
ลิปปกร ปรียาภาบุลกิต นักสร้างประติมากรรมน้ำตาล
โดย...กองทรัพย์ ภาพ กิจจา อภิชนรจเรข
โดย...กองทรัพย์ ภาพ กิจจา อภิชนรจเรข
คาดว่าคอขนมหวานคงคุ้นเคยกับเค้กรูปพระราชวังภูฏาน มังกรทองเกี่ยวหงส์ ตุ๊กตาแต่งหน้าเค้กปั้นเหมือนแอน ทองประสม ทุกผลงานล้วนตระการตาวิจิตร ผลงานของ โอปอ-ลิปปกร ปรียาภาบุลกิต เค้กดีไซเนอร์ และนักปั้นน้ำตาลวัย 33 ปี ผลงานปั้นพระราชวังภูฏานเข้าตาพระสหายชาวไทยของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก นำเค้กไปถวายเป็นของขวัญเนื่องในวันครบรอบอภิเษกสมรสกับสมเด็จพระราชินี เจตซุน เพมา จากนั้นชื่อของโอปอก็ถูกกล่าวถึงในโลกออนไลน์และผลงานต่างๆ ของเขาถูกเผยแพร่ไปในวงกว้างอย่างรวดเร็ว
“ก่อนหน้าจะมาทำเค้กผมทำงานมาหลายอย่างตั้งแต่เป็นช่างแต่งหน้า มาทำเป็นธุรกิจสปา จนมาทำร้านเค้กเล็กๆ แต่ก็ยังไม่ได้มีชื่อเสียง จนเมื่อเค้กน้ำตาลเข้ามาในเมืองไทย มีคนปั้นขายเราก็อยากได้มาแต่งหน้าเค้กบ้าง แต่ราคาต้นทุนสูง ก็เลยคิดว่าไปเรียนดีกว่า พอดีกับมีครูชาวไต้หวันมาสอนในเมืองไทย เลยลองไปเรียนเพราะไม่มีทักษะการปั้น แต่พอได้ทำงานชิ้นแรกก็ชอบและทำมาจนถึงทุกวันนี้รวมๆ เวลาได้ 3 ปีแล้ว และเริ่มเปิดคอร์สสอนหลังจากทำงานปั้นมาแล้ว 1 ปี
สิ่งสำคัญที่ทำให้ผมมาถึงจุดที่เรียกว่าประสบความสำเร็จในเวลาอันสั้นสำหรับเส้นทางนี้ก็คือความกล้า แม้ไม่รู้วิธีทำ ใช้ความอยากรู้เป็นแรงผลักดันที่จะทำให้สำเร็จ ไม่ได้สนใจวิธีการ แต่สนใจผลลัพธ์ บางคนถ้าไม่รู้วิธีการก็จะไม่ทำ แต่ผมไม่ใช่ ผมลองทำเลย คิดย้อนจาก 10-1 ลองทำถ้าพังก็ช่างมันและจำไว้ว่าวิธีการนี้มันผิด แล้วหาวิธีการใหม่ จนกว่าจะถูก จากนั้นเราก็จะจำได้ พอฝึกบ่อยๆ ก็จะทำได้และสวยไปโดยธรรมชาติ มีหลายครั้งที่เค้กพัง แต่เรายอมเพราะว่าต้องการรู้ผลลัพธ์ ผมว่างานของผมเป็นศิลปะที่มีกระบวนการเหมือนงานทดลองวิทยาศาสตร์”
อาจเรียกได้ว่าโอปอเป็นนักทดลองด้านศิลปะ งานของเขาค่อนข้างหวือหวา คนจึงให้ความสนใจ งานช่วงแรกของนักประติมากรรมน้ำตาลคนนี้สะท้อนตัวตนของเขาค่อนข้างสูงคือ ใช้สีสันร้อนแรง ฉูดฉาด ไม่มีกรอบ ใส่รายละเอียดทุกอย่างที่อยากจะได้ลงไปในงาน ขณะที่กำลังโด่งดังสุดขีด แต่จู่ๆ เขาก็เลือกที่จะหยุดสร้างผลงานเพื่อตามหาตัวตน
“พอทำไปสักพักหนึ่งก็เขว เราชอบปั้นสิ่งมีชีวิต ชอบดอกไม้ อะไรที่รูปทรงแข็งๆ เป็นเหลี่ยมมาก็จะไม่ชอบ ซึ่งลูกค้าจะสั่งเยอะ พอทำมากๆ เข้างานก็เริ่มเป๋ ก็เลยตัดสินใจหยุดงานที่เมืองไทย เพื่อไปร่วมนิทรรศการเค้กแต่งงาน ดูงานศิลปะเค้กจากทั่วโลกที่ประเทศออสเตรเลียใช้เวลาประมาณ 2 เดือน เพื่อหาจุดพอดีให้ตัวเอง พอกลับมาก็เปลี่ยนจากงานหวือหวาก็เปลี่ยนเป็นงานที่ไม่หวือหวาตามสมัย แต่ไม่เชย เป็นสีสันที่ดูได้เรื่อยๆ”
โอปอ บอกว่า เสน่ห์ของงานนี้คือนักปั้นสามารถครีเอทความหวานเป็นชิ้นงานได้ เป็นงานศิลปะที่มีไม่ได้สวยอย่างเดียว แต่กินได้ด้วย มีรส มีกลิ่น แต่ความยากก็คือการทำความเข้าใจของคนปั้นกับลูกค้าที่ไม่ตรงกัน เป็นงานศิลปะที่เมดทูออร์เดอร์
“คนที่จะมาทำงานด้านนี้ก็ต้องเข้าใจความต้องการของลูกค้า เข้าอกเข้าใจคนอื่น จะอินดี้มากไม่ได้ ซึ่งเมื่อก่อนผมเป็น และอีกสิ่งหนึ่งที่จำเป็นคือต้องมีความอดทนที่จะฝึกฝน ครูเขาสอนในสิ่งที่ควรจะรู้ แต่หลังจากนั้นเราต้องฝึกเอง การปั้นน้ำตาลเป็นงานฝีมือที่ต้องใช้ทักษะ หลายคนเข้าใจว่าเป็นงานสวยๆ แต่ไม่ใช่เพราะต้องใช้แรงนวดส่วนผสมให้เข้ากัน ต้องมือหนักในขั้นตอนที่ควรหนัก และเบาในขั้นตอนที่ควรเบา เดี๋ยวนี้คนอยากทำงานปั้นน้ำตาลเยอะ แต่ว่าเรียน 10 คน ทำต่อได้จริงๆ ประมาณ 2 คน เพราะต้องใช้ความอดทนสูง หลายคนบอกว่าต้องใช้พรสวรรค์ แต่จริงๆ แล้วความอดทนสำคัญกว่า คนที่ทำทุกวันจะประสบความสำเร็จได้ดีกว่า แค่ไม่ถอดใจไปก่อน”
สำหรับนักปั้นน้ำตาลคนเคยอินดี้ ถึงวันที่ออกสตาร์ทใหม่ เราถามโอปอว่ามีโอกาสที่เขาจะกลับไปตันและหนีตัวเองอีกไหม เขาบอกแค่ว่าอาจจะมีวันที่ตัน แต่คิดว่าจะมีทางไป เพราะเขารู้จักและพบทางของตัวเองแล้ว ติดตามผลงานได้ที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ ‘opal the fakery and co’







