
ไว้เนื้อเชื่อใจ
แม้ว่าห้องของเราจะ “ติดกัน”มีเพียงแค่ผนังปูนหนาไม่กี่เซนติเมตรขวางกั้น แต่เราก็ไม่เคยเห็นหน้าค่าตาของ “เพื่อนข้างห้อง”
โดย...นายใจดี
แม้ว่าห้องของเราจะ “ติดกัน”มีเพียงแค่ผนังปูนหนาไม่กี่เซนติเมตรขวางกั้น แต่เราก็ไม่เคยเห็นหน้าค่าตาของ “เพื่อนข้างห้อง” และภายในห้องพื้นที่ส่วนตัวของเราก็ไม่ค่อยได้เปิดต้อนรับใครสักเท่าไหร่ ด้วยพื้นที่จำกัดจะจัดปาร์ตี้สังสรรค์เหมือนตอนอยู่บ้านมีพื้นที่กว้างคงไม่ได้อย่างเก่งก็ได้แค่ต้อนรับเพื่อนสนิทไม่เกิน 2 คน ห้องก็อบอุ่นขึ้นถนัดตาแล้ว
เช่นนั้นแล้วเราจึงเคยชินกับการอยู่คนเดียว “เป็นส่วนตัว” ไม่มีผู้ใดล่วงล้ำเข้ามาในอาณาเขตและเผลอลืมไปว่า ยังมีสิ่งมีชีวิตอยู่ข้างๆ ห้อง
ก๊อกๆ โป๊กๆ ปังๆ
เสียงเคาะประตู ทำเอาสะดุ้งโหยง เพราะอยู่มานานปี ไม่ค่อยได้ยินเสียงเคาะโดยไม่ได้นัดหมายล่วงหน้าเช่นนี้
ส่องตาแมวที่ประตูดู เห็นผู้หญิงร่างเล็ก หน้าตาจิ้มลิ้ม น่าเอ็นดู๊น่าเอ็นดู ใส่เสื้อยืดกางเกงขาสั้นรองเท้าลำลอง ดูสบายๆ เหมาะเป็นชุดอยู่เฝ้าบ้าน แต่ดูดู๊ดูยังไงก็ไม่คุ้น ไม่เคยรู้จักเธอมาก่อนแน่ๆ ตัดสินใจเปิดประตูพอชะโงกหน้าออกไปทักทายกันได้ ก็ได้ยินเสียงร้อนใจดังมาจับใจความได้ว่า “หนูขอเข้าห้องพี่ได้ไหมคะ” เฮ้ยงานเข้าล่ะสิ มีผู้หญิงมาขอเข้าห้อง
ตั้งสติกันอีกรอบ พร้อมขอให้เธอใจเย็น สงบลงนิด ค่อยๆ เล่า จับใจความใหม่ได้ว่า “หนูลืมกุญแจห้องไว้ในห้อง จะขอปีนระเบียงห้องพี่เข้าไปในห้องหนูค่ะ” เฮ้ยงานใหญ่เข้าล่ะสิ มีผู้หญิงมาขอปีนระเบียงห้อง
ตกลงไปตายชัก!!
แวบแรกคิดภาพเธอพลัดตกลงไปนอนแอ้งแม้งก่อน คิดได้ลบมากๆแม้ความสูงเพียง 3 ชั้นจากพื้นดิน แต่ตกลงไปยังไงก็มีคางเหลือง
ยังไม่เปิดประตูให้เธอเข้ามา ใช้ความคิดอย่างหนักแล้วให้คำแนะนำไปว่า ลงไปแจ้ง รปภ.ให้มาช่วยเปิดห้อง หรือโทรตามช่างมาไขกุญแจ
“นะพี่นะ หนูขอเข้าไปในห้องพี่หนูไม่ทำอะไรหรอก” เธอยังวิงวอนกระเด้งเหยงๆ ด้วยความร้อนใจ
เฮ้ย! งานเข้าอีก ลืมคิดข้อนี้ไปเลย ให้คนแปลกหน้าเข้าห้อง แม้ร่างเธอจะแค่ครึ่งเดียวของร่างเรา แต่ก็ประมาทไม่ได้ไม่รู้ว่าจบสายดำมาหรือเปล่า ความคิดเริ่มเตลิดไปไกล เธอเป็นเจ้าของห้องจริงๆ รึเปล่า!!!
ตกลงไปตายเราก็ซวย เข้าห้องมาโปะยาสลบเราก็ซวย เป็นทางผ่านให้ปีนไปขโมยของห้องอื่นเราก็ซวย สมรู้ร่วมคิด(เอง)ทุกอย่างเลยเรา
ถึงนาทีที่ต้องตัดสิน “พี่ว่าน้องลงไปหา รปภ.ข้างล่างดีกว่า”
ผ่านไป 10 นาที เธอก็ยังไม่กลับขึ้นมา ใจคิดกังวลแทนไปอีกว่า ถ้าเธอเป็นเจ้าของห้องจริงๆ เข้าห้องไม่ได้ ป่านนี้จะอยู่ยังไง จึงยกหูโทรศัพท์หาเพื่อนให้มาอยู่เป็นเพื่อนกัน แล้วลงไปตามเธอขึ้นมา สอบถาม รปภ.จนแน่ใจว่า เธอเป็นเจ้าของห้องจริงๆ แต่คนปีนไปเปิดห้องเป็นเจ้าเพื่อนยากที่ตามมาช่วยกู้สถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี้
เรื่องราวจบลงพร้อมคำขอบคุณและความโล่งอก
หลังจากปิดประตูส่งผู้มาเยือนยามราตรีกลับหมด เข้าสู่โลกส่วนตัวอีกครั้ง เดินออกไปยืนระเบียง เฮ้ย! คืนนี้มีเรื่องให้เฮ้ย ตกใจบ่อยจริงๆเพราะนึกได้ว่า ระเบียงคอนโดเรามันเชื่อมต่อกันห้องต่อห้อง ปีนหากันง่ายขนาดนี้เลยหรือ ถ้าลืมปิดประตูหลังห้องก็ปีนมาเยี่ยมชมห้องกันได้สบายๆ พานนึกไปถึงยามที่เปิดประตูหลังห้องรับลมดึกๆ ก็รู้สึกหนาวเยือกเข้ามาจับใจ ความปลอดภัยที่คิดว่าอยู่ในอาณาจักรส่วนตัว แท้จริงแล้วยังมีสิ่งอันตรายสามารถมาเยือนเราได้แค่คืบ
อยู่ที่ความไว้วางใจแล้วว่า เราจะได้เพื่อนบ้านดีหรือไม่







