
ฟลายอิงดัตช์แมน..เรากลับมาแล้ว
หลังจากผ่านไป 32 ปี เนเธอร์แลนด์ ได้กลับมายืนอยู่จุดเดิมอีกครั้ง
หลังจากผ่านไป 32 ปี เนเธอร์แลนด์ ได้กลับมายืนอยู่จุดเดิมอีกครั้ง
ยุติ 32 ปีที่รอคอย
ช่วงทศวรรษที่ 70 ถือเป็นยุคทองของวงการลูกหนังเนเธอร์แลนด์อย่างแท้จริง โดยขุนพลฟลายอิงดัตช์แมนเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2 สมัยซ้อนคือในปี 1974 และ 1978 แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือ “รองแชมป์” ทั้ง 2 ครั้ง 2 ครา
เวลาผ่านไป 32 ปี โอกาสแก้ตัวก็หวนกลับมาหาเนเธอร์แลนด์ โดยพวกเขากลับมายืนอยู่ ณ จุดเดิมอีกครั้ง หลังชนะ “จอมโหด” อุรุกวัย 3-2 ในรอบรองชนะเลิศ ศึกเวิลด์คัพ 2010 เมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมา
“มันเป็นความสำเร็จที่พิเศษมาก หลังจากผ่านไป 32 ปีเราก็ได้มาเล่นรอบชิงชนะเลิศอีกครั้ง ซึ่งประเทศเล็กๆ เช่นเราภูมิใจมาก” กุนซือ เบิร์ต ฟาน มาร์ไวจ์ กล่าว
3 ประตูของเนเธอร์แลนด์ได้จากโจวานนี ฟาน บรองฮอร์สต์ (นาที 18) เวสลีย์ สไนจ์เดอร์ (70) และ อาร์เยน ร็อบเบน (73) โดยเป็น ดิเอโก ฟอร์ลัน (41) และ มักซี ปาไรรา (90+2) ยิงให้กับอุรุกวัย ซึ่งฟาน มาร์ไวจ์ ยอมรับว่าทีมยังมีปัญหาการจบสกอร์ไม่เฉียบขาดนัก และน่าจะชนะด้วยสกอร์ที่ห่างกว่านี้
การหักปากกาเซียนมาได้ไกลเกินคาดของเนเธอร์แลนด์ ฟาน มาร์ไวจ์ ยกเครดิตให้กับสปิริตของลูกทีมทุกคนที่ร่วมแรงร่วมใจกันทำเพื่อทีม โดยเฉพาะ เดิร์ก เคาต์ ที่มักวิ่งพล่านไปทั่วสนาม เพื่อช่วยทั้งเกมรุกและรับ
“ผมชอบเกมรุกและฟุตบอลที่สวยงาม แต่คุณต้องทำงานร่วมกันอย่างหนักเมื่อคู่ต่อสู้แย่งบอลไปได้ เคาต์เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนสำหรับนักเตะที่ทำเพื่อทีม เขามุ่งมั่นและทำงานหนักตลอดทัวร์นาเมนต์”
เพอร์ซีเล็งตามรอยเสือเตี้ย
ชัยชนะเหนืออุรุกวัย ทำให้เนเธอร์แลนด์ยืดสถิติไร้พ่ายออกไปเป็น 25 นัดติดต่อกันในทุกรายการ และมีสิทธิเป็นทีมแรกนับตั้งแต่ทีมชาติบราซิลในปี 1970 ที่ครองแชมป์โลกด้วยการชนะรวดทุกนัดในเกมรอบสุดท้าย
อย่างไรก็ตาม ในเกมดังกล่าว เดมี เดอ ซูว์ โดน มาร์ติน คาเซเรส กองหลังอุรุกวัย เตะเข้าใบหน้าอย่างจังจนฟันหัก และอาจจะหมดสิทธิลงสนามนัดชิงชนะเลิศกับ สเปน ในวันอาทิตย์นี้
ซึ่ง โรบิน ฟาน เพอร์ซี ได้ประกาศว่าพร้อมคว่ำทุกทีมเพื่อโอกาสชูถ้วยแชมป์โลกซึ่งเขาได้วางแผนที่จะทำบางสิ่งบางอย่างไว้ล่วงหน้าแล้วหากเนเธอร์แลนด์ครองแชมป์ได้สำเร็จ
“ผมไม่รู้ว่ามันจะรู้สึกสุดยอดขนาดไหนกับการได้แชมป์โลก แต่ในห้องเล่นเกมที่บ้านของผมมีรูปขนาดใหญ่ของ มาราโดนา ตอนชูถ้วยแชมป์ (อาร์เจนตินาชนะเยอรมันตะวันตก 3-2 นัดชิงปี 1986) มันเป็นภาพที่เหลือเชื่อจริงๆ เขาอยู่บนไหล่เพื่อนร่วมทีมพร้อมกับชูถ้วยด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า ซึ่งถ้าผมทำได้ ผมก็อยากมีภาพแบบนี้บ้างเหมือนกัน” หัวหอกอาร์เซนอล กล่าว
ดัตช์กวาดรางวัล?
นอกจากตำแหน่งแชมป์โลกแล้ว เนเธอร์แลนด์ยังมีลุ้นคั่วอีก 2 รางวัลใหญ่คือ นักเตะยอดเยี่ยมและดาวซัลโวจาก เวสลีย์ สไนจ์เดอร์ ที่นั่งแท่นจ่าฝูงผู้ทำประตูสูงสุดร่วมกับ ดาบิด บีญา 5 ประตู
“เกมนัดชิงแชมเปียนส์ลีกเป็นเกมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในระดับสโมสร แต่นัดชิงเวิลด์คัพนั้นยิ่งใหญ่กว่าฟุตบอลทุกรายการ” มิดฟิลด์วัย 26 ปีที่คว้าทริปเปิลแชมป์กับอินเตอร์ มิลาน ในฤดูกาลที่ผ่านมา กล่าว
การได้ลุ้นความสำเร็จมากมายทำให้แฟนบอลดัตช์จำนวนไม่น้อยเตรียมเก็บกระเป๋าไปเป็นสักขีพยานในนัดชิงชนะเลิศ จนสายการบิน แอร์ ฟรานซ์เคแอลเอ็ม ตัดสินใจเพิ่มเที่ยวบินพิเศษ 4 เที่ยวไปกรุงโยฮันเนสเบิร์กในสุดสัปดาห์นี้ แต่ไม่ว่าผลนัดชิงจะออกมาอย่างไร แข้งดัตช์ก็ถือว่าประสบความสำเร็จเกินคาดแล้ว ซึ่งเป็นการประกาศให้ทั่วโลกได้รับรู้ว่า ยุคทองของขุนพลฟลายอิงดัตช์แมนกำลังจะกลับคืนมาอีกครั้ง !!!







