posttoday
มาเที่ยวไทย กลับไปแล้วสวย

มาเที่ยวไทย กลับไปแล้วสวย

24 มิถุนายน 2558

ถ้าเพื่อนอยากสวย ให้ชวนมาเที่ยวเมืองไทย เพราะประเทศไทยเป็นที่ 1 ในอาเซียนเรื่องการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพทั้งการแพทย์ เสริมความงาม และสปา

โดย...กาญจนา อายุวัฒน์ธนชัย

ถ้าเพื่อนอยากสวย ให้ชวนมาเที่ยวเมืองไทย เพราะประเทศไทยเป็นที่ 1 ในอาเซียนเรื่องการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพทั้งการแพทย์ เสริมความงาม และสปา ซึ่งปีนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยจะดันให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและเสริมความงาม (Anti Aging & Aesthetic) ของโลก ควบคู่ไปกับการโปรโมทแหล่งท่องเที่ยว เรียกได้ว่ามาไทยครั้งเดียวได้สองต่อ ทั้งความสวยติดตัว และความสุขติดใจ

เมื่อพูดถึงการเสริมความงาม คนไทยจะคิดถึงเกาหลี ในขณะที่ชาติอื่นเขาคิดถึงประเทศไทยโดยเฉพาะชื่อเสียงด้านแพทย์เฉพาะทาง เทคโนโลยี เครื่องมือ และราคาที่สมเหตุสมผล การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจะแยกเป็น 2 ด้านหลัก หนึ่ง เชิงการแพทย์ หรือ Medical Tourism คนที่มาใช้บริการจะเดินทางมารักษาตัวที่ประเทศไทยและใช้เวลาพักฟื้นตัวตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ด้านที่สอง คือ เชิงสุขภาพ หรือ Wellness Tourism ประกอบด้วยการเสริมความงาม สปา การออกกำลังกาย หรือบริการใดๆ ที่ทำให้สุขภาพดีขึ้น ทั้งสองด้านนี้ทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เรียกว่า Health & Wellness Tourism ซึ่งมีการโปรโมทในตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออก และอเมริกามานานแล้ว แต่ปีนี้จะรุกหนักโดยมีเป้าหมายสูงสุดให้ไทยเป็นจุดหมายของโลก

มาเที่ยวไทย กลับไปแล้วสวย

 

เดือน ก.ย. 2558 ททท.จะเชิญตัวแทนธุรกิจท่องเที่ยวด้านสุขภาพจากทั่วโลกมาทำความรู้จักกับสินค้าและบริการของไทย เพื่อสร้างความเชื่อถือและมั่นใจที่จะนำโปรแกรมทัวร์ไปเสนอขายแก่นักท่องเที่ยว โดยจะเน้นไปที่บริการด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและความงามที่ไทยมีชื่อเสียง

พญ.กนกวรรณ เศรษฐพงศ์วนิช หรือหมอเกด แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านผิวหนังและเลเซอร์ความงาม และผู้ก่อตั้งเคดี้ โกรว์ (Kediglow Dermatology & Aesthetic Lasers) คลินิกด้านผิวหนังและเลเซอร์ กล่าวถึงชาวต่างชาติที่เข้ามาเสริมความงาม ว่า มีสัดส่วนเป็น 30-40% ของผู้ใช้บริการทั้งหมด หรือประมาณ 20-30 ราย/เดือน ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้เวลาที่คลินิกไม่เกิน 4 ชั่วโมง

“ตลาดชาวต่างชาติโตอย่างรวดเร็วตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว” หมอเกด กล่าว หัตถการยอดนิยมคือการปรับรูปหน้า ฉีดฟิลเลอร์และยกกระชับใบหน้า ที่ล้วนแต่ทำเสร็จภายในไม่กี่ชั่วโมงและเห็นผลทันที ผู้ใช้บริการมีทั้งชาวออสเตรเลีย อเมริกา รัสเซีย ตะวันกลาง ในเอเชียก็มีอย่างสิงคโปร์ ฮ่องกง เวียดนาม ลาว เมียนมา และจีน ซึ่งมีลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำมากถึง 60% โดยเฉพาะในแถบประเทศเพื่อนบ้านอย่างสาวลาวและสาวพม่าที่เข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่องทุกเดือน เธอยังกล่าวด้วยว่า ลูกค้าส่วนใหญ่จะอยู่ที่คลินิกแค่ 1 วัน ส่วนวันที่เหลือพวกเขาจะไปเที่ยวในประเทศไทยซึ่งช่วยกระจายเงินไปยังส่วนอื่นๆ ด้วย

มาเที่ยวไทย กลับไปแล้วสวย

 

ด้านโรงพยาบาลยันฮี โรงพยาบาลด้านศัลยกรรมความงามที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย เผยสถิติปี 2557 ว่า มีลูกค้าต่างชาติที่เดินทางมาเสริมความงามประมาณ 1.1 หมื่นคน ประเทศที่เข้ามามากที่สุด 7 อันดับแรก ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จีน เมียนมา กัมพูชา ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และเกาหลี และการรักษายอดนิยม คือ เสริมหน้าอก ดูดไขมันและตัดไขมันหน้าท้อง ผ่าตัดแปลงเพศ (ทั้งจากชายเป็นหญิง และจากหญิงเป็นชาย) ดึงหน้า และทำจมูก

จำนวนนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง พำนักอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลานาน และมักเดินทางมาพร้อมครอบครัวหรือญาติมิตร รายได้จากการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจึงคิดเจาะจงได้ยากเพราะมันไปพ่วงกับการท่องเที่ยวอื่นๆ เรื่องนี้ ดร.พญ.ประภา วงศ์แพทย์ นายกสมาคมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ไทย กล่าวว่า นักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจะกระจายรายได้ไปสู่ส่วนอื่นๆ ประกอบด้วย หนึ่ง ที่พักอาศัย เมื่อผู้ใช้บริการได้รับการรักษาแล้วบางรายอาจต้องพักฟื้น ทำให้โรงแรมและรีสอร์ทกลายเป็นตัวเลือกหลักแทนโรงพยาบาล และผู้ติดตามก็ต้องใช้บริการด้านนี้ รวมถึงในที่พักส่วนใหญ่จะมีบริการสปาที่ถือว่าเป็นการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพอย่างหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมใช้

มาเที่ยวไทย กลับไปแล้วสวย

 

สอง ระบบขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นรถเช่า แท็กซี่ และรวมถึงสายการบินในประเทศ สาม ช็อปปิ้ง เรื่องนี้เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพตรงที่เมื่อรับบริการแล้ว นักท่องเที่ยวจะซื้อผลิตภัณฑ์กลับไปใช้ด้วย โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สปาที่ถือว่าเป็นของฝากยอดฮิตของเมืองไทย และสี่ ร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารในโรงแรมและร้านอาหารสุขภาพที่แน่นอนว่าต้องได้เงินจากนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้แน่นอน

“การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพเหมือนเป็นหัวรถจักรให้ผู้ประกอบการรายอื่นๆ มีรายได้” ดร.พญ.ประภา กล่าว “ผู้ประกอบการในแวดวงนี้ส่วนใหญ่จะเป็นเอสเอ็มอี ทั้งร้านอาหาร คลินิก หรือบริษัททัวร์ ดังนั้นเมื่อมีการผลักดันการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพให้เป็นที่รู้จักมากเท่าไร ธุรกิจเล็กๆ ที่อยู่ในห่วงโซ่เดียวกันก็จะได้รับอานิสงส์ไปด้วย นอกจากนี้ประเทศไทยยังมีจุดขายอยู่ที่ความเป็นไทยซึ่งดึงดูดให้ชาวต่างชาติเข้ามาสัมผัส”

สมาคมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ไทยก่อตั้งเมื่อ 3 ปีก่อน เพื่อเป็นเวทีกลางให้ข้อมูลข่าวสารการบริการด้านสุขภาพ และเป็นสื่อกลางระหว่างผู้ให้บริการและผู้รับบริการ นอกจากนี้สมาคมฯ ยังได้เข้าร่วมการประชุมแอมแทรค (AMTRAC-Asian Medical Travel Council) ซึ่งเป็นการร่วมมือกันของสมาคมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ในเอเชีย ได้แก่ อินเดีย เกาหลีใต้ มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทย โดยมีความเห็นชอบร่วมกันที่จะโปรโมทการท่องเที่ยวระหว่างประเทศสมาชิก

มาเที่ยวไทย กลับไปแล้วสวย

 

ขณะนี้ประเทศไทยเป็นผู้นำในกลุ่มประเทศอาเซียน เนื่องจากมีข้อได้เปรียบในหลายด้าน เช่น คุณภาพของแพทย์ บริการทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานสากล มีโรงพยาบาลและสถานประกอบการให้เลือกทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด และข้อสำคัญ คือ ราคา เพราะเมื่อเทียบกับประเทศในอาเซียนด้วยกันถือว่าเป็นการบริการที่มีคุณภาพแต่ราคาถูกกว่า

เมื่อปี 2557 ททท.ได้จัดกิจกรรมเมกโอเวอร์ในประเทศไทย เปิดรับสมัครให้คนทั่วโลกเข้ามาร่วมกิจกรรม ซึ่งได้รับความสนใจมากจากประเทศอเมริกาและบราซิล เจ้าของโครงการคือ ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้อำนวยการกลุ่มสารสนเทศการตลาด ททท. เธอให้ข้อมูลว่าสืบเนื่องจากปีที่แล้วที่โครงการได้รับความสนใจจากทั่วโลก ปีนี้จึงมีกิจกรรมต่อเนื่องภายใต้ชื่อ ไทยแลนด์เอ็กซ์ตรีมเมกโอเวอร์ ซีซั่น 2 พิเศษตรงที่ไม่ได้เปลี่ยนแค่ใบหน้าแต่จะเปลี่ยนทั้งตัว

ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนเฟ้นหาผู้เหมาะสม 3 คนที่จะได้เดินทางมายังประเทศไทยเพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้า โดยใช้เวลาทำกิจกรรมตลอดเดือน ส.ค. แต่ระยะเวลา 31 วัน ไม่ใช่แค่การเสริมความงามเพียงเท่านั้น ททท.จะพาไปเที่ยวตามแหล่งท่องเที่ยวทั่วไทย รวมถึงไปช็อปปิ้ง ทำสปา ตีกอล์ฟ และล่องเรือสุดหรูด้วย ผลการคัดเลือกจะประกาศในวันที่ 15 ก.ค.นี้

มาเที่ยวไทย กลับไปแล้วสวย

 

ฐาปนีย์ ยังให้ข้อมูลว่า ปีนี้มีผู้สมัครจากทั่วโลกจำนวน 1,950 คน ที่มากที่สุด คือ ชาวจีน สิงคโปร์ อเมริกา ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ตามลำดับ โดยใช้การประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์ www.tourismthailand.org/Thailandextremmakeover ซึ่งปรากฏว่ามีผู้เข้าชมมากกว่า 4 ล้านวิว

สำหรับตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เธอ กล่าวว่า “ตลาดมีการเติบโตไม่ต่ำกว่า 20% ต่อปี คนใช้จ่ายเงินมากขึ้น และส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มไฮเอนด์” ในประเทศไทยมีโรงพยาบาลและสถานประกอบการด้านความงามจำนวนมาก เช่นที่เข้าร่วมโครงการกับ ททท.มีจำนวน 406 ราย และรายย่อยอีกมากมาย

นอกจากนี้ สมาคมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ไทยได้เผยตัวเลขที่น่าสนใจว่า จากสถิติมีนักท่องเที่ยวเข้ารับบริการด้านสุขภาพเกินกว่า 1 ล้านคน/ปี และสร้างรายได้มากกว่า 1 แสนล้านบาท ซึ่งในอนาคตอันใกล้เมื่อการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพถูกผลักดันให้เป็นจุดหมายของคนทั่วโลกก็จะสร้างรายได้มหาศาลให้แก่ประเทศ อีกนัยหนึ่งความก้าวหน้าทางการแพทย์ก็จะรุดหน้าตามดีมานด์ที่มากขึ้น ซึ่งจะเป็นแม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวที่เสาะหาสถานที่ที่มีความงามและต้องการความสวยงามแบบสั่งได้กลับไป

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน