posttoday
คาถาสู้วิกฤตเศรษฐกิจ

คาถาสู้วิกฤตเศรษฐกิจ

04 สิงหาคม 2558

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

ช่วงนี้แฟนๆ ของคุณสมชาย สกุลสุรรัตน์ เจ้าของพื้นที่คอลัมน์เงินต่อเงิน อาจเหงาหน่อยนะคะ เพราะคุณสมชายท่านติดภารกิจในต่างประเทศ ขอเว้นวรรคสัก 3 สัปดาห์ กลับมาท่านคงจะมีเรื่องสนุกๆ และแฝงด้วยความรู้จากต่างประเทศมาเล่าให้คุณผู้อ่านฟัง

ระหว่างที่คุณสมชายท่านยังไม่กลับ ดิฉันก็จะรับหน้าที่มาพบกับคุณผู้อ่านแทนระยะหนึ่งค่ะ

ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาคำถามยอดนิยมที่ดิฉันถูกถามมากที่สุด คือ เมื่อไหร่เศรษฐกิจจะดี ค่าเงินบาทจะไปอยู่ที่เท่าไหร่ วันนี้หุ้นจะขึ้นหรือจะลง ดิฉันก็จะตอบว่าไม่ทราบ ที่ไม่ทราบนี้คือไม่ทราบจริงๆ ไม่ได้มีเจตนาจะกวนอารมณ์ผู้ถาม เพราะสถานการณ์เปลี่ยนแปลงเร็วมาก แตกต่างจากในอดีตอย่างสิ้นเชิง เกิดอะไรขึ้นในซีกโลกหนึ่ง ไม่กี่ชั่วโมงผลกระทบก็ถึงอีกซีกโลกหนึ่งทันที

ฉะนั้นรูปแบบการค้าขาย ตลาดเงิน และตลาดทุนก็เปลี่ยนรูปแบบไปจากเมื่อ 20 ปีที่แล้วอย่างสิ้นเชิง ทั้งวิธีคิด วิธีการทำงาน ข้อมูลข่าวสารได้เท่าเทียมกัน อยู่ที่ใครจะนำข้อมูลไปวิเคราะห์และคาดการณ์แนวโน้มได้แม่นยำกว่ากัน

ดิฉันก็เหมือนคนไทยส่วนมากในประเทศนี้ที่รู้สึกว่าเศรษฐกิจไม่ดี และการฟังนักธุรกิจ นักวิชาการ ผู้รู้ทั้งหลายตอกย้ำว่าเศรษฐกิจไม่ดี ไม่ดี ไม่ดี ตลอดเวลา จะมีผลกระทบเชิงจิตวิทยาคนฟังแล้วก็รู้สึกหดหู่หมดอารมณ์จะจับจ่ายซื้อของอะไร อะไรที่ไม่จำเป็นก็รอไว้ก่อน ไม่กล้าใช้จ่าย เพราะไม่แน่ใจในอนาคตตัวเองว่าจะยังมีงานทำ ยังมีความมั่นคงในชีวิตอยู่หรือไม่

เราคงฟังข่าวร้ายกันมาเยอะแล้ว ลองมองมุมกลับพยายามหาแง่มุมเศรษฐกิจขึ้นมาพูดกันบ้างว่ามีอะไรที่เป็นเรื่องดีบ้างหรือไม่

สิ่งที่ดิฉันเห็นว่าดี คือ บทเรียนครั้งนี้ทำให้เกิดความตระหนักในเรื่องการแก้ไขปัญหาการคอร์รัปชั่น การตระหนักว่าประเทศกำลังเดินถอยหลังเพราะความขัดแย้งทางการเมืองที่ทำให้ประเทศไม่มีการพัฒนา ไม่มีการลงทุนในสาธารณูปโภคพื้นฐานนานจนขีดความสามารถการแข่งขันลดลงเรื่อยๆ และถ้ายังปล่อยให้เป็นเช่นนี้ ในอีกไม่กี่ปีจะเห็นว่าเราจะลำบากมากยิ่งขึ้น

โครงสร้างเศรษฐกิจไทย มูลค่าจีดีพี หรือผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศอยู่ที่ 13 ล้านล้านบาท ในจีดีพีนี้ 60% เป็นรายได้มาจากการส่งออก ทำของขายให้กับลูกค้าทั่วโลกอีก 20% มาจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวที่เราขายการบริการต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวอีก 20% เป็นการบริโภคในประเทศและอื่นๆ

กูรูทั้งหลายคงทราบดีว่าตัวเลขนี้ทำให้เศรษฐกิจไทยไม่มั่นคงยั่งยืน เพราะเราพึ่งพาภาคที่เกี่ยวข้องกับต่างประเทศมากจนเกินไป เมื่อเกิดวิกฤตใดในโลกขึ้นมา เหมือนที่กำลังประสบอยู่ในขณะนี้ การส่งออกลดลงไม่หยุด นักท่องเที่ยวจากยุโรปอเมริกาหายไป ยังดีที่ได้นักท่องเที่ยวจีนเข้ามาช่วย จึงยังดูตัวเลขเศรษฐกิจแย่แต่ไม่เลวร้าย

เรื่องนี้เป็นปัญหาโครงสร้างที่จะต้องปรับเปลี่ยนสัดส่วนจีดีพีเสียใหม่ หันมาใช้จ่ายบริโภคในประเทศ ค้าขายกันเองในประเทศเพื่อนบ้านให้มากขึ้น ลดการพึ่งพาการส่งออกและเพิ่มด้านอื่นๆ ขึ้นมา ซึ่งจะต้องวางยุทธศาสตร์ประเทศเสียใหม่ เรื่องนี้ทุกรัฐบาลรู้แต่เมื่อเข้ามาบริหารประเทศก็ไม่มีการผลักดันอย่างจริงจัง ฉะนั้นการติดกับดักเศรษฐกิจครั้งนี้ก็จะทำให้คนเห็นปัญหานี้อีกครั้ง ซึ่งดิฉันก็หวังว่าจะมีคนมาวางรากฐานแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง

สิ่งดีอีกอย่างที่เห็นคือ ความใจแข็งของรัฐบาลที่ยืนยันจะไม่ทำให้สังคมอ่อนแอด้วยการทำโครงการประชานิยม รัฐบาลอาจโดนก่นด่าจากชาวบ้าน แต่ในขณะเดียวกันชาวบ้านก็จะต้องด่าไปปรับตัวไป เรียนรู้ที่จะช่วยตัวเอง เรียนรู้ที่จะเพิ่มผลผลิต ขวนขวายหาความรู้ เรียนรู้ที่จะอดทน กลับมาอยู่อย่างพอเพียง

ปัญหาภัยแล้งที่เกิดขึ้นเมื่อช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมา ชาวนาทั้งหลายก็เรียนรู้ที่จะแบ่งปัน จัดสรรทรัพยากรน้ำให้ทั่วถึงกัน ทุกคนประสบชะตากรรมเดียวกันถ้าไม่ช่วยกันก็กอดคอกันตาย ไม่คิดเพียงแค่มือใครยาวสาวได้สาวเอา

ดิฉันคิดว่ารัฐบาลเองไม่ได้ใจจืดที่จะช่วยชาวบ้าน แต่ไม่รู้ว่าจะช่วยอย่างไร เพราะเงินไม่มี จะขยับตรงไหนก็มีอุปสรรคไปหมด ขาดเงินเหมือนขาดใจ หากเมื่อช่วง 3-4 ปี ที่ผ่านมา รัฐบาลชุดที่แล้วได้ใช้เงินงบประมาณแผ่นดินอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ให้เกิดการคอร์รัปชั่นรั่วไหลมากนัก วันนี้เราคงมีเงินมาใช้กระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการต่างๆ หลายแสนล้านบาท

แม้เศรษฐกิจจะฝืดเคืองแต่ยังนับว่าไม่ถึงขั้นวิกฤต เศรษฐกิจยังไม่ขยายตัวติดลบ อัตราการว่างงานก็ไม่ได้สูงจนน่าเป็นห่วง

ในภาวะที่เศรษฐกิจไม่ดี การคิดบวกก็จะช่วยให้มีกำลังใจที่จะดำเนินชีวิตต่อไปได้ ไม่ใช่มองไปทางไหนก็หดหู่ การคิดบวกในที่นี้ไม่ใช่การหลอกตัวเอง เศรษฐกิจไม่ดีก็คือไม่ดี ตัวเลขเศรษฐกิจก็บอกในตัวเองอยู่แล้วว่าเป็นยังไง รัฐมนตรีบางคนในรัฐบาลนี้อาจจะสะกดจิตตัวเองมากไป เลยพูดแต่ว่าเศรษฐกิจดี เศรษฐกิจดี สวนทางกับตัวเลขที่ประกาศออกมา ทำให้ความน่าเชื่อถือเริ่มลดลงเรื่อยๆ

เศรษฐกิจไม่ดีก็ไม่จำเป็นต้องย้ำคิดว่าไม่ดี ไม่ดี ไม่ดี จนทำให้หมดกำลังใจที่จะต้องลุกขึ้นมาสู้ชีวิต ต่อสู้เพื่อให้หลุดพ้นจากวิกฤตไปให้ได้ การปรับตัวที่จะอยู่กับปัญหาให้ได้เป็นสิ่งที่ท้าทาย เพราะแต่ละคนจะมีความทนทานต่อแรงกดดันและปัญหาไม่เท่ากัน

ดิฉันเห็นว่าในห้วงเวลาเช่นนี้กำลังใจสำคัญมาก ไม่มีใครให้กำลังใจเรา ก็ต้องให้กำลังใจตัวเอง

ดิฉันได้คาถามาจาก คุณชาตรี โสภณพนิช ประธานกรรมการธนาคารกรุงเทพ มาว่าไม่มีงานอะไรที่ทำแล้วไม่มีปัญหา สิ่งที่จะทำให้ผ่านไปได้คือ อดทน ก่อนที่ท่านจะมีวันนี้ได้ คุณชาตรีท่านบอกว่าท่านก็อดทนมาก

ฉะนั้นคาถาสำหรับให้กำลังใจทุกคนในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้คือ “อดทน”

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม