีเวนต์ที่มีจัดในเกือบทุกสัปดาห์ โดยรายการใหญ่ๆ ประจำปีก็ต้องยกให้กรุงเทพมาราธอน ซึ่งร่วมวิ่งมาประมาณ 8 ครั้งแล้วในแบบฮาล์ฟมาราธอน คือ 21 กม. ปีนี้ตั้งเป้าวิ่งฟูลมาราธอน 42 กม. เรียกว่าเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ต้องซ้อม ไม่ยาก เหมือนร่างกายดึงพลังที่มีอยู่ออกมาใช้อย่างเต็มที่
แม้จากระยะทาง 21 กม. เพิ่มเป็น 42 กม. มันอาจจะเกินลิมิต แต่มันคือ “เป้าหมาย” เป็นเป้าหมายที่ตั้งไว้เพื่อทำให้ได้ จะได้หรือไม่ ไม่รู้ อยู่ที่ความมุ่งมั่นว่าจะพยายามทำให้ได้หรือเปล่า ซึ่งหากทำได้สำเร็จจะสามารถตอบตัวเองได้เลยว่า สิ่งที่คิดว่าทำไม่ได้ ยังทำได้ ก็ไปทำอย่างอื่นได้ แต่แน่นอนว่า เมื่อทุกคนมีเป้าหมายที่ใหญ่ การวิ่งระยะทางที่ไกลขึ้น ก็ต้องฝึกซ้อมอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ ซ้อมวิ่งจาก 10 กม. วิ่ง 20 กม. วิ่ง 3-4 เดือนเป็นประจำ
“พอวิ่งเยอะๆ ก็ต้องการอะไรแปลกใหม่และท้าทาย ตอนนี้หลายคนจัดรายการวิ่งมาราธอนในหลายสถานที่ ทุกคนพยายามหาสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ เพื่อหาเส้นทางที่แปลกใหม่ให้กับนักวิ่ง ผมเองพอมีโอกาสได้มานั่งเป็นซีอีโอโกลเด้นแลนด์ ซึ่งเป็นเจ้าของอาคารสำนักงานสาทร สแควร์ ก็มีไอเดียว่าน่าจะลองจัดกิจกรรมใหม่ๆ ที่ท้าทาย เรารู้ว่าตึกมีคุณภาพและพร้อมสำหรับกิจกรรมลักษณะนี้ก็เลยเริ่มกิจกรรมสาทร สแควร์ เวอร์ติคัล ฟัน รัน ขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2557 ที่ผ่านมา”
“สาทร สแควร์ เวอร์ติคัล ฟัน รัน” (Sathorn Square : Vertical Fun Run) หรือเรียกง่ายๆ ว่าวิ่งขึ้นตึกสาทร สแควร์ความสูงชั้น 40 ท้าทายความฟิตด้วยบันได 1,086 ขั้น ที่ระดับความสูง 160 เมตร ซึ่งกิจกรรมวิ่งขึ้นตึกอาจไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะหลายตึกทั้งในต่างประเทศ หรือแม้แต่ในกรุงเทพฯ เองก็เคยจัดมาแล้ว แต่เป็นกิจกรรมที่ไม่ได้จัดบ่อย เพราะต้องอาศัยความพร้อมหลายด้าน บันไดหนีไฟมีความกว้างได้มาตรฐาน มีระบบอัดอากาศอยู่ในท่อที่ต้องใช้งานได้จริง ซึ่งถือเป็นการทดสอบระบบให้กับตึกด้วย เพราะระบบนี้เป็นการป้องกันกรณีไฟไหม้ ไฟจะไม่ลามมาบริเวณนี้ และทุกคนจะมีอากาศจากระบบอัดอากาศ
ซีอีโอแห่งโกลเด้นแลนด์ กล่าวว่า ถ้าว่าการลุกขึ้นมาวิ่งแนวราบท้าทายเป้าหมายในใจคนแล้ว การวิ่งขึ้นตึกสูงให้สำเร็จ ท้าทายยิ่งกว่า เรียกว่าเป็นการวิ่งเปลี่ยนความคิดอย่างแท้จริง การวิ่งขึ้นตึกคนจะกลัว จะรู้สึกว่าวิ่งไม่ไหว 40 ชั้น เข่าเจ็บ อากาศไม่ดี ซึ่งล้วนเป็นสิ่งที่กังวลไปก่อนที่จะได้เริ่มทดลอง แต่ถ้าลองกล้าเปลี่ยน ลบความกังวลออกแล้วเริ่ม ก็ถือเป็นการเปลี่ยนความคิด เปลี่ยนทัศนคติ หลังจากนี้จะกล้าบอกกับตัวเองแล้วว่าไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้
การวิ่งขึ้นตึกไม่ยากอย่างที่คิด สิ่งที่ยากคือชนะใจตัวเองให้อยากทดลองวิ่ง จะทำอย่างไรให้คนเปลี่ยนความคิดมาทดลองเป็นสิ่งที่ท้าทาย ซึ่ง “สาทร สแควร์ เวอร์ติคัล ฟัน รัน 2014” ครั้งที่แล้วมีคนสมัคร 760 คน เป็นผู้ชาย 55% และผู้หญิง 45% อายุเด็กสุดประมาณ 6 ขวบ และอายุสูงสุดเกือบ 76 ปี จะเห็นว่าคนทุกเพศทุกวัยก็สามารถวิ่งขึ้นตึกได้ ถ้าเหนื่อยก็หยุดพัก หรือเดินขึ้นเรื่อยๆ
สำหรับสาทร สแควร์ เวอร์ติคัล ฟัน รัน 2015 จัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ในวันที่ 22 พ.ย. 2558 เวลา 06.00-10.00 น. เริ่มวิ่งพื้นราบระยะทาง 2 กม. โดยใช้เส้นทางถนนสาทร-สีลม-นราธิวาสราชนครินทร์ และวิ่งขึ้นสู่เส้นชัย ณ ดาดฟ้า ชั้น 40 อาคารสาทร สแควร์ โดยได้รับความร่วมมือจากพันธมิตร และผู้เช่าในอาคารสาทร สแควร์ เช่น 100 พลัส, ไทยโอบายาชิ, ชไนเดอร์ อิเล็คทริค, จาร์ดีน
ชินด์เล่อร์, อามิโก้, โรงแรมดับเบิ้ลยู กรุงเทพ, ฟิตเนส เฟิรส์ท เป็นต้น รายได้หลังหักค่าใช้จ่ายจะสมทบทุนเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษา ยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนผ่านมูลนิธิยุวพัฒน์
นอกจากได้สนุก ได้ท้าทายตัวเองแล้ว ยังได้ลุ้นรางวัลด้วย โดยผู้ชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทชายและหญิง จะได้รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมของรางวัลจากผู้สนับสนุนมูลค่ารวมกว่า 2.59 หมื่นบาท รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทชายและหญิง จะได้รับเงินรางวัล 3,000 บาท พร้อมของรางวัลจากผู้สนับสนุนมูลค่ารวมกว่า 1.29 หมื่นบาท รางวัลนักวิ่งเครื่องแต่งกายแฟนซียอดเยี่ยม จะได้รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมทั้งของรางวัลจากผู้สนับสนุนมูลค่ารวมกว่า 1 หมื่นบาท รวมถึงรางวัลอื่นๆ มูลค่ารวมกว่า 2.5 แสนบาท จำหน่ายใบสมัครในราคา 500 บาท เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้-7 ต.ค.นี้ (รับจำกัดเพียง 800 ท่าน) ผู้เข้าร่วมการแข่งขันจะได้รับเสื้อยืดพร้อมเหรียญที่ระลึก พร้อมรับประทานอาหารเช้า
ซีอีโอนักวิ่งอย่าง ธนพล กล่าวทิ้งท้ายว่า ถ้าได้วิ่ง ไม่ถอดใจ เดินไปเรื่อยๆ ยังไงก็ถึง แล้วพอขึ้นไปถึงยอดตึกสาทร สแควร์ จะมองเห็นความสวยงามในแบบที่แตกต่าง มองเห็นวิวบางกระเจ้า เห็นความสำเร็จจากความตั้งใจของตัวเอง นี่แหละคือจุดหมายที่แท้จริง







