posttoday

เต้นตามฝัน ชัชพล ประดับรัตน์

04 มิถุนายน 2558

จังหวะการโยกย้ายของหนุ่มผิวเข้ม พลิ้วไหวและแข็งแรงในคราวเดียวบนรองเท้าส้นสูง

โดย...กองทรัพย์ ภาพ ทวีชัย ธวัชปกรณ์/กาฟิล

จังหวะการโยกย้ายของหนุ่มผิวเข้ม พลิ้วไหวและแข็งแรงในคราวเดียวบนรองเท้าส้นสูง เขานำเสนอตัวตนได้น่าสนใจไม่น้อยกว่าตัวศิลปินที่อยู่ตรงหน้า เมื่อสอบถามพูดคุยกันจริงจังก็พบว่า เขาคนนี้มีเส้นทางการมาเป็นนักเต้นที่ถ้าเรียกว่าเป็นต้นไม้ก็จัดอยู่ในประเภทรีบย้ายกระถางและอัดปุ๋ยบังคับโตกันทีเดียว เขาคือ “ชัชพล ประดับรัตน์” หรือ กาฟิล นิสิตชั้นปีที่ 2 จากคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เด็กที่ตั้งใจเดินตามความฝันอย่างแน่วแน่ จนกลายเป็นแดนเซอร์อาชีพที่ถูกเรียกใช้งานอย่างสม่ำเสมอจุดเริ่มต้นอาจจะเพราะคอนเสิร์ตแบบเบิร์ดเบิร์ด ครั้งที่ 10 ของซูเปอร์สตาร์ตลอดกาล ธงไชย แมคอินไตย์ ตามมาด้วยคอนเสิร์ตของ เบน ชลาทิศ คอนเสิร์ตนิว-จิ๋ว ทาทา ยัง เทยแฟร์ ฯลฯ และงานอีเวนต์ที่มีมาแบบสม่ำเสมอ

กาฟิล บอกว่า ตอน ม.ปลาย เขาเป็นเด็กกิจกรรม เป็นสมาชิกในวงโยธวาทิตของโรงเรียน ซึ่งต้องมีการแสดงประกอบด้วย ก็เลยต้องเรียนเต้นบัลเลต์ด้วย อาจจะเพราะเราเจอครูคนแรกชื่อพี่เล้ง เป็นรุ่นพี่ศิลปกรรม จุฬาฯ ที่ทำให้เขาตกหลุมรักการเต้น และตั้งใจเรียนเพื่อจะสอบเข้าเรียนที่จุฬาฯ ให้ได้ แต่ก็มีเหตุการณ์ที่ทำให้เดินทางสู่อาชีพได้เร็วขึ้น

เต้นตามฝัน ชัชพล ประดับรัตน์

 

“ช่วง ม.4 มีการออดิชั่นหานักเต้นในงานคอนเสิร์ตแบบเบิร์ดเบิร์ด ครั้งที่ 10 ของพี่เบิร์ด กาฟิลออดิชั่นที่แกรมมี่ ตอนนั้นเต้นเป็นแต่บัลเลต์ แต่ ครูอู๋-เปรมจิตต์ อาจจะเห็นอะไรในตัวเรา ก็เลยคัดเลือกเข้ามาเลยได้เต้น เป็นการเต้นแนวอื่นนั่นคือสตรีท ซึ่งทำให้เราร้องไห้เยอะมากๆ เพราะมีเวลาน้อย และเราไม่อยากให้เขาเสียเวลา แต่ครูทุกคนจะมีวิธีการพูดที่จะผลักดันให้เด็กพัฒนา ด้วยความเป็นครูเขาจะรู้ว่าวิธีการไหนที่จะดึงศักยภาพของเด็กแต่ละคนออกมา ภายในเวลา 3 เดือน กาฟิลก็สามารถพัฒนาจนสามารถขึ้นคอนเสิร์ตพี่เบิร์ดที่ใหญ่มาก และเพลงเยอะมากๆ ได้สำเร็จ จากนั้นก็มีงานอื่นๆ ติดต่อให้ไปเต้นเรื่อยมา”

เด็ก ม.ปลาย กับการทำงานครั้งแรก กาฟิลย้อนมองตัวเองในวัย 16 ปี “เป็นเด็กที่ไม่รู้อะไรเลยและโดนด่าเยอะมาก เพราะเราไม่เคยทำงาน ก็ยังไม่รู้ระบบว่าทำงานต้องเป็นระบบ แล้วเราไม่รู้อะไรเลย ทุกอย่างว่างเปล่า กว่าจะผ่านมาได้ก็ร้องไห้เยอะมาก แต่ไม่เคยไม่อยากเต้น จึงฝึกหนักมาก ตอนนั้นแบ่งเวลาไม่ได้เลย ทุ่มเทเวลาทุกอย่างให้กับคอนเสิร์ตนั้นเลย คือต้องขอลาโรงเรียนสองเดือนเต็มๆ เพื่อทุ่มเวลาทั้งหมดให้การเต้น เพราะว่าอยากเต้นมาก แต่พอโตขึ้นเราได้เรียนรู้ระบบในตลาดงานแบบนี้ทำให้เราเรียนรู้ที่จะจัดการตัวเอง จัดตารางซ้อม ตารางเรียน และการทำงานให้ลงล็อกมากขึ้น เหมือนมันบังคับให้เราต้องโตขึ้นโดยปริยาย”

เต้นตามฝัน ชัชพล ประดับรัตน์

หนุ่มน้อยตรงหน้าใช้ความรักผลักดันให้ตัวเองเดินทางมาในสายเต้น เขาแน่วแน่ในเส้นทางสายนี้ และค้นพบเสน่ห์บางอย่างของการเป็นแดนเซอร์อาชีพ “เราชอบอยู่ข้างหลังศิลปิน เป็นตัวสนับสนุนให้ศิลปินไปได้สุดของเขา งานของเราคือการทำให้เขามีตัวตนบนเวที ขณะเดียวกันเราก็รู้สึกมีตัวตนของเราเหมือนกัน เราไม่อยากเด่น แต่อยากทำให้ศิลปินโดดเด่นที่สุด เราจะมีความสุขทุกครั้งที่ได้ยินเสียงกรี๊ดให้กับศิลปินที่เราเต้นให้ การได้ยืนอยู่ข้างหลังเขาและรู้สึกดีที่มีเราเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้งานของเขาสมบูรณ์แบบ

เสน่ห์ของการเต้นสำหรับตัวกาฟิลเอง ชอบที่จะคอนโทรลร่างกายตัวเอง ร่างกายเราทำอะไรได้เยอะ มันทำให้เราดูสวยได้ มันทำอะไรที่เราคาดไม่ถึงได้เยอะมาก ตีลังกา กระโดด ฉีกขา ซึ่งคนธรรมดาไม่คิดที่จะทำแต่นักเต้นได้ทำ ซึ่งเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ร่างกายเราทำได้ก็เลยชอบ แต่ทักษะทั้งหมดเกิดจากการฝึกฝน หมั่นพัฒนาตัวเอง ไม่ใช่ว่าอยู่ๆ มันจะมาเอง ต้องเรียนเพิ่มเติมเพื่อค้นหาสไตล์ที่ชอบ”

เต้นตามฝัน ชัชพล ประดับรัตน์

การเดินทางในเส้นทางแดนเซอร์อาชีพทำให้กาฟิลเปิดโลกการเต้นมากกว่าบัลเลต์ที่เคยรู้จัก แต่ศิลปกรรม จุฬาฯ ก็ทำให้เขาเรียนรู้พื้นฐานของนาฏศิลป์ตะวันตก เพื่อพัฒนาต่อยอดเพื่องานที่ดีในอนาคต “ที่ศิลปกรรม จุฬาฯ เลือกเรียนสาขาศิลปกรรมตะวันตก เรียนศิลปะสมัยใหม่ ส่วนใหญ่จะเรียนเพื่ออาร์ตมากกว่า ในความรู้สึกเรา ตอนนี้อาจจะนำไปใช้กับงานปัจจุบันลักษณะการเต้นเพื่อความบันเทิงของเรายังไม่ค่อยได้ แต่ว่าการเรียนพื้นฐานที่ดีจะทำให้เราเข้าใจอะไรหลายๆ อย่าง ก็เลยอยากเรียนอาร์ตควบคู่กับงานคอมเมอร์เชียลมันน่าจะสามารถเอามาพัฒนาต่อเพื่อเป็นงานที่ดีในอนาคตได้”

เมื่อเป็นเช่นนี้การเรียนและการทำงานไปพร้อมๆ กันจะต้องบริหารเวลาให้ดีที่สุด “งานหนักงานเหนื่อยอยู่แล้ว การซ้อมคอนเสิร์ตต้องซ้อมเยอะมาก ต้องบล็อกกิ้งเวทีก่อนศิลปินจะขึ้น รันทรู เต้นจริง เปลี่ยนชุด แต่ว่ามันคุ้มกับความสุขที่ได้รับกลับมา เราจึงต้องบริหารเวลาคือจะไม่หยุดเรียนเลย จะมาเรียนตามตารางทุกวัน หลังเลิกเรียนก็จัดตารางซ้อม หาเวลาไปเรียนเพิ่มเติม และจะเก็บวันหยุดหรือวันลาไปทำงาน เพราะจะมีวันสำคัญที่เราต้องใช้เวลาทั้งวันเพื่อการบล็อกกิ้ง เรียนก็เรียนให้เต็มที่ ไม่ต้องกังวลหรือเสียดายทีหลัง”

เต้นตามฝัน ชัชพล ประดับรัตน์

 

แม้ว่าสุดท้ายกาฟิลจะตอบได้ไม่เต็มปากว่าจะเดินบนเส้นทางแดนเซอร์อาชีพตลอดรอดฝั่งหรือไม่ แต่ในความฝันเขาอยากเต้นจนกว่าจะเต้นไม่ไหว “จริงๆ อยากยึดการเต้นเป็นอาชีพหลักไปตลอด  คิดว่าอยากจะเป็นครู อยากเป็นโคโรกราฟบ้าง จะอยู่บนเส้นทางนี้จนกว่าจะทำไม่ไหว”

เมื่อรู้ว่าเรารักอะไรเข้าแล้ว สิ่งนั้นมันอาจจะกลายเป็นทั้งชีวิตของเราไปเลยก็ได้ ...ซึ่งกาฟิลค้นพบแล้ว

ข่าวล่าสุด

นายกฯ ลงพื้นที่ชายแดนใต้ ถกหน่วยงานความมั่นคง