
Wholesome Eat Purple Power
เกริ่นไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าผู้เขียนเป็นคนตามใจปาก อยากกินอะไรก็กิน ไม่ได้มี “วิถี” การกินในเชิงสุขภาพแต่อย่างใด
โดย...สีวลี ตรีวิศวเวทย์ ภาพ Cookool Studio
เกริ่นไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าผู้เขียนเป็นคนตามใจปาก อยากกินอะไรก็กิน ไม่ได้มี “วิถี” การกินในเชิงสุขภาพแต่อย่างใด แต่ด้วยอาชีพที่ต้องกินผนวกกับความรักในการกิน บางครั้งอดสงสารกระเพาะและพุงไม่ได้ จึงหันากินอาหารดีๆ กับเขาบ้าง
“อาหารดีๆ” ที่ว่านี้ ผู้เขียนไม่ได้หมายถึง “อาหารคลีน” สุดพลังอย่างที่เขานิยมรับประทานกันในปัจจุบัน เราค่อยๆ เริ่มมาตั้งแต่อาหารมังสวิรัติที่อร่อยจนนึกไม่ถึงว่าจะปราศจากเนื้อสัตว์เลย มาจนถึงอาหารที่ปรุงน้อยๆ อร่อยแบบง่ายๆ มีเนื้อสัตว์บ้างในWholesome Eat ของเรา เรียกว่า ให้ใจ ปากและกาย ยอมรับซึ่งกันและกัน
หลังสถานการณ์วิกฤต กางเกงคับติ้วผู้เขียนเลยเฟ้นหาสิ่งที่จะช่วยแบ่งเบาภาระอันหนักอึ้งของร่างกายจาก Blogger อาหารสุขภาพต่างๆ มาพบกับ Cold Pressed Juiceที่นิยมกันมากในเมืองใหญ่ๆ อย่างแอลเอที่คนรักสุขภาพมากมายรวมตัวกันหนาแน่นเทรนด์สุขภาพใดๆ ต่างเริ่มต้นขึ้นที่นี่ รวมไปถึงโตเกียวในย่านสุดฮิปอย่าง Aoyama จะมีร้านแนวธรรมชาติที่มีผักผลไม้เรียงราย พร้อมเครื่อง Low Pressure Juicer ขนาดยักษ์ ที่พร้อมบีบอัดน้ำสดๆ ใส่แก้วให้ลูกค้าได้รับประทานกันทันที
ค้นหาข้อมูลจนพบว่า น้ำผักเจือผลไม้ ที่ต้องใช้คำว่า “เจือ” เพราะสัดส่วนของผลไม้ต้องน้อยกว่าผัก ใส่ลงไปเพื่อแต่งรสให้ดื่มได้ง่ายขึ้น วิธีในการคั้นต้องไม่ใช้เครื่องแยกกากที่เต็มไปด้วยใบมีดที่ตัดหั่นผักและผลไม้เป็นกากละเอียด ก่อนเหวี่ยงผ่านตะแกรงโลหะจนได้เป็นน้ำผลไม้ ว่ากันว่า การเหวี่ยงหมุนด้วยความเร็ว เกิดความร้อนจากการเสียดสีขึ้น ทำให้วิตามิน เอนไซม์และแร่ธาตุสูญเสียไปมากมาย กลายเป็นน้ำผักผลไม้ที่ไร้ชีวิต ประโยชน์ถดถอยไป จึงเน้นการใช้ Low Pressure Juicer ที่ค่อยๆ บีบอัดผักผลไม้ที่หั่นมาเป็นชิ้นเล็กลงไป ผ่านเกลียวที่ค่อยๆ คั้นจนน้ำหยดออกมาจากชิ้นผักและผลไม้
ว่าไปแล้ว คล้ายๆ เครื่องคั้นน้ำอ้อยบ้านเราเลย เขาเชื่อว่าเซลล์ที่มีชีวิตในผักผลไม้จะคงความสดและประโยชน์มากกว่ากลิ่นรสสดชื่นกว่ามากมาย อันนี้ผู้เขียนลิ้นไวจึงจับรู้สึกได้มากว่าน้ำผลไม้จากเครื่องบีบอัดรสชาติดีกว่าเครื่องคั้นแยกกาก
แต่สัญญากันสักนิด ก่อนจะเริ่มดื่ม Cold Pressed Juice ว่าจะต้องใช้ปริมาณผักมากกว่าผลไม้ที่มีรสหวาน เลือกผลไม้หวานๆ หรืออมเปรี้ยวสักชนิด เพื่อเพิ่มรสชาติเท่านั้น เพราะเราต้องการประโยชน์จากน้ำผักมากกว่าปริมาณน้ำตาล และทางที่ดีที่สุด คือ ต้องหมุนเวียนผักและผลไม้ ไม่ดื่มชนิดเดียวติดต่อกัน และที่สำคัญคือ ควรดื่มทันทีที่คั้นเสร็จ เพื่อประโยชน์เต็มที่ทางสุขภาพ เพราะวิตามินสลายไปได้ในทุกๆ วินาทีเลย
ทดลองคั้นมาหลายสูตร ลองผิดลองถูกศึกษาคุณค่าทางอาหารบ้าง จนมีสูตรที่ชอบมากมาย อย่างฉบับที่แล้วเป็นสูตรพื้นฐานที่ควรรับประทาน เพราะ Super Green Juiceมีพวกคลอโรฟิลล์ที่จะช่วยในระบบเลือด การแลกเปลี่ยนออกซิเจนในเซลล์ สำหรับฉบับนี้อาศัยพลังสีม่วงของสาร Anthocyaninsที่มีอยู่มากในหัวบีทรูท มีงานวิจัยสนับสนุนว่าสารสีม่วงนี้มีฤทธิ์ในการเป็นแอนติออกซิแดนต์ที่ฉกาจมากที่สุดตัวหนึ่ง ช่วยให้เซลล์แข็งแรง และช่วยทำลายสารก่อมะเร็งที่เรียกว่า Carcinogen ยับยั้งการสลายตัวของไขมันไม่ดี LDL และช่วยต้านการติดเชื้อ ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น เรียกว่า 1 แก้วของน้ำบีทรูทที่ดื่มเข้าไป เสมือนเป็นวิตามินมีชีวิตที่เข้าสู่ร่างกาย
ผู้เขียนทดลองสูตรนี้กับตัวเองมาแล้วพบว่าอร่อย อิ่มอยู่ท้องจากกากใยที่ละลายน้ำได้ในหัวบีท ระบบขับถ่ายไม่ต้องพูดถึง เพราะช่วยได้มาก เข้าห้องน้ำตรงเวลาในตอนเช้าชอบตรงที่ดื่มติดต่อกันสัก 3 วันในช่วงก่อนนอน ช่วยให้รุ่งเช้ารู้สึกได้เลยว่าผิวหน้าไม่แห้งผากหลังจากตื่นนอนมาเลย
วิธีทำ Purple PowerBeetroot & Ginger
สำหรับ 2-4 ที่
ส้มสดแกะเปลือก 1 ลูก
บีทรูท 1 ลูก
แอปเปิ้ลเขียว 2 ลูก
ขิงแก่ 2 ชิ้น
(ขนาดชิ้นละ 1 นิ้ว)
• ล้างทำความสะอาดผักด้วยน้ำเย็น สะเด็ดน้ำแล้วหั่นเป็นท่อนๆขนาดที่เหมาะสม
• บดอัดผักผ่านเครื่องคั้นน้ำชนิดบดอัดช้าๆ หรือ Low Pressure Juicerดื่มทันทีเพื่อคุณค่าทางอาหารสูงสุด







