posttoday
เหลือเชื่อ คุณแทบร้อง...เมื่อได้อ่านสิ่งนี้

เหลือเชื่อ คุณแทบร้อง...เมื่อได้อ่านสิ่งนี้

14 กันยายน 2558

“คุณต้องไม่เชื่อตาตัวเองถ้าดูคลิปของชายคนนี้หลังจากวิ่งไปกอดช้าง” คลิก

โดย...โสภณ ศุภมั่งมี

“คุณต้องไม่เชื่อตาตัวเองถ้าดูคลิปของชายคนนี้หลังจากวิ่งไปกอดช้าง” คลิก

“ผมนั่งร้องไห้เกือบสองชั่วโมงหลังจากฟังเรื่องราวของเด็กผู้หญิงคนนี้” คลิก

 “เรื่องแบบนี้มีอยู่จริงด้วยหรือ!!!!!! เรื่องจริงของเด็กแรกเกิดที่แม่ทุกคนต้องรู้” คลิก

“ผู้ชายที่เจ้าหนูไม่แข็งสาเหตุมาจากสิ่งนี้เอง! คุณจะไม่เชื่อเลย” คลิก คลิก คลิก คลิก คลิก

ผมหัวเสียทุกครั้งที่ต้องมาต่อสู้กับสัญชาตญาณความอยากรู้ของตัวเอง เมื่อไอ้เพื่อนตัวดีสักคนบนเฟซบุ๊กแชร์ลิงก์พวกนี้มาแล้ว (ตั้งใจหรือไม่ก็ตาม) มันก็ขึ้นมาอยู่บนหน้าข่าวสารผสมปนเปกับเรื่องราวของเพื่อนคนอื่นๆ เมื่อสายตาไปพบพาดหัวที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า “Clickbait” เหล่านี้สมองเกิดปฏิกิริยาตอบสนองคล้ายรีเฟล็กซ์ส่งสารไปกระตุ้นกล้ามเนื้อนิ้วชี้ขวาให้กระตุกกดปุ่ม “คลิก” ทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่ามันเป็นการพาดหัวเพื่อเรียกยอดคลิก แต่ไอ้ความอยากรู้อยากเสือกอยากแส่ไม่รู้ฝังลึกอยู่ในโครโมโซมส่วนไหน เมื่อมีคนกดไลค์กดแชร์ก็อยากไปมุงกับเขาด้วย และธุรกิจที่หากินจากพฤติกรรมแสนอยากรู้ของเราก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะโลกออนไลน์

เว็บไซต์อย่าง Buzzfeed หรือ Upworthy นั้นขึ้นชื่อเรื่องการพาดหัวข่าวแบบ Clickbait หรือเรียกกันง่ายๆ เลยคือการพาดหัวข่าวเพื่อล่าคลิก และ 99% หลังจากที่มนุษย์แสนจะไร้เดียงสาไม่รู้จักจำได้คลิกเข้าไปอ่านดูแล้วก็พูดว่า “คุณหลอกดาว” อยู่ทุกครั้งไป ข่าวสารที่อยู่ข้างในบางครั้งไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพาดหัวสักนิดเดียว แต่ความพึงพอใจของคุณนั้นไม่ได้สลักสำคัญอีกต่อไป เพราะสำหรับเจ้าของเว็บไซต์คุณได้ช่วยให้โพสต์นั้นมีจำนวนคลิกเพิ่มขึ้นแล้วอีกอย่างน้อยหนึ่งคลิก และโดยไม่รู้ตัวคลิกนั้นก็ช่วยกระตุ้นส่งให้โพสต์ที่พาดหัวแบบครึกโครม แต่เนื้อหาไม่ได้เรื่องขึ้นอันดับลิงก์ข่าวสารที่น่าสนใจบนโซเชียลเน็ตเวิร์กอย่างเฟซบุ๊กอย่างรวดเร็ว คลิกต่อไปก็ตามมาโดยเพื่อนๆ ของคุณนั่นแหละ มันเป็นการตลาดที่น่าเกลียดแต่ได้ผลอย่างน่าเหลือเชื่อ ลองดูสถิติของเว็บ Buzzfeed ที่มีจำนวนคลิกแตะ 10 ล้านคลิก/วัน ก็พอจะทำให้เข้าใจเหตุผลว่าทำไมเว็บไซต์บางเจ้าของไทยก็เริ่มสนใจการ “พาดหัว” เพื่อล่อคลิกแบบนี้กันเยอะขึ้นทุกวัน

บางคนอาจจะถามต่อว่า แล้วเว็บไซต์พวกนี้หลอกเราคลิกเพื่ออะไรกัน สาเหตุเดียวเลยคือ “เงินโฆษณา” จากพวกเว็บไซต์ขายสินค้าอื่นๆ เมื่อมีจำนวนคนเข้ามาเยอะ (เรียกอีกอย่างว่า Traffic) เว็บไซต์เหล่านี้ก็สามารถต่อรองให้ได้ค่าโฆษณาสูงขึ้น เช่นเดียวกับยุคสมัยสื่อสิ่งพิมพ์รุ่งเรืองที่หนังสือพิมพ์พาดหัวใหญ่เพื่อให้ขายได้เกลี้ยงแผงแบบนั้น

ในเมื่อเว็บไซต์เหล่านี้อยากให้มีคนคลิก หลอกล่อด้วยการพาดหัวชวนเกาหัวยิ่งกว่าเป็นเหาบวกรังแคเรื้อรัง ก็มีคนอาสาคลิกเข้าไปอ่านแล้วก็เอามาแฉให้คนอื่นต่อว่าเนื้อข่าวคืออะไร ยกตัวอย่างเช่น เฟซบุ๊ก “จบข่าว” ของไทย หรือของต่างชาติก็มีทวิตเตอร์ของ “@SavedYouAClick” ที่เสียเวลาคลิกลิงก์ Clickbait เหล่านั้นแล้วเอามาบอกต่อเพื่อให้คนต่อไปไม่ต้องเสียคลิกของตัวเองโดยไม่จำเป็น ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น มีลิงก์หนึ่งพาดหัวตัวใหญ่มากว่า

“แทบทรุด!! โจรขึ้นบ้านสาวใหญ่ งัดฝ้าเพดานพังเสียหาย ถึงกับอึ้ง...เมื่อรู้ว่าเธอซ่อนอะไรอยู่บนนั้น” (ตามมาด้วยรูปฝ้าเพดานที่ถูกเปิดออก)

“ทอง 10 บาท #จบข่าว” ทางเฟซบุ๊กจบข่าวสรุปเรียบร้อยโดยที่เราไม่ต้องเข้าไปอ่านและอุทานออกมาด้วยความเสียหัวว่า “ข่าวเ-ี้ยไรวะ”

ช่างเป็นเรื่องตลกร้ายที่เว็บไซต์ล่อคลิกเหล่านี้ออกมาประจานการกระทำของกลุ่มคนเหล่านี้ แน่นอนว่าผลประโยชน์ของพวกเขาลดลงตามจำนวนคนคลิกที่น้อยลง แต่ที่น่าขันคือพวกเขาบอกว่าคนที่ออกตัวอาสาเป็นธุระคลิกให้คนอื่นนั้น ได้แย่งเอาประสบการณ์ในการอ่านของผู้อื่นไปด้วย แต่ถ้าพูดกันตามจริง ประสบการณ์ที่ถูกแย่งชิงไปอย่างเดียวสำหรับตัวผมในการไม่ได้เข้าไปอ่านบทความเหล่านั้นคือประสบการณ์อารมณ์เสีย ผมไม่ต้องเสียเวลาและได้คำตอบที่อยากรู้ว่าอะไรซ่อนอยู่ใต้ฝ้าเพดาน

การต่อสู้แย่งชิงจำนวนคลิกเกิดขึ้นได้เพราะความใคร่รู้ที่ฝังตัวในมนุษย์ อาจจะเปลี่ยนแปลงรูปแบบไปตามกาลเวลาจากหนังสือพิมพ์เป็นเล่มจนกลายเป็นข่าวออนไลน์ อนาคตก็อาจจะเป็นอีกแบบหนึ่ง แต่ที่ไม่เปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอนคือการตลาดที่แฝงตัวอย่างแยบยล หาผลประโยชน์จากพฤติกรรมเหล่านั้น ผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นเหยื่อ จริงอยู่ที่เทคโนโลยีล้ำสมัยนำมาซึ่งผลประโยชน์อันท่วมล้น ข้อมูลข่าวสารที่มากมายหาอ่านได้ไม่มีวันหมดบนโลกไซเบอร์ แต่ปริมาณไม่ได้หมายถึงคุณภาพ ยิ่งมีมากยิ่งต้องไตร่ตรองมากขึ้นไปด้วย และหน้าที่คัดกรองก็ไม่ควรตกเป็นหน้าที่ของคนบางกลุ่ม แต่สิ่งที่ควรเพิ่มขึ้นควรเป็นจรรยาบรรณของผู้เขียนบทความและเจ้าของเว็บไซต์ว่าควรจะเห็นผู้อ่านเป็นคนที่มีความคิดความรู้สึก ควรมีความสำคัญ “เป็นคนคนหนึ่ง” มากกว่าแค่ “เป็นคลิกคลิกหนึ่ง” เท่านั้น

“ตะลึง!!!!! คุณไม่เชื่อเลยถ้ารู้ว่าคนพวกนี้กำลังทำอะไรกันอยู่!!!!!!!!” (ภาพความโกลาหลวุ่นวายของพนักงานออฟฟิศวิ่งวุ่น เอกสารปลิวว่อน หัวฟูนั่งร้องไห้ ตะโกนสุดเสียง หัวหน้าชี้นิ้วด่า)

“กำลังคิดพาดหัว #จบข่าว”

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69