posttoday
ชญังกูร นวนมณี ผู้ชายรัก (ความ) งาม

ชญังกูร นวนมณี ผู้ชายรัก (ความ) งาม

23 กรกฎาคม 2558

อ๊อฟ-ชญังกูร นวนมณี หนุ่มวัย 32 ปี ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาดของ “เอเพ็กซ์ โปรฟาวด์ บิวตี้”

โดย...ภาดนุ ภาพ : ทวีชัย ธวัชปกรณ์

อ๊อฟ-ชญังกูร นวนมณี หนุ่มวัย 32 ปี ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาดของ “เอเพ็กซ์ โปรฟาวด์ บิวตี้” จะมาเล่าถึงชีวิตการทำงาน พร้อมทั้งเผยชีวิตส่วนตัวอีกด้านในแบบของเขาให้ฟัง

“ผมเรียนจบมาทางด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยกรุงเทพ พอจบมาก็ทำงานเป็นอาจารย์สอนเขียนโปรแกรมเลยครับ ถ้าดูจากการเรียนและการทำงานแล้วก็ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับแวดวงความงามได้เลย (หัวเราะ) แต่เพราะอีกด้านหนึ่งผมเป็นคนชอบเรื่องความสวยความงาม หลังจากเป็นอาจารย์สอนเขียนโปรแกรมได้ 1 ปี ผมก็เปลี่ยนมาทำงานที่โรงเรียนสอนเต้นแห่งหนึ่ง โดยดูแลเรื่องระบบไอทีและเป็นผู้จัดการโรงเรียนสอนเต้นไปด้วย”

เส้นทางของอ๊อฟไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น ด้วยความสามารถทางด้านไอทีบวกกับความรู้ในเรื่องบิวตี้ จึงมีคนมาชักชวนให้เขาไปทำงานที่เอเพ็กซ์ฯ คลินิกความงามชื่อดัง อ๊อฟจึงตอบตกลงอย่างไม่ลังเล

“เมื่อมาทำงานที่นี่หน้าที่หลักของผมก็คือ ดูแลเรื่องไอทีและโซเชียลเน็ตเวิร์กทั้งหมด รวมทั้งดูแลด้านการตลาดด้วย เรียกว่าผมเป็นคนที่ริเริ่มการทำโซเชียลเน็ตเวิร์กด้านการตลาดของที่นี่เลยก็ว่าได้ โดยเริ่มทำตั้งแต่ 5-6 ปีก่อน พร้อมทั้งเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับอุปกรณ์และเครื่องมือใหม่ๆ ที่ใช้ในเรื่องความงามควบคู่ไปด้วย”

ชญังกูร นวนมณี ผู้ชายรัก (ความ) งาม

 

อ๊อฟ บอกว่า โซเชียลเน็ตเวิร์กที่เขาทำนั้นมีทั้ง www.aoffyberry.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของตัวเอง พร้อมด้วยทวิตเตอร์ www.twitter.com/aoffyberry แถมยังเป็นนักเขียนให้กับเว็บไซต์ความงาม www.beautyoops.com และ www.facebook.com/iURBAN.in.th ซึ่งเป็นเฟซบุ๊กเกี่ยวกับศิลปะและมนุษยศาสตร์ ที่มีทั้งเรื่อง D.I.Y. เทคโนโลยี การตกแต่ง และร้านอาหารที่เขาเป็นผู้รีวิวอีกด้วย

“นอกจากนี้ ผมยังเป็นบล็อกเกอร์สมัครเล่นที่รีวิวอุปกรณ์ความงามลงยูทูบด้วย เช่น ถ้าผมได้อุปกรณ์เป็นแปรงล้างหน้าแบบพกพามา 1 ชิ้น (ซึ่งจริงๆ แล้วคนส่วนใหญ่จะใช้เคลนซิ่งล้างหน้าหรือล้างเครื่องสำอางกัน) แต่ผมจะนำแปรงล้างหน้าอันนี้มารีวิววิธีการใช้โดยอัดคลิปลงยูทูบ แล้วก็นำลิงก์ไปแปะไว้ในบล็อกที่ผมเขียนเอง

ผมว่าการรีวิวด้วยคลิปวิดีโอคนจะให้ความสนใจและติดตามกันเยอะ แต่ผมก็ไม่ได้ทำเป็นสเต็ปอะไรหรอกนะ (หัวเราะ) จะรีวิวให้เห็นภาพรวมของการใช้อุปกรณ์เหล่านี้ซะมากกว่า ทุกวันนี้ผมรู้สึกแฮปปี้กับงานที่ทำ และคิดว่าประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งแล้วนะ”

มาถึงเรื่องส่วนตัวบ้าง อ๊อฟ เล่าย้อนว่า ตอนเด็กๆ เขาเรียนโรงเรียนสหศึกษา มีเพื่อนทั้งชายทั้งหญิงเป็นปกติ แถมยังเคยโดนเพื่อนตัวแสบๆ ที่โรงเรียนล้อว่าเป็นตุ๊ดด้วย เพราะเขาเป็นเด็กผู้ชายที่มีนิสัยค่อนข้างเรียบร้อย

ชญังกูร นวนมณี ผู้ชายรัก (ความ) งาม

 

“ด้วยความที่ผมเป็นลูกชายคนโต มีน้องชาย 1 คน น้องสาว 1 คน ที่บ้านเป็นครอบครัวใหญ่ ซึ่งคนในบ้านส่วนมากก็จะหัวโบราณ โดยเฉพาะพ่อของผม มันจึงเป็นแรงกดดันให้รู้สึกว่า ผมต้องเป็นผู้นำครอบครัว ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับน้องๆ

พอขึ้นชั้น ม.2 ผมจึงทำตัวแมนๆ โดยจีบผู้หญิงบ้าง ผมเคยมีแฟนผู้หญิงนะ แต่ก็เป็นรักแบบวัยรุ่น พอคบกันได้สักพักก็เลิกรากันไป ที่ผมมีแฟนผู้หญิงเพราะว่าสังคมรอบข้างในหมู่เพื่อนๆ มันบีบบังคับด้วย เพราะมีเพื่อนกลุ่มเฮ้วๆ กลุ่มหนึ่งมักจะแซวว่า ‘เฮ้ย! มึงไม่มีแฟน มึงตุ๊ดแน่เลยว่ะ’ ผมก็เลยต้องมีแฟนบ้าง

แต่พอขึ้น ม.ปลาย ผมก็เริ่มมีแฟนผู้ชายเลยละ เริ่มไม่สนใจคนรอบข้างแล้ว เนื่องจากเราไม่ได้แสดงออกวี้ดว้ายอะไร ผมจะเป็นประเภทนิ่งๆ เฉยๆ ซะมากกว่า แฟนเก่าผมที่เป็นผู้หญิงรู้แล้วยังตกใจ อ้าว! นี่เธอชอบผู้ชายหรอกหรือนี่” (หัวเราะ)

อ๊อฟ เผยว่า เขามีความรักแบบชายรักชายและรู้สึกอกหักครั้งแรกก็ตอนอยู่ ม.ปลาย นี่แหละ ด้วยความที่เขากับแฟนยังเด็กทั้งคู่และไม่ได้อยู่โรงเรียนเดียวกัน จึงดูแลกันได้ไม่ดี เมื่อแฟนเจอคนที่เป็นผู้ใหญ่กว่าก็เลยจากไป

ชญังกูร นวนมณี ผู้ชายรัก (ความ) งาม

 

“ที่จริงแล้วการอกหักครั้งนั้นผมก็เสียใจนะ แต่ผมเป็นคนที่คิดได้ จึงไม่ค่อยฟูมฟายเวลาผิดหวังเรื่องความรักเท่าที่ผ่านมาผมเคยมีแฟนมาแล้ว 3-4 คน เรียนรู้กันไป คุยกันไป พอไปกันไม่ได้ก็เลิกรากันเป็นธรรมดา ปัจจุบันนี้ผมมีแฟนที่คบกันมาได้ 6-7 ปีแล้ว แต่ตอนนี้เราก็เริ่มห่างเหินกันได้สักพักแล้วครับ

ถามว่ากลัวการเลิกรามั้ย ตอบได้เลยว่าไม่กลัวนะ เพราะชีวิตเกย์เมื่อคบกันได้สักระยะมันจะรู้สึกนิ่งๆ เมื่อก่อนผมอาจจะรู้สึกว่าอยากมีใครสักคนที่คบและดูแลกันไปตลอด แต่พอมาถึงวันนี้ผมกลับคิดว่า แค่เรามีเพื่อนดีๆ มีงานการที่ดี เราก็ใช้ชีวิตที่ดีได้โดยไม่มีเขาเช่นกัน

อีกอย่างผมเป็นคนที่ติดเพื่อนมาก บางครั้งเขาเห็นเราให้เวลากับเพื่อนเยอะไป เขาก็เกิดอาการน้อยใจจนทะเลาะกันอยู่บ่อยๆ ฉะนั้นผมว่าเราควรเป็นเพื่อนกันแบบนี้ คุยกันไปโดยไม่คาดหวัง ใช้ชีวิตประจำวันให้มีความสุขก็พอ”

อ๊อฟ บอกว่า เขาโชคดีที่ไม่ค่อยเจออุปสรรคหนักๆ ในชีวิตเหมือนเพศที่ 3 อีกหลายคน จะมีก็แค่ช่วงหนึ่งตอนที่ยังเรียนอยู่ชั้นมัธยม ที่เขามักจะทะเลาะกับคุณพ่อและรู้สึกแอนตี้ที่ท่านชอบจับผิดเขาอยู่เสมอ

ชญังกูร นวนมณี ผู้ชายรัก (ความ) งาม

 

“ผมจำได้ว่าช่วงจบ ม.3 ขึ้น ม.4 ผมทะเลาะกับพ่อครั้งใหญ่ เพราะพ่อถามว่าจบ ม.3 แล้วจะเรียนอะไร ด้วยความที่พ่อเรียนสายช่างมา ท่านก็อยากให้ผมเรียนอะไรแมนๆ เป็นช่างซ่อมทีวีแบบท่าน แต่ด้วยความที่มันไม่ใช่ตัวเรา เราไม่ชอบ ก็เลยทะเลาะกันยกใหญ่ จากนั้นก็ไม่คุยกันนานเลยละ โชคดีที่มีแม่ช่วยประสานให้คืนดีกัน แต่ในใจลึกๆ แล้วเราสองคนก็ไม่ค่อยสนิทใจที่จะคุยกันสักเท่าไหร่

เหมือนพ่อจะรู้เป็นนัยๆ ว่าผมเป็นเกย์ มีอยู่ช่วงหนึ่งผมชอบใส่กางเกงนักเรียนขาสั้นๆ พ่อก็จะพูดว่า ‘ทำไมใส่กางเกงเหมือนตุ๊ดเลย อย่าให้เห็นใส่อีกนะ’ ตอนนั้นรู้สึกโกรธครับ แต่พอโตมาผมว่าผมเข้าใจพ่อนะ ด้วยความที่เราเป็นลูกชายคนโต ท่านก็คงหวังให้เราเป็นผู้นำครอบครัว มีเมีย มีลูกสืบสกุล แต่ในเมื่อเราเป็นแบบนี้ไปแล้ว ผมก็ไม่รู้จะทำยังไง ตอนนี้พ่อเสียไปแล้ว ผมจึงรู้สึกเสียใจที่ไม่ทันได้เปิดใจคุยกับท่านหรือบอกรักท่านเลย”

อ๊อฟ ทิ้งท้ายว่า เคยมีเพื่อนบ้านถามแม่ว่า เมื่อไหร่ลูกชายจะแต่งงาน ซึ่งแม่ก็ตอบไปว่า เขาไม่แต่งหรอก เขาจะอยู่กับแม่…“ผมคิดว่าแม่ก็รู้ว่าผมเป็นเกย์ ท่านก็เลยช่วยแก้ตัวให้ (ยิ้ม) แต่ผมกับแม่ก็ไม่มีการพูดคุยกันถึงเรื่องนี้อย่างจริงจังสักที ผมว่าทุกวันนี้แม่ก็คงรับได้ที่ผมเป็นผมอย่างนี้ ขอให้เราเป็นคนดีของครอบครัวและสังคม ท่านก็คงมีความสุขแล้วล่ะ”

ข่าวล่าสุด

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก

ไทยสร้างประวัติศาสตร์เจ้าภาพ IMF-World Bank 2026 เปิด 5 ข้อคิด เชื่อมโยงโลก