
ทำไมผู้ชาย ไม่ควรหยุดหล่อ?
หากคุณเป็นหนุ่มในเมืองใหญ่ และสนใจเรื่องสวยๆ งามๆ อยู่บ้าง ชอบหาร้านตัดผมใหม่ๆ ไปนวด (ผมหมายถึงนวดจริงๆ น่ะนะ)
โดย...เอกศาสตร์ สรรพช่าง ภาพ เอพี
หากคุณเป็นหนุ่มในเมืองใหญ่ และสนใจเรื่องสวยๆ งามๆ อยู่บ้าง ชอบหาร้านตัดผมใหม่ๆ ไปนวด (ผมหมายถึงนวดจริงๆ น่ะนะ) หรือต้องไปส่งคุณภรรยาไปคลินิกเสริมความงามอยู่บ้าง คงได้รับรู้ถึงสภาพการณ์ที่เปลี่ยนไปอยู่บ้างว่า ทุกวันนี้ผู้ชายได้กลายเป็นลูกค้ารายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ สำหรับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการดูแลตัวเองสำหรับผู้ชาย
หากเราไม่นับเรื่องการเติบโตของฟิตเนส สังเกตได้เลยว่าธุรกิจเสริมความงามของผู้ชายนั้นโตขึ้นเรื่อยๆ มีการสำรวจพบว่าในช่วงสองปีมานี้ ธุรกิจเสริมความงามหรืออะไรก็ตามที่เกี่ยวกับการเสริมสร้างภาพลักษณ์ของผู้ชายทั่วโลกนั้นโตเกิน 10% อย่างต่อเนื่อง และยังไม่มีทีท่าว่าลดลง และน่าแปลกว่ายิ่งเศรษฐกิจไม่ดี ก็ดูเหมือนธุรกิจประเภทนี้ก็ยังไปได้สวย แม้แต่ในประเทศกรีซซึ่งเศรษฐกิจย่ำแย่ มีการสำรวจพบว่าช่วงปี 2011-2012 ผู้ชายกรีก 1 ใน 80 คน ก็ยังใช้บริการของคลินิกเสริมความงามอย่างสม่ำเสมอ ในประเทศสเปนมีผู้ที่ต้องการเปลี่ยนโฉมตัวเองด้วยการทำศัลยกรรมมากถึงปีละ 1.05 แสนคน และเป็นผู้ชายกว่าร้อยละ 20 พวกเขาบอกว่าการทำสิ่งเหล่านี้ก็เพื่อเพิ่มความมั่นใจ ไปจนถึงเชื่อว่าการทำหล่อ ซึ่งว่ากันตั้งแต่แก้หัวล้าน แวกซ์ขน การ
ตัดผมเนี้ยบๆ ไปจนถึงการศัลยกรรมเฉพาะส่วน สามารถทำให้พวกเขามีโอกาสในหน้าที่การงานดีขึ้น
ถามว่าความคิดแบบนี้มีความจริงอยู่บ้างไหม ก็ต้องบอกว่ามันมีมูลอยู่ไม่น้อย เพราะตลอดเวลาของวิวัฒนาการของมนุษย์ เรามักตัดสินและถูกตัดสินจากรูปลักษณ์ภายนอกอยู่เสมอ ทั้งที่รู้ว่าการตัดสินแบบนี้เป็นเรื่องตื้นเขินที่สุด แต่ก็ดูเหมือนว่ารู้ทั้งรู้พวกเราก็พร้อมจะตกหลุมพรางอยู่ดี ก็ถือว่าเป็นโชคดีของเทรนเนอร์ ช่างนวดหน้า คนขายยาปลูกผม และคุณหมอศัลยกรรมที่เกิดในยุคนี้ แนวคิดหนึ่งที่เป็นที่พูดถึงกันมาก ก็คือ ความคิดเรื่องการมองว่าร่างกายเป็นต้นทุนที่จำเป็นต้องลงทุนเพื่อเพิ่มมูลค่า และรักษาให้เสื่อมสภาพช้าที่สุด เราได้สร้างโลกที่ทำให้คนหน้าตาดีได้รับผลตอบแทนอันยิ่งใหญ่ ไม่ว่าด้านความสัมพันธ์ จิตใจ และเศรษฐกิจ ในทำนองเดียวกันการเป็นคนหน้าตาไม่ดีจะได้รับโทษจากการที่ไม่ยอมเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบความงามตามที่สังคมยอมรับ และหากนำมันเอามาผนวกกับความเชื่อในเรื่องของการแต่งตัว การมีร่างกายที่สะอาดและหอมอยู่เสมอแบบคนในวัฒนธรรมตะวันตก ยิ่งจะดูเหมือนว่าการเป็นผู้ชายทุกวันนี้ ทำให้เราต้องดูแลตัวเองไม่แพ้ผู้หญิงเหมือนกัน
ผู้ที่มาทำศัลยกรรมที่คลินิกทุกวันนี้มาด้วยทัศนคติเดียวกับการไปช็อปปิ้งเปลือกตา จมูก หน้าท้อง หน้าอก สะโพก ฯลฯ และธุรกิจการเปลี่ยนแปลงร่างกาย ซึ่งแต่ก่อนเป็นเรื่องของอภิสิทธิ์ชน แต่ตอนนี้เริ่มจะเป็นเรื่องของมหาชนไปแล้ว นั่นหมายถึงว่าใครๆ ก็สามารถเปลี่ยนร่างกายของตัวเองได้ทั้งนั้น
นพ.อัลแบร์โต้ โมราโน่ แห่งสมาคมศัลยแพทย์สเปน ยืนยันว่า “การมีรูปลักษณ์ที่ดีเป็นข้อได้เปรียบอย่างหนึ่งในการแข่งขัน และจะได้รับสิทธิพิเศษในด้านความสัมพันธ์ทางสังคม หน้าที่การงาน และชีวิตครอบครัว แล้วยังบอกอีกว่าทุกวันนี้ผู้ชายไม่เห็นว่าการทำศัลยกรรมเป็นเรื่องเฉพาะสำหรับผู้หญิงอีกต่อไป”
จากผลวิจัยพบว่าเราใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีในการตัดสินความงามของผู้คน ทว่าการตัดสินแบบนี้ โดยมากร้อยละ 90% มักส่งผลเสียมากกว่าผลดี แต่อย่างไรก็ตามมนุษย์เราก็ทำตามสัญชาตญาณมากกว่าเหตุผลอยู่แล้ว คนที่หน้าตาดี (ที่ไม่เกี่ยวกับนิสัย) ไม่เพียงแต่จะหาแฟนได้ง่ายกว่า แต่ยังสามารถหางานที่ดีกว่า รวมถึงได้รับความเอ็นดูมากกว่าเวลาขึ้นศาลอีกด้วย
ความจริงอีกข้อหนึ่งที่ทำให้ผู้ชายเริ่มสนใจการทำศัลยกรรมมากขึ้น หากไม่นับในมุมของธุรกิจ ซึ่งเราเห็นว่าตลาดผู้หญิงที่กำลังอยู่ในช่วงขาลงแล้ว อีกเรื่องที่ทำให้ผู้ชายเข้าสู่วงการศัลยกรรมได้ง่ายมากขึ้น ก็คงมาจากความก้าวหน้าทางการแพทย์ที่มีเทคนิคมากมายที่ไม่ต้องใช้ยาสลบในการผ่าตัด แผลเป็นหลังผ่าตัดก็เหลืออยู่น้อยมาก พูดง่ายๆ ก็คือผู้หญิงเป็นหนูทดลองมาโดยตลอด และตอนนี้ผู้ชายก็คว้าประโยชน์จากการคิดค้นเทคนิคที่ทำได้ง่ายๆ ทั้งเทคนิคการปลูกผม การฉีดสารเพื่อเพิ่มความอ่อนเยาว์ การกำจัดขน หรือแม้แต่การดูดไขมัน ซึ่งตอนนี้ทำได้ง่ายมากขึ้น เรายังไม่นับความรู้เรื่องครีมบำรุงผิวต่างๆ ที่ดูเหมือนผู้ชายเริ่มมีความรู้มากขึ้นเรื่อยๆ ไม่แพ้สาวๆ
พอลลี่ เวอร์นอน คอลัมนิสต์ของหนังสือพิมพ์ The Guardian ของอังกฤษเคยเขียนถึงเรื่องนี้ไว้ในทำนองเสียดสีไว้ว่า “ขอต้อนรับผู้ชายทุกคนเข้าสู่ฝันร้ายของพวกเรา ตอนนี้คุณคงรู้แล้วสิว่าที่ผู้หญิงต้องทนให้ร่างกายของพวกเธอเป็นวัตถุที่ถูกตรวจสอบและถูกวิพากษ์วิจารณ์มันเป็นอย่างไร เข้าใจแล้วใช่ไหมว่าพวกเราอ่อนไหวแค่ไหน”
อย่างไรก็ดี เชื่อแน่ได้ว่าสัดส่วนของผู้ชายที่อยากหล่อ จะมีมากขึ้นเรื่อยๆ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเรื่องความหล่อของผู้ชาย จะยังไปได้อีกไกล แต่เตือนไว้ว่าการทำอะไรมากไป ย่อมไม่ส่งผลดีแน่ๆ เพราะท้ายที่สุดของความจริงแท้ ก็ยังอยู่ที่ภายใน
ไม่ใช่ภายนอกอย่างที่เราเห็น







