
กรุงเทพฯ เมืองสีเขียว ดินแดนนี้เพื่อจักรยานของฉัน
ความนิยมของคนเมืองที่ให้ความสำคัญต่อการปั่นจักรยาน แทนการหยิบกุญแจสตาร์ทรถยนต์ส่วนตัวออกจากบ้าน
โดย...นิติพันธุ์ สุขอรุณ
ความนิยมของคนเมืองที่ให้ความสำคัญต่อการปั่นจักรยาน แทนการหยิบกุญแจสตาร์ทรถยนต์ส่วนตัวออกจากบ้านกำลังได้รับความสนใจมากขึ้นทุกขณะ
ทั้งหมดจะไม่เกิดขึ้นหากไม่ได้ถูกผลักดันสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากหลากหลายกลุ่มคนทุกเพศทุกวัยที่ใฝ่ฝันถึงภาพของกรุงเทพมหานคร ว่าควรเป็นเมืองหลวงแห่งความปลอดภัย ที่ใครๆ ก็สามารถนำจักรยานออกมาปั่นไปไหนต่อไหนไร้กังวลทุกหนแห่ง
เบื้องหลังความสำเร็จส่วนหนึ่งเกิดขึ้นจากบุคคลสำคัญอย่าง สันติ โอภาสปกรณ์กิจ ผู้ชื่นชอบการปั่นจักรยานละแวกบ้านย่านราชดำริเป็นประจำทุกวัน เขาได้ก้าวขึ้นมาเป็นอุปนายกสมาคมปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพไทย โดยมุ่งหวังรณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชนและพร้อมเป็นตัวแทนประสานงานกับภาครัฐ เอกชน ให้สามารถประสานมือทำงานร่วมกันได้อย่างยั่งยืน
เขาเล่าว่า ในช่วงเวลาทำงานมีอาชีพเป็นที่ปรึกษาทางการเงินให้กับบริษัทใหญ่ แต่ด้วยความบังเอิญที่ผู้เป็นภรรยาได้ตั้งกลุ่ม“บิ๊กทรี” รณรงค์เรียกร้องสร้างพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพฯ ให้มีคุณภาพและเพียงพอต่อชีวิตคนเมือง ร่วมกับกลุ่มต่างๆ ที่รณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านการลดมลพิษทางอากาศ ทั้งหมดมีความเกี่ยวเนื่องกันในเรื่องของการปกป้องสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ จึงเป็นที่มาของการใช้จักรยานเป็นสัญลักษณ์ในการรณรงค์ลดโลกร้อน
จากการทำงานรณรงค์สร้างพื้นที่สีเขียวมาโดยตลอด ทำให้สันติสะท้อนภาพตัวเลขสถิติที่ กทม. วัดค่าพื้นที่สีเขียวต่อประชากรเฉลี่ย 5.42 ตารางเมตร/คน นับว่ามีจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับอัตราส่วนขององค์การอนามัยโลก กำหนดให้ต้องมีพื้นที่สีเขียว 9 ตารางเมตร/คน ในความเป็นจริงแล้วกรุงเทพฯ แทบจะมีพื้นที่สีเขียวไม่ถึง 1 ตารางเมตร/คน กลายเป็นเรื่องตลกเมื่อผู้บริหาร กทม. เหมารวมพื้นที่สนามกอล์ฟ เกาะกลางถนนที่รกร้างรวมเป็นจำนวนพื้นที่สีเขียวเข้าไปด้วย ทั้งๆ ที่ประชาชนใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ดังนั้นจึงขอฝากผู้บริหาร กทม. ต้องออกมายอมรับความจริงแล้วหาทางแก้ไขปัญหาให้ตรงจุด
อีกฟากหนึ่งของบทบาทการรณรงค์ เขาฉายภาพค่านิยมของคนยุคใหม่หันมาปั่นจักรยานกันมากขึ้น เพราะกรุงเทพฯ ทุกวันนี้มีแต่ปัญหาการจราจรติดขัด เพียงแค่เปิดใจใช้จักรยาน ความอึดอัดที่มีบนท้องถนนก็หมดไปในทันที
“ทุกวันนี้คนอยากออกมาท่องเที่ยวมากขึ้น แสดงความมีไลฟ์สไตล์เป็นของตัวเอง แนวโน้มที่คนทุกเพศทุกวัยจะออกมาปั่นจักรยานมีมากขึ้นตามไปด้วย เห็นได้จากงานไบค์ฟอร์มัมมีผู้คนจำนวนมากนำจักรยานออกมาปั่นกันเป็นครอบครัวได้ แต่การจะทำให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองแห่งจักรยานได้นั้นขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมเอื้ออำนวยหรือไม่ เช่น ถนนไม่เป็นหลุมเป็นบ่อ ผู้ขับรถยนต์ต้องแบ่งปันถนนให้ได้ใช้ร่วมกันอย่างปลอดภัย แต่ทุกวันนี้คนขับรถยังมองเห็นจักรยานเป็นแมลงวันบนถนน จึงทำให้คนส่วนหนึ่งไม่กล้าออกมาปั่นจักรยานเพราะมองว่าถนนอันตราย คนบ้าเท่านั้นที่ออกมาปั่น ดังนั้นเราต้องเปลี่ยนมุมมองให้คนสติดีๆ กล้าออกมาปั่นจักรยานให้ได้”
สิ่งสำคัญที่สุดคือเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่ออกมารวมกลุ่มก๊วน เราเพียงแค่เปิดพื้นที่ให้เขาได้แสดงออกพร้อมสนับสนุน ส่วนภาคเอกชนห้างสรรพสินค้าก็เริ่มให้ความสำคัญเรื่องที่จอดจักรยาน ห้างบางแห่งคำนึงถึงการใช้งานจริงได้ เช่น สามารถล็อกกุญแจกับตัวเฟรมจักรยานได้อยู่ในบริเวณใกล้สายตาเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ส่วนที่จอดจักรยานแบบขี้โม้ เช่น ที่จอดของรถไฟฟ้า ต้องไปจอดไกลสายตาไม่มีใครมองเห็นหรือซุกไว้หลังอาคารมืดๆ ใครนำจักรยานไปจอดฟันธงได้เลยถูกขโมยแน่นอน
“ห้างหลายแห่งขอคำปรึกษาเรื่องที่จอดจักรยาน เรายินดีให้คำปรึกษาพร้อมหานักออกแบบ สถาปนิกในก๊วนจักรยานมาร่วมสร้างสรรค์ให้อีกด้วย เราต้องเข้าไปช่วยเพราะคนได้ประโยชน์คือคนส่วนรวม ห้างก็ได้ประโยชน์ ถ้าไม่มีใครเริ่มทุกอย่างจะไม่เปลี่ยนแปลง สมาคมปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพไทย จึงต้องทำให้มั่นใจว่าผืนดินชุ่มน้ำ แล้วเดี๋ยวดอกไม้จะผลิบานของมันเอง เท่านี้การรณรงค์ก็ง่ายขึ้นเยอะ”
ก้าวต่อไปเป็นงานใหญ่ครั้งสำคัญแห่งปีจะมีขึ้นในเดือน ธ.ค. คืองาน “ไบค์ฟอร์แด๊ด” เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าร่วมได้ไม่จำกัด สนุกสนานมากขึ้น มีความหมายมากยิ่งขึ้นเป็นการปรับปรุงจากประสบการณ์งานไบค์ฟอร์มัม เพื่อทำให้พระราชประสงค์ของ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร ที่ท่านได้ทำให้ประชาชนเห็นเป็นตัวอย่างของการมีคนมาร่วมปั่นจักรยานจำนวนมากเป็นประวัติศาสตร์ประเทศไทย จากนี้จึงเป็นหน้าที่ของประชาชนที่จะสานต่อโอกาสที่ท่านได้ให้ไว้นำไปสู่เป้าหมายที่ใฝ่ฝัน
สันติ กล่าวทิ้งท้ายว่า แม้เป้าหมายเพื่อลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวบนท้องถนนจะยังไม่ถึงฝั่งฝัน แต่ด้านหนึ่งเริ่มได้รับการตอบรับจากภาครัฐมากขึ้น เป็นโอกาสที่ประชาชน ภาครัฐ และภาคเอกชนจะต้องออกมาร่วมกันไม่ใช่เพียงแค่ปีละครั้ง แต่เขายืนยันว่าจะทำให้คนเมืองหันมาใช้จักรยานในชีวิตประจำวันได้ในทุกๆ วันอย่างปลอดภัยและสนุกสนานมากขึ้นกว่าเดิมแน่นอน







