Lijian-2 Y1 จรวดรุ่นใหม่ของจีนเข้าท้าชน Falcon 9 ของ SpaceX
จีนเปิดตัวจรวด Lijian-2 Y1 ส่งดาวเทียมสำเร็จ พร้อมต้นทุน 4,350 ดอลลาร์/กก. ท้าชน Falcon 9 ของ SpaceX ในศึกแข่งขันอวกาศยุคใหม่
เทคโนโลยีอวกาศ นับเป็นหนึ่งในความสำเร็จของจีนที่กำลังไล่ตามสหรัฐฯมาติดๆ จากเดิมที่เคยล้าหลังหลายประเทศ ปัจจุบันเริ่มขยับบทบาทเข้ามาเป็นมหาอำนาจในเทคโนโลยีอวกาศอย่างรวดเร็ว จากการสนับสนุนอันเข้มแข็งของรัฐบาล ก่อให้เกิดการผลักดันนวัตกรรมขึ้นมามากมาย
ล่าสุดจีนกำลังจะขยับไปอีกขั้น สู่การท้าชนอีกหนึ่งยักษ์ใหญ่ทางอวกาศอย่าง SpaceX
Lijian-2 Y1 จรวดเชิงพาณิชย์รุ่นใหม่ล่าสุดของจีน
ผลงานนี้เป็นของบริษัท CAS Space บริษัทเชิงพาณิชย์ที่แยกตัวออกมาจาก Chinese Academy of Sciences ประสบความสำเร็จในการปล่อยจรวด Lijian-2 Y1 พร้อมนำส่งดาวเทียม 3 ดวงขึ้นสู่วงโคจร ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการสนับสนุนภารกิจทางอวกาศต่อไป
ตัวจรวดมีความสูงทั้งหมด 53 เมตร เป็นจรวดเชื้อเพลิงเหลวในการขับเคลื่อนลำแรกของบริษัท โดดเด่นในด้านโครงสร้างการออกแบบที่เรียบง่ายรองรับการผลิตจำนวนมาก ในระดับวงโคจรต่ำรองรับน้ำหนักบรรทุกได้สูงสุด 12 ตัน และในระดับวงโคจรสัมพันธ์ดวงอาทิตย์รองรับน้ำหนักสูงสุดที่ 8 ตัน
จุดเด่นสำคัญของ Lijian-2 Y1 คือ รองรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ นอกจากโครงสร้างและชิ้นส่วนจรวดสามารถนำมาผลิตจำนวนมากได้ง่าย ยังมีต้นทุนในการนำส่งพัสดุขึ้นสู่อวกาศอยู่ที่ 4,350 ดอลลาร์/กิโลกรัม ในขณะที่จรวด Falcon 9 ของ SpaceX มีต้นทุนในการจัดส่งแต่ละครั้งราว 5,000 ดอลลาร์/กิโลกรัม จึงสามารถจัดส่งด้วยต้นทุนที่ถูกกว่า
ขั้นตอนการทดสอบการปล่อยจรวดที่ผ่านมาพบว่า Lijian-2 Y1 ประสบความสำเร็จในการพุ่งทะยานจากศูนย์ปล่อยดาวเทียม และสามารถนำส่งสัมภาระ 3 ชิ้นที่ติดตั้งไปกับจรวดอย่าง ยานขนส่ง Qingzhou, ดาวเทียมสาธิต New March-01 และ ดาวเทียมเพื่อการศึกษา TS-01 ได้อย่างราบรื่น
นั่นทำให้จรวด Lijian-2 Y1 เป็นอีกหนึ่งชิ้นส่วนสำคัญในการแข่งขันด้านอวกาศของจีนต่อสหรัฐฯ
จรวดรุ่นใหม่สู่อนาคตทางอวกาศของโลก
ที่ผ่านมา SpaceX คือจุดเปลี่ยนของเทคโนโลยีอวกาศ ด้วยขีดความสามารถในการยิงจรวดออกสู่อวกาศได้ในปริมาณมากและบ่อยครั้ง นับเป็นกุญแจสำคัญในการผลักดันเทคโนโลยีอวกาศอย่างแท้จริง เพราะสามารถลดต้นทุนการจัดส่งสู่อวกาศให้น้อยลง จนอยู่ในระดับที่ศูนย์วิจัย มหาวิทยาลัย และสตาร์ทอัพขนาดเล็กจับต้องได้
โอกาสในการส่งดาวเทียมของตัวเองเข้าสู่อวกาศ ทำให้โครงการวิจัยขนาดเล็กและกลางสามารถดำเนินงานไปได้อย่างราบรื่น ในช่วงหลังเราจึงได้เห็นโครงการและสตาร์ทอัพเทคโนโลยีอวกาศมากมาย เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งตัวจุดประกายให้โลกกลับเข้าสู่ยุคสำรวจอวกาศได้เลยทีเดียว
จริงอยู่ที่ผ่านมารัฐบาลผลักดันโครงการอวกาศอย่างกว้างขวาง ในปี 2024 มีการประกาศว่า เทคโนโลยีอวกาศเชิงพาณิชย์ เป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจใหม่จึงให้การสนับสนุนทั้งในด้านเงินทุน เทคโนโลยี และองค์ความรู้ แต่ก็ยังติดขัดข้อจำกัดด้านต้นทุนการปล่อยจรวดในแต่ละครั้งที่สูงกว่า เพราะจรวด Lijian-1 มีต้นทุนสูงกว่า Falcon 9 เกือบเท่าตัว
การมาถึงของ Lijian-2 Y1 จึงมีความสำคัญยิ่งต่อเทคโนโลยีอวกาศจีน เพราะจะช่วยปลดล็อกข้อจำกัดสำคัญที่ขัดขวางการแข่งขันของอุตสาหกรรมอวกาศจีน ช่วยให้จีนมีโอกาสต่อยอดและสามารถจัดส่งดาวเทียมออกสู่วงโคจรในระดับต้นทุนที่ไม่ต่างกันมาก เปิดโอกาสให้วิทยาการอวกาศจีนที่จะถูกพัฒนาขึ้นอีกมากในอนาคตแบบเดียวกับ SpaceX
สิ่งนี้สอดคล้องกับโครงการอวกาศของจีนที่กำลังดำเนินการอยู่อย่าง Qianfan ด้วยแผนจัดส่งดาวเทียมมากถึง 15,000 ดวง และ CTC-1 กับ CTC-2 ที่เตรียมพร้อมเครือข่ายดาวเทียมเพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตดาวเทียมวงโคจรต่ำแบบเดียวกับ SpaceX ที่มีแผนจัดส่งดาวเทียมออกไปมากถึง 200,000 ดวงเลยทีเดียว
คาดว่าในอนาคตเราจะได้เห็นแผนการจัดส่งดาวเทียมของจีนผ่านจรวด Lijian-2 Y1 อีกมาก
อย่างไรก็ตามมีข้อโต้แย้งของบริษัท CAS Space ว่า ต้นทุน Falcon 9 ที่หยิบมาอ้างอิงเป็นข้อมูลเก่า ปัจจุบันต้นทุนการปล่อยจรวดของ SpaceX อยู่ที่ราว 4,000 ดอลลาร์/กิโลกรัม ยังไม่รวมการนำจรวดกลับมาใช้ใหม่ เทคโนโลยีล่าสุดที่ทำให้สามารถจัดส่งดาวเทียมออกสู่อวกาศด้วยต้นทุนต่ำและยั่งยืนกว่า
แต่ด้วยการทุ่มเทงบประมาณของรัฐบาลจีน อีกไม่ช้าอาจมีการพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมาให้ทัดเทียมก็เป็นได้
ที่มา
https://www.posttoday.com/ai-today/737831
https://interestingengineering.com/space/china-takes-on-elon-musk
https://spacenews.com/reusable-launch-vehicles-will-change-everything-in-space-and-on-earth/
https://www.spacex.com/vehicles/falcon-heavy


