posttoday
พรบ.ลิขสิทธิ์ ฉบับใหม่ ตื่นเต้นกันทำไม!

พรบ.ลิขสิทธิ์ ฉบับใหม่ ตื่นเต้นกันทำไม!

13 สิงหาคม 2558

เมื่อกลางสัปดาห์ก่อน โลกออนไลน์ตื่นเต้นกันใหญ่กับข่าวการบังคับใช้ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558

โดย...ธวัชชัย ดีพัฒนา บรรณาธิการนิตยสาร attitude  ภาพ : นิตยสาร attitude

เมื่อกลางสัปดาห์ก่อน โลกออนไลน์ตื่นเต้นกันใหญ่กับข่าวการบังคับใช้ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2558 ที่มีการระบุการคุ้มครองสิทธิของผู้สร้างสรรค์งานอย่างครอบคลุมและกว้างขวางกว่าฉบับแรก เพราะกินความไปถึงความผิดการละเมิดสิทธิทางอินเทอร์เน็ตและโลกออนไลน์อื่นๆ ซึ่งในฉบับแรกอาจละเลยหรือระบุฐานความผิดไม่ชัดเจนนัก แต่ฉบับนี้จริงจัง และสื่อมวลชนทุกแขนงก็ช่วยเผยแพร่อย่างเต็มที่ ถามว่าผมตื่นเต้นหรือไม่ ส่วนตัวไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมากนัก เพราะฐานความผิดเดิมที่ระบุไว้ใน พ.ร.บ.ฉบับแรกจริงๆ ก็ครบถ้วนนะ แค่คนไทยส่วนใหญ่ขาดจิตสำนึก จึงเป็นสาเหตุให้ฉบับที่สองต้องตามมา และชัดเจนกว่าเดิม

ทำไมถึงกล้าพูดว่า “คนไทยขาดจิตสำนึก” นี่ไม่ใช่การกล่าวเกินเลยแม้แต่น้อย เพราะสื่อมวลชนเองก็ขาดในสิ่งนี้เช่นกัน ลองมองย้อนดูนะครับ บ่อยครั้งที่มีการก๊อบปี้ข่าวกันไปมาจากเว็บนึงสู่อีกเว็บ แถมจะก๊อปก็ไม่มีชั้นเชิงเอาเสียเลย เราจึงเห็นบ่อยๆ ที่ลอกมาแบบตัวสะกดก็ผิด แล้วแหล่งข่าวที่โดยทั่วไปมักจะต้องสัมภาษณ์จากบุคคลจริงๆ (ส่วนจะเอ่ยชื่อหรือไม่ก็อีกเรื่อง) เพื่อให้ได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ไปเจอสื่อมักง่ายก็อ้างจากสื่อสำนักนั้นกล่าวว่ากันไปเสียนี่ จริงๆ การก๊อปข่าวมาเผยแพร่นั้นไม่ผิดนะ ถ้าข้อมูลเหล่านั้นเป็นข้อเท็จจริง เช่น พยากรณ์อากาศระบุว่า..., หรือ ธปท.ประกาศอัตราดอกเบี้ยใหม่เป็นอัตราร้อยละ... แบบนี้ เป็นต้น

เรื่องข่าวที่มีการก๊อปกันก็ว่ากันไป เชื่อว่าจริงๆ แล้วสำนักข่าวแต่ละแห่งไม่ได้ต้องการให้เกิดเรื่องแบบนี้ เพราะมันไม่ใช่แค่เป็นเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์หรอก แต่มันมีเรื่องของศักดิ์ศรีด้วย ทว่าบางครั้งนักข่าวเด็กๆ ที่อ่อนประสบการณ์ก็ชอบทำตัวมักง่ายตามยุคสมัย ซึ่งเรื่องนี้สอนกันยากจริงๆ แล้วการที่ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ประกาศใช้จริงจังจะส่งผลดีอย่างไร หรือจะทำให้มีจิตสำนึกเพิ่มมากขึ้นหรือไม่ อย่างน้อยที่สุด สิ่งแรกที่มันทำให้เกิดการกระตุ้นจิตสำนึกในการอ้างอิงมากยิ่งขึิ้น นี่เราพูดถึงเฉพาะเคสการนำไปโพสต์เฉยๆ โดยไม่เอ่ยชื่อเจ้าของผลงาน ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องการนำงานอันมีลิขสิทธิ์ไปใช้เพื่อการค้านะ เพราะอันหลังนี่สุ่มเสี่ยงกับการละเมิดร้อยเปอร์เซ็นต์ แก้ตัวไม่ได้แน่นอน

จริงๆ หลักการของ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่า การทำซ้ำ เผยแพร่ และดัดแปลงงานอันมีลิขสิทธิ์เพื่อการค้า ซึ่งประโยคแค่นี้ไม่เพียงพอ มันต้องดูที่เจตนาของผู้กระทำด้วย อาทิ เราเอาภาพของคนอื่นมาแชร์ในเฟซบุ๊กโดยที่ไม่ทราบว่าใครถ่าย จึงไม่สามารถให้เครดิตได้ อันนี้ยังไม่เท่าไหร่นะ เพราะผู้ใช้อาจมีเจตนาบริสุทธิ์จริงๆ แต่การกระทำของเหล่าบรรดาผู้ที่รู้ทั้งรู้เพราะเขาใส่เครดิตหรือลายน้ำไว้ในภาพ ก็ไปลบของเขาเสีย มีเจตนาไม่ให้เครดิตเจ้าของผลงาน อันนี้ผิดเต็มๆ

ถ้าหลักการเป็นเช่นนั้น ลองมาดูการกระทำดังต่อไปนี้ว่าเข้าข่ายหรือไม่ ในแวดวงคนทำนิตยสาร สื่อสิ่งพิมพ์ และสิ่งพิมพ์ที่เป็นพวกโฟโต้อัลบั้ม (หรือจะเรียกว่าหนังสือเกย์ใต้ดิน ที่เน้นภาพถ่ายและคลิปเบื้องหลัง) มักจะบ่นเสมอว่า “หนังสือของฉันวางแผงได้วันเดียว รูปทุกรูปในหนังสือมีโพสต์ในเว็บไซต์หมดทุกรูปเลยจ้า” ยิ่งถ้าเล่มไหนมีคลิปเบื้องหลังด้วย ไม่ต้องห่วง โหลดกันกระจาย โหลดแบบใส่ชื่อหนังสือด้วยนะ ส่วนนิตยสารทั่วไปก็โดนด้วยเช่นกัน ทั้งภาพดารา/นักร้อง/นายแบบ/นางแบบ จากแฟชั่นเซตใน พวกเธอเล่นสแกนกันขึ้นเว็บโพสต์รูปกันเป็นล่ำเป็นสัน บางคนลงเครดิตคนสแกนด้วยนะว่าใครทำ ถ้าเธอเอารูปที่ฉันสแกนไปใช้โดยไม่บอกกล่าว ฉันจะเหวี่ยงวีนให้ดู นี่แหละพฤติกรรมของคนมักง่าย

คนไทยเราคุ้นชินกับพฤติกรรมแบบนี้บ่อยไงครับ เราถึงรู้สึกตื่นเต้นกับมาตรการลงโทษต่างๆ ที่ปรากฏใน พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฉบับนี้ ถามว่า เรื่องการเอารูปของนิตยสารไปใช้เพิ่งมีหรือ? จริงๆ ในแวดวงสิ่งพิมพ์ด้วยกันมีการนำไปใช้มานานแล้ว อาทิ นิตยสารดาราแนวกอสซิปทั้งหลายก็เอารูปของแอตติจูดไปใช้บ่อยๆ ถามว่าเข้าข่ายผิด พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์? คำตอบคือ ผิดครับ เพราะมันไม่ใช่การทำซ้ำ เผยแพร่ แค่อย่างเดียว (แม้จะลงเครดิตให้ก็ตาม) แต่ยังเรื่องผลประโยชน์ทางการค้าเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย คือคุณขายนิตยสารของคุณได้ แต่นิตยสารที่คุณเอารูปไปใช้ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย ถ้าเป็นเมืองนอก เขาฟ้องกันแหลกลาญ แต่ตามสไตล์ไทยๆ เราก็อะลุ่มอล่วย เพราะเราก็คิดว่าการให้เครดิตด้วยการลงชื่อว่ามาจากนิตยสารเล่มใดก็ถือว่าเป็นการให้เกียรติกัน และในอีกด้านหนึ่งมันก็ช่วยประชาสัมพันธ์นิตยสารไปในตัว (สำหรับ บก.บางเล่มก็แสนดี มีการโทรศัพท์มาขออนุญาตก่อน)

ที่ผ่านมา ในวงการสิ่งพิมพ์บ้านเราจึงไม่ได้มีการฟ้องร้องอะไรกัน เราก็อยู่กันแบบไทยๆ นี่แหละ เพราะถ้าเจ้าของผลงานไม่รู้สึกเดือดร้อนมันก็ไม่เกิดปัญหา แต่ไม่ใช่ว่าคุณจะต้องรอให้เจ้าของผลงานเขาเดือดร้อนก่อนค่อยมาคิดแก้ไข สิ่งที่มันควรตระหนักไว้ลำดับแรกก็คือจิตสำนึกว่าการกระทำนั้นถูกต้องหรือไม่ต่างหากเล่า เพราะต่อให้ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ประกาศใช้จริงจัง แต่ถ้า “มนุษย์ไร้จิตสำนึก” ผู้สร้างสรรค์ ผู้ผลิต
ผลงานก็ผลิตไปเถอะ ฉันก็คงตั้งหน้าตั้งตาก๊อปต่อไป แล้ว พ.ร.บ.ฉบับนี้ก็คงกลายเป็นแค่เศษกระดาษ เหมือน พ.ร.บ.ฉบับอื่นๆ

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด นิวคาสเซิ่ล พบ แอสตัน วิลล่า พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69