
เมี่ยงปลาเสวยดลนาตย์ ของดังเมืองพิษ’โลก
เมนูของฝากวันนี้ เป็นของดังเมืองพิษณุโลก เมี่ยงปลาเสวยทรงเครื่องดลนาตย์ เมี่ยงปลาที่ครบเครื่องครบรส
โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์ ภาพ สฤษดิ์ น้ำใจเพชร
เมนูของฝากวันนี้ เป็นของดังเมืองพิษณุโลก เมี่ยงปลาเสวยทรงเครื่องดลนาตย์ เมี่ยงปลาที่ครบเครื่องครบรส และได้มาตรฐานยอดเยี่ยมจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ของว่างแนวชาววังแต่ประยุกต์เป็นเมี่ยงปลาเสวยสุขภาพ ที่กินง่ายแต่ทำไม่ง่าย ของฝากที่หิ้วไปฝากใคร รับรองว่าได้ทั้งใจได้ทั้งความอร่อย แถมด้วยสุขภาพดีๆ จากปลาแม่น้ำเมืองสองแควสุทธิดา โรจน์สุนทรกิตติ เจ้าของร้านอาหารดังกลางตัวเมือง จ.พิษณุโลก “ปลาสด” ที่แตกไลน์มาทำเมี่ยงปลา ปัจจุบันกลายเป็นของฝากที่ใครไปใครมาพิษณุโลก ต้องกำชับว่าห้ามลืมซื้อกลับมาฝาก เคล็ดลับทีเด็ดทีขาดคือสูตรความอร่อยภูมิปัญญาเก่าแก่ ที่นำมาประยุกต์ให้มีความง่ายในการรับประทาน อร่อยและมีคุณค่า โปรตีนจากเนื้อปลา
“เมี่ยงปลาทรงเครื่องของเรา เน้นกรรมวิธีการผลิตที่พิถีพิถันประณีต จุดเด่นคือความสะอาด ปลอดภัยไร้สาร ถูกอนามัยและถูกปาก” สุทธิดาเล่า
จะไม่อร่อยได้อย่างไร วัตถุดิบใช้เนื้อปลาบริสุทธิ์ โดยเลือกใช้ปลาจากแหล่งเพาะพันธุ์ปลานิลมาตรฐานที่ผ่านการรับรอง ส่วนพืชผักสมุนไพรก็เน้นปลอดสารทั้งหมด ไร้สารกันบูดหรือสารปรุงแต่งใดๆ ประกอบด้วย ขิงสด หอมแดง พริกขี้หนูสวน มะนาว มะพร้าวคั่ว ถั่วลิสง เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และใบชะพลู ทุกอย่างรับประกันความปลอดภัย โดยรับซื้อจากแหล่งที่สามารถตรวจสอบได้ น้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาลไม่ฟอกสี ไม่ใส่แบะแซ
“เราคัดเนื้อปลามาตรฐาน Q จากฟาร์มที่ผ่านการรับรองคุณภาพเท่านั้น โดยจะแกะและขูดเนื้อ คัดทิ้งหัว หาง ก้าง หนังและไขมันออกทั้งหมด เหลือแต่เนื้อปลาบริสุทธิ์ 100% ปลาหนึ่งกิโลกรัมเมื่อผ่านการคัดทิ้งส่วนที่ไม่ต้องการออกแล้ว จะเหลือเนื้อที่นำมาทำเมี่ยงได้ 4 ขีดเท่านั้น”
มะนาวก็คั้นใช้สดๆ เป็นน้ำมะนาวแท้ๆ ธรรมชาติไม่ผสม มะพร้าว เม็ดมะม่วงหิมพานต์และถั่วลิสง จะคั่วเอง โดยคั่วสดวันต่อวัน คั่ววันนี้ใช้วันนี้ โดยเฉพาะการคั่วมะพร้าวต้องใช้ไฟที่อ่อนที่สุด เป็นเคล็ดลับเพื่อให้ได้ความพอดีของเนื้อมะพร้าวคั่ว ได้ความหอมและสีสันที่อ่อนสวย เมื่อทอดเนื้อปลาเสร็จจะทำการสะเด็ดน้ำมัน พักทิ้งไว้ 3-5 วัน เพื่อให้เนื้อแห้งและไม่หลงเหลือน้ำมันไว้เลย ด้วยวิธีนี้เมี่ยงปลาเสวยจึงเก็บได้นานไม่เหม็นหืน
บอกแล้วว่ากินง่ายแต่ทำไม่ง่าย โดยเฉพาะเครื่องทรงเมี่ยงที่ทำอย่างตั้งใจ พิถีพิถันทุกขั้นตอน อย่างเนื้อปลาต้องนำมานึ่งก่อน เลาะเส้นก้างและไขมัน เพื่อขูดเอาแต่เนื้อ มะพร้าวหั่นเป็นเส้นแล้วซอยฝอย และต้องใช้คนใจเย็นคั่ว ถ้าใช้คนใจร้อนจะไหม้ทันที คั่วกันเป็นชั่วโมงๆ จากนั้นนำไปผึ่งแดดอีก 1 ชั่วโมง ถั่วก็เหมือนกัน ขณะที่ใบชะพลู คัดทีละใบ เลือกทีละใบ
“เมี่ยงปลาเสวยดลนาตย์คือกลมกล่อม ครบรสคือเปรี้ยว หวาน และมันด้วยมะพร้าวคั่ว อีกเค็มและเผ็ดเล็กน้อย ได้รสชาติ รับประทานกับใบชะพลู กลายเป็นของฝากที่ชาวพิษณุโลกภูมิใจ เพราะได้ทั้งความอร่อยและสุขภาพที่ดีจากเนื้อปลาแท้ ทุกอย่างปลอดสาร เป็นเมนูสุขภาพที่สบายใจทั้งคนซื้อฝากและคนรับฝาก” สุทธิดาเล่า
จุดเด่นอีกประการหนึ่งคือวิธีกินที่ปรับรูปแบบใหม่ จากเดิมที่ผู้กินต้องหยิบจับคำละหลายๆ ครั้ง เพื่อให้ได้เครื่องเคียงครบถ้วน หากดลนาตย์ใช้วิธีกึ่งสำเร็จ ผู้กินตักเมี่ยงสำเร็จ 1 ช้อนใส่ใบชะพลูแล้วกินได้เลย สะดวกมาก หรือถ้าชอบรสจัด ก็ขอเพิ่มเครื่องเคียงได้ไม่อั้น พิถีพิถันอย่างนี้เพราะอยากให้ของกินโบร่ำโบราณของไทยคงอยู่ต่อไป อยากให้คนไทยสุขภาพดี มีของกินเล่นที่มีคุณค่า
เมี่ยงปลาเสวยดลนาตย์ ขายเป็นกิโลกรัมๆ ละ 600 บาท ใบชะพลูแยกขายต่างหาก กิโลกรัมละ 80 บาท (ใบยอ ใบทองหลาง ผักสลัด ใบคะน้าก็มี) ถ้าอยากทดลองกิน ซื้อแบบชุดเล็กได้ 150 บาท (10 คำ) ต้องสั่งจองล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน เพราะคนทำมีแค่ไม่กี่คน ซื้อแล้วควรกินให้หมดภายใน 7 วัน (เก็บตู้เย็นได้ไม่เกิน 7 วัน) โทร. 08-9437-6974







