
เอบาตะ โช เมืองไทย…ยังไงก็รัก
หนุ่มญี่ปุ่นหน้าใสวัย 25 นามว่า “เอบาตะ โช” กรรมการบริษัท เดอะคิด อินเตอร์เนชั่นแนล
โดย...ภาดนุ ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์
หนุ่มญี่ปุ่นหน้าใสวัย 25 นามว่า “เอบาตะ โช” กรรมการบริษัท เดอะคิด อินเตอร์เนชั่นแนล ซึ่งทำธุรกิจเกี่ยวกับร้านทำผมชื่อ “Cocochi” ซึ่งเป็นร้านสาขาที่ 2 ต่อจากสาขาแรกที่อยู่ในซอยทองหล่อ 13
“ผมมาอาศัยและทำงานอยู่ที่เมืองไทยได้ 9 เดือนแล้วครับ โดยพักอยู่ที่คอนโดใกล้ๆ กับที่ทำงานนี่แหละ การได้มาอยู่เมืองไทยได้สักพักใหญ่ๆ ทำให้ผมชอบเมืองไทย ชอบคนไทย เพราะคนไทยใจดี น่ารัก และมักจะเห็นอกเห็นใจผู้อื่นเสมอ แล้วผมก็ยังชอบอาหารไทยด้วยครับ มีหลายอย่างเลยที่ชอบ เช่น ข้าวมันไก่ ข้าวผัด ผัดไทย ฯลฯ เมนูไหนๆ ก็ชอบหมด ขอแค่อย่าเผ็ดเท่านั้น เรียกว่ามาอยู่เมืองไทยแล้วผมเอนจอยอีตติ้ง มากเลยล่ะครับ” (หัวเราะ)
เอบาตะ บอกว่า แม้จะชอบบรรยากาศของกรุงเทพฯ แต่ยามค่ำคืนเขาก็มักไม่ค่อยได้ออกไปเที่ยวไหนสักเท่าไหร่ เพราะรู้สึกว่ายังไม่ค่อยคุ้นเคยกับสถานที่ อีกอย่างคือกลัวหลงทางกลับคอนโดไม่ถูก แต่ถ้ามีเพื่อนชาวไทยพาไปก็โอเค เนื่องจากเขาพูดภาษาไทยและภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้ จึงกลัวว่าจะมีปัญหาในเรื่องการสื่อสาร แม้ทุกวันนี้เขาจะเริ่มเรียนภาษาไทยจากพนักงานในร้านบ้างแล้วก็ตาม แต่ก็ยังพูดไทยไม่ค่อยได้มากนัก
“ผมว่าโตเกียวที่ผมอยู่กับกรุงเทพฯ จะคล้ายๆ กันตรงที่เป็นเมืองหลวง ที่โตเกียวผมไม่กลัวเพราะผมพูดภาษาญี่ปุ่นได้ แต่ที่กรุงเทพฯ จะออกไปไหนก็ต้องมีเพื่อนคนไทยไปด้วยถึงจะอุ่นใจ โดยเพื่อนจะพาไปกินข้าวบ้าง พาไปช็อปปิ้งบ้าง เพราะหากไปเอง เดี๋ยวเกิดหลงทาง ผมพูดไทยไม่ได้ อาจจะเกิดเรื่องยุ่งขึ้นได้ (หัวเราะ) แต่ระยะหลังนี้ผมชักเริ่มค่อยๆ ชินกับกรุงเทพฯ แล้วล่ะ”
เอบาตะ เสริมว่า หน้าที่หลักของเขาคือการดูแลและสอนงานพนักงานในร้านเกี่ยวกับการดูแลลูกค้า โดยเขาจะเทรนตั้งแต่การสระผม มารยาทในการสระผม ซึ่งคนญี่ปุ่นจะยืนสระผมให้ลูกค้าตรงด้านข้างเตียงสระ และเน้นการสระเบาๆ นวดช้าๆ เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกสบาย ไม่เน้นเกาหนังศีรษะแรงๆ แบบช่างไทย หรือแม้แต่ขั้นตอนการทำสีผมก็จะค่อยๆ ป้ายน้ำยาเปลี่ยนสีผมเพื่อไม่ให้โดนหนังศีรษะ นอกจากนี้ยังมีการสอนตัดผมให้ช่างคนไทยในร้านอีกด้วย
“ผมเรียนจบมาทางด้านช่างผมจากสถาบัน ‘นิกาตะ ริโย บิโย เซนมงกักโค’ ซึ่งเป็นสถาบันสอนอาชีพการเป็นช่างผมโดยเฉพาะ แต่ที่ญี่ปุ่นเมื่อเรียนจบมาแล้วคุณจะยังเป็นช่างผมไม่ได้นะ คุณต้องไปเป็นผู้ช่วยช่างใหญ่ก่อน อาจจะใช้เวลา 1-3 ปี แล้วช่างใหญ่จะเป็นคนประเมินและบอกเองว่า ตอนนี้คุณสามารถเป็นช่างผมได้แล้วนะ คุณถึงจะเป็นช่างผมได้แบบเต็มตัว”
แม้เมืองไทยจะมีสิ่งที่เอบาตะชอบหลายอย่าง แต่สิ่งที่เขาไม่ชอบก็คือแมลงสาบ เพราะที่กรุงเทพฯ มีแมลงสาบเยอะมาก แถมยังตัวใหญ่กว่าที่โตเกียวอีกด้วย ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็สามารถเจอแมลงสาบได้ทุกที่ อีกเรื่องที่ไม่ชอบคือเมืองไทยฝนตกเยอะ แต่ท่อระบายน้ำมีขนาดเล็ก ทำให้เวลาฝนตกน้ำระบายไม่ทัน จึงมักทำให้เกิดปัญหาน้ำรั่วซึมบ่อยๆ ในคอนโดที่เขาอยู่ แต่ถึงยังไงเขาก็ยังรักเมืองไทยอยู่ดี
“ตั้งแต่มาอยู่เมืองไทยผมมีโอกาสได้ไปเที่ยวสถานที่ที่ไม่ไกลมาก เช่น พัทยา ตลาดน้ำ นอกนั้นก็ไปเที่ยวผับและบาร์ในย่านทองหล่อบ้าง แต่ยังไม่มีโอกาสได้ไปภูเก็ตหรือเชียงใหม่เลยล่ะ ถ้าว่างผมคงหาโอกาสไปแน่นอน ตอนนี้ผมยังโสดสนิทครับ ยังไม่มีแฟน เวลาไปไหนก็ไปกับเพื่อนๆ ชาวไทยนี่แหละ และผมคงจะอยู่เมืองไทยไปเรื่อยๆ เพราะต้องทำงานและดูแลร้านทำผมที่นี่ ผมคิดว่าผมตกหลุมรักเมืองไทยเข้าแล้วละครับ”
เอ้า สาวๆ ที่อยากเจอหน้าหนุ่มญี่ปุ่นคนนี้ก็แวะมาเยี่ยมเยียนได้ที่ร้านโคโคจิ ชั้น 3 สาขาโครงการ 49 เทอเรซ ซอยสุขุมวิท 49 ได้เลย อัพเดทได้ที่ FB : Cocochi Hair Design







