posttoday
คิดสร้างสรรค์สร้างความเชื่อมั่นหลังเผชิญวิกฤตรุนแรง

คิดสร้างสรรค์สร้างความเชื่อมั่นหลังเผชิญวิกฤตรุนแรง

28 มิถุนายน 2553

หันมามองกัน และพูดกันมากขึ้น เน้นความรู้สึก ด้วยการถามไถ่ความรู้สึก ความเป็นอยู่บ้าง

หันมามองกัน และพูดกันมากขึ้น เน้นความรู้สึก ด้วยการถามไถ่ความรู้สึก ความเป็นอยู่บ้าง

เรื่อง : ชุติมา สุวรรณเพิ่ม

วันนี้คนกรุงเทพฯ สามารถตื่นขึ้นมายิ้มรับกับวันใหม่...ได้อีกครั้ง! หลังเผชิญความเครียดอย่างหนักหน่วงกันมานานกว่า 2 เดือน!!!

ก่อนนั้นความเครียดสะสมขึ้นทีละน้อยๆ ในการเกาะติดสถานการณ์บ้านเมืองอย่างไม่อาจจะลดละ เลิกได้ เพราะเป็นเรื่องที่สุดจะคาดเดาได้ว่า “จะลงเอย...กันอย่างไร?!!”

แต่ในที่สุดสถานการณ์ความรุนแรงก็จบลง พร้อมการสูญเสียที่นับเป็นมูลค่ามหาศาล ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งต้องใช้เวลา “เยียวยา” ประเทศเพื่อให้กลับมาเข้มแข็งและได้รับความเชื่อมั่นในระดับต่างประเทศต่อไป

เราจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทยได้อย่างไร ?

คิดสร้างสรรค์สร้างความเชื่อมั่นหลังเผชิญวิกฤตรุนแรง

โจทย์ข้อนี้ รัศมี ธันยธร ผู้อำนวยการศูนย์ความคิดสร้างสรรค์ กล่าวว่า สถานการณ์ปัจจุบัน กำลังใจและสติเป็นสิ่งสำคัญ แม้ประเทศไทยจะเกิดความสูญเสียอย่างมหาศาลจากเหตุการณ์จลาจลที่เพิ่งผ่านพ้นไป แต่ประเทศไทยต้องก้าวไปข้างหน้า และคนไทยเท่านั้นที่จะสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศไทยได้

ประเทศไทยทุกวันนี้วิกฤต และต้องปฏิรูปในทุกด้านเริ่มต้นที่ตัวเราจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับตัวเอง ซึ่งจะทำได้อย่างไร? ในช่วงเวลาที่เพิ่งผ่านพ้นความสูญเสียอย่างหนักหนาสาหัสในปัจจุบัน รัศมี ผู้อำนวยการศูนย์ความคิดสร้างสรรค์ แนะวิธีการสร้างความเชื่อมั่นให้กับตัวเองและประเทศไทยว่า ต้องเริ่มจากการ “คิด” ดังนี้

ประการแรก เริ่มจากการคิด จากสภาพความเป็นจริงและยอมรับให้ได้ว่า สถานการณ์มันแย่...แย่...และก็แย่...จริงๆ

ประการที่สอง เมื่อยอมรับได้แล้ว (ว่าแย่ถึงที่สุด) ให้คิดต่อว่า ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นที่มากที่สุดจะเป็นอย่างไร? ระยะเวลายาวนานที่สุดที่ต้องเผชิญน่าจะทอดยาวไปเท่าใด?

เมื่อคิดอย่างเห็นแจ้งทั้ง 2 ประการแล้ว อ.รัศมี อธิบายว่า ขั้นต่อไปคือ “การคิดอย่างสร้างสรรค์” และเริ่มต้น “ลงมือทำ” เพื่ออยู่กับสถานการณ์ที่เป็นอยู่ให้ดีที่สุด ดังนี้

1.ให้คิดซะว่าเป็นพักร้อนที่ยาวสักหน่อย มีบางออฟฟิศที่ในช่วงระยะเวลาวิกฤตเข้าไปทำงานไม่ได้ ขณะที่ในชีวิตการทำงานก่อนนั้นก็ไม่เคยหยุดพักร้อนเลยสักปี ทำงาน (หนัก) ตลอดทั้งเดือนทั้งปี สถานการณ์ครั้งนี้ก็ถือโอกาสหยุด เพื่อพักกาย...พักใจ ชาร์จพลังชีวิตให้เต็มอีกครั้ง

2.หันมามองสิ่งรอบๆ ตัวบ้าง อาจจะมองหาพันธมิตร พูดจากับคนอื่นบ้าง ด้วยประเด็นใหม่ๆ (หลีกเลี่ยงประเด็นทางสังคม การเมือง และเศรษฐกิจชั่วคราว!!!) ทั้งนี้ เพื่อสร้างสรรค์บรรยากาศการทำงานให้มีความสุข

3.หันมามองกัน และพูดกันมากขึ้น เน้นความรู้สึก ด้วยการถามไถ่ความรู้สึก ความเป็นอยู่บ้าง เช่น วันนี้คุณเป็นอย่างไรบ้าง? คำถามนี้ก็แปลว่าคุณแคร์คนที่อยู่ตรงหน้าให้มากที่สุด ทำแบบนี้รับรองได้ใจคนมหาศาล เพราะช่วงเวลานี้ทุกคนต้องการความเอาใจใส่มากที่สุด

4.หาทางช่วยเหลือกัน ในยามทุกข์ร้อน น้ำจิตน้ำใจจากคนรอบข้างคือกำลังใจ ส่วนการให้ความช่วยเหลือ คือการแบ่งเบาความทุกข์ให้ลดน้อยลง

5.สุดท้ายคิดสร้างสรรค์ในช่วงเวลาที่ไม่สามารถปฏิบัติงานได้ตามปกติ ลองหันไปสร้างสรรค์สัมพันธภาพที่ดีกับลูกค้าแทน ด้วยการเดินหน้าหาลูกค้าแทนที่จะนั่งจมอยู่ในความทุกข์ ไม่แน่ว่าอาจจะได้ข้อแนะนำดีๆ หรืออย่างน้อยที่สุดเวลาที่แย่ที่สุด คุณอาจจะได้มิตรแท้ก็เป็นได้

ก่อนจะเริ่มคิดและทำสิ่งดีๆ ทั้งกับตัวเอง คนรอบข้าง เพื่อสร้างสรรค์บรรยากาศแห่งความสุขให้เกิดขึ้น ก่อนจะเปล่งประกายเป็นความเชื่อมั่นทั้งในตัวบุคคลและประเทศชาติต่อไป  

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน