
หนังยั่วน้ำลาย
โดย...เพ็ญแข สร้อยทอง
โดย...เพ็ญแข สร้อยทอง
อาจจะเป็นเรื่องบังเอิญหรือเพราะความนิยม ทำให้ช่วงนี้มีหนังเกี่ยวกับอาหารฉายอยู่ในโรงหลายเรื่อง ... ทั้ง A Matter of Taste, Steak (R)evolution และ Little Forest : Winter & Spring ด้วยความบ้าพลัง ผู้เขียนเลยดูทั้ง 3 เรื่อง ในวันเดียวกัน ... ปรากฏว่า ดูแล้ว ... หิวมากๆ
หนังเรื่องแรก A Matter of Taste เป็นสารคดีเล่าเรื่องของ พอล ลีแบรนดต์ เชฟอายุน้อยที่สุด ซึ่งคว้า 3 ดาวจากหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ เชฟพอลผู้เต็มด้วยความคิดสร้างสรรค์และความเป็นศิลปิน เขาผ่านทั้งจุดต่ำสุดและสูงสุดของชีวิต เรื่องราวของเขาบอกกับคนดูว่า การเป็นเชฟไม่ใช่เรื่องง่ายและต้องทุ่มเททุกสิ่งเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย
ขณะที่ Steak (R)evolution เป็นสารคดีซึ่งจะพาคนดูเดินทาง เพื่อชิมสเต๊กที่อร่อยที่สุดในโลก เพื่อรู้จักกับความนิยมในการรับประทานเนื้อที่แตกต่างกันแต่ละถิ่น พาไปเยี่ยมฟาร์มวัวพันธุ์ต่างๆ พูดคุยกับคนเพาะพันธุ์ เกษตรกร พ่อค้าเนื้อ นักธุรกิจเจ้าของร้านอาหาร รวมทั้งเชฟ นักวิชาการ ไม่ว่าจะด้านประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ ฯลฯ ที่จะมาบอกว่า สเต๊กสะท้อนอะไรในสังคมและโลก
ด้าน Little Forest : Winter & Spring เป็นหนังญี่ปุ่นเรื่องราวของ อิชิโกะ สาวน้อยที่กลับจากเมืองใหญ่มาใช้ชีวิตในบ้านเกิด กลายเป็นเกษตรกรสาวซึ่งใช้ชีวิตท่ามกลางธรรมชาติ ปรุงอาหารเมนูบ้านๆ ด้วยวัตถุดิบตามฤดูกาล ดัดแปลงจากมังงะของ ไดสุเกะ อิการาชิ กำกับโดย จุนอิจิ โมริ ตัวเรื่องมาจากประสบการณ์ของผู้เขียน ซึ่งเคยใช้ชีวิตแบบพอเพียงในกระท่อมบนภูเขาในจังหวัดอิวาเตะ หนังเรื่องนี้ถูกเลือกไปฉายที่เทศกาลหนังเบอร์ลิน ในฟอรั่มที่เรียกว่า Culinary Cinema Film & Food เมื่อเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา
หนังเกี่ยวกับการทำอาหาร Culinary หรือ Cooking Film นั้นคือการนำเสนอเรื่องราวและภาพของศิลปะการเตรียมอาหาร เทคนิคปรุง ส่วนผสม โดยแต่ละภูมิภาคโลกก็มีอาหารที่แตกต่างกันไป เป็นอาหารที่ไม่ใช่เพียงทำให้อิ่มท้อง แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม ประเพณี หรือแม้แต่เทรนด์ของโลก หนังเกี่ยวกับการปรุงอาหารจึงเป็นมากกว่า
“การยั่วน้ำลาย” และหลายเรื่องยอดเยี่ยมอยู่ในความทรงจำของคนดูเสมอ
หนึ่งในหนังเกี่ยวกับอาหารที่หลายคนชอบคือ Chocolat (ปี 2000) ผลงานการกำกับของ ลาสซี ฮอลล์สตรอม นำแสดงโดย จอห์นนี เด็ปป์, จูเลียต บิโนช, จูดี เดนช์ และ แคร์รี-แอนน์ มอสส์ เล่าเรื่องของหญิงสาวที่มาเปิดร้านช็อกโกแลตแบบไม่เหมือนใครในหมู่บ้านชนบทอันเงียบสงบของฝรั่งเศส เธอทำให้ชีวิตของคนในหมู่บ้านอันเคร่งครัดต่อขนบธรรมเนียมประเพณีที่สืบต่อกันมาเปลี่ยนแปลงไป หนังเรื่องนี้ทำให้คนดูอยากกินช็อกโกแลต (ทุกครั้งเมื่อชิ้นช็อกโกแลตถูกป้อนเข้าปากของ จอห์นนี เด็ปป์!!!)
จะบอกว่า ฝรั่งเศสเป็นเมืองหลวงของอาหารของโลกก็อาจจะไม่ผิด ดูอย่างในหนังที่เกี่ยวกับอาหารนั้น ส่วนใหญ่ต้องเกี่ยวข้องกับฝรั่งเศส หนังเรื่องต่อไปก็เช่นกัน Ratatouille (ปี 2007) ถึงจะเป็น
แอนิเมชั่นแต่ก็ยั่วน้ำลายได้ หนังเล่าเรื่องของ เรมี่ หนูผู้มีความฝันอันยิ่งใหญ่ที่อยากจะเป็นเชฟ แต่ในโลกที่เกลียดและกลัวหนูมากที่สุดมันจึงแทบจะเป็นไม่ได้ เรมี่ จึงร่วมมือกับ ลิงกวินี่ เด็กเก็บขยะในภัตตาคารชื่อดังของปารีส แสดงฝีมือการปรุงอาหารของเขา แต่แล้วความลับก็เปิดเผยเมื่อนักวิจารณ์อาหาร (บ้าๆ บอๆ) ต้องการพบหัวหน้าพ่อครัว ก่อนจะได้พบว่า เรมี่ คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังอาหารอร่อยทั้งหมด
อีกเรื่องก็เกี่ยวกับอาหารฝรั่งเศส Julie & Julia (ปี 2009) หนังโรแมนติก-ดราม่าของผู้กำกับหญิง นอรา เอฟรอน ที่มียอดฝีมืออย่าง เมอรีล สตรีป และ เอมี่ อดัมส์ นำแสดง เรื่องราวของหญิงสองคนซึ่งมีชีวิตอยู่ ณ ต่างสถานที่ ต่างเวลา แต่ทั้งคู่มีความหลงใหลในสิ่งเดียวกัน นั่นคือศาสตร์การทำอาหาร สร้างจากเรื่องจริงโดยอิงจากหนังสืออัตชีวประวัติของ จูเลีย ไชลด์ เชฟอาหารฝรั่งเศสชื่อดังชาวอเมริกัน และหนังสือบันทึกการทำอาหาร 365 วัน 524 สูตรของ จูลี พาวเวลล์ สาวที่กำลังเบื่องานประจำเลยเริ่มทำอาหารสูตรของเชฟจูเลีย
หนังเกี่ยวกับอาหารส่วนหนึ่งเป็นสารคดี และสารคดีเกี่ยวกับอาหารอันยอดเยี่ยม ซึ่งได้รับการยอมรับจากเหล่านักวิจารณ์ต้องรวมถึง Food, Inc. (ปี 2008) อาจจะไม่ใช่หนังซึ่งชวนรับประทานอาหาร แต่เป็นหนังทำให้เราตระหนักระมัดระวังในเรื่องการซื้อของกิน สารคดีเรื่องนี้พาคนดูไปสำรวจแง่มุมอันแตกต่างกันของการผลิตอาหารอเมริกันที่ทันสมัย ซึ่งทิ้งการเกษตรแบบดั้งเดิมไปสู่การผลิตแบบโรงงาน หลายอย่างก็เป็นต้นเหตุของความไม่ปลอดภัยต่อชีวิตผู้บริโภค รวมทั้งคนงาน สัตว์ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ ฯลฯ ในวงจรซึ่งไม่มีที่สิ้นสุด
อีกหนึ่งเรื่องเป็นสารคดีของ เดวิด เกลบ์ เรื่อง Jiro Dreams of Sushi (ปี 2011) ซึ่งสร้างกระแสฮือฮาในหมู่นักดูหนังและนักชิมอาหาร หนังจะพาไปเยือนโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ลัดเลาะตรอกซอกซอยเพื่อไปร้านชื่อ สุกิบายาชิ จิโระ ร้านมิชลิน 3 ดาว ซึ่งลูกค้าต้องจองโต๊ะล่วงหน้านานถึง 2 เดือน เพื่อจะได้มานั่งกินซูชิในร้านที่มีเก้าอี้ให้นั่งแค่ 10 ที่ ว่ากันว่านี่คือร้านซูชิที่อร่อยที่สุดในโลก ร้านนี้เป็นของชายชราวัย 85 ปี ชื่อ จิโระ โอโนะ ผู้ใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตปั้นข้าวเสิร์ฟลูกค้า แต่กว่าจะกลายมาเป็นอันดับต้นๆ ของวงการ เขาต้องผ่านการฝึกฝีมือ ในหนังเรื่องนี้ ปู่จิโระ ได้เผยเคล็ดลับอันซับซ้อนประณีตของข้าวปั้น
ความยอดเยี่ยมของหนังเหล่านี้ ฟันธงว่า คนจะดูไปน้ำลายไหลไปแน่ๆ







