
เรื่องเล่าหลังเวที Miss Tiffany’s Universe 2015
เมื่อผมได้รับมอบหมายให้ไปตะลุยหลังเวที Miss Tiffany’s Universe 2015 มันทำให้ผมนึกไปถึงตัวเองสมัยตอนเป็นเด็ก
โดย...ตุลย์ จตุรภัทร ภาพ กิจจา อภิชนรจเรข
เมื่อผมได้รับมอบหมายให้ไปตะลุยหลังเวที Miss Tiffany’s Universe 2015 มันทำให้ผมนึกไปถึงตัวเองสมัยตอนเป็นเด็ก
ผมจำได้ว่าเวลามีงานฤดูหนาวประจำปี พ่อมักพาผมไปเที่ยวในงาน และพ่อก็ไม่เคยกลัวว่าผมจะพลัดหลงหาย เพียงผมเอ่ยปากบอกพ่อว่า พ่อจะไปไหนก็ได้ ปล่อยให้ผมอยู่ที่เวทีประกวดนางงามได้เลย เมื่อเราสองพ่อลูกต่างนัดหมายเวลามารับกลับบ้านจนเสร็จสรรพ เท่านี้ก็เป็นอันเสร็จสิ้น
ด้วยความแก่นแก้วแสนซนตามประสาเด็ก ผมมุดรั้วไปอยู่หลังเวทีประกวดนางงามอย่างไม่รีรอ ผมชอบไปยืนดูเหล่านางงามแต่งหน้าทาปาก ยืนดูพี่เลี้ยงนางงามลงแป้งที่ผิวนางงามให้ขาววอก ชอบดูนางงามนั่งสุมกันเพื่อผิงไฟให้คลายหนาว แล้วเมาท์มอยกันไปตามประสา ก่อนจะออกไปโชว์ชุดว่ายน้ำท้าลมหนาวหน้าเวทีต่อหน้าสายตาประชาชน ยิ่งไปกว่านั้น พวกพี่เลี้ยงนางงามนี่แหละ ที่นอกจากจะยินดีให้ผมเป็นส่วนหนึ่งของหลังเวทีแล้ว เขายังใช้ให้ผมคอยแอบไปยืนอยู่หลังกรรมการ เพื่อดูผลคะแนนว่านางงามคนไหนได้เยอะสุด แล้วรีบไปบอกเขา เพื่อที่เขาจะได้ปรับแผนกลยุทธ์ได้ทันท่วงที
หลังเวทีการประกวด
ตัดภาพมาที่โรงละครทิฟฟานี่โชว์ พัทยา ในค่ำคืนวันศุกร์ที่ 8 พ.ค.ที่ผ่านมา ผมจำได้ว่า ก่อนการประกวดจะเริ่มต้นขึ้น ผมได้บุกเข้าไปประชิดตัวเหล่าสาวงามในห้องแต่งหน้าแต่งตัวทำผม บอกเลยว่า บรรยากาศในห้องนั้นค่อนข้างวุ่นวาย บ้างก็รีบแต่งหน้าทาปาก บ้างก็ยังทำผมไม่เสร็จ ช่างทำผมต้องรีบยีผม ใส่เจล ฉีดสเปรย์ สิ่งที่ผมจะทำได้ดีที่สุดในตอนนั้น คือ กวาดสายตามองหาตัวเก็งให้เร็วที่สุด สแกนให้ถ้วนทั่ว แล้วรีบลงมือพูดคุยซักถามและถ่ายรูป
ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อ ว่าในบรรดาสาวงามทั้งสามสิบคน ผมเลือกสัมภาษณ์นางงามเพียง 8 คนเท่านั้น และสองในแปดนั้น คือ Miss Tiffany’s Universe 2015 และรองอันดับ 1
น้องใบหม่อน-โสภิดา ศิริวัฒนานุกูล หมายเลข 20 ผู้ที่ไม่รู้ตัวว่าหลังจากที่ได้พูดคุยกับผม เธอจะเป็นสาวงามที่คว้ามงกุฎเพชรไปครอบครอง ก่อนขึ้นเวทีประกวดในรอบชิงชนะเลิศ เธอบอกเล่าให้ผมฟังว่า เธอมาเวทีนี้เพื่อเดินตามความฝันของสาวประเภทสองบ้านนาคนหนึ่ง
“การที่หนูได้เป็นหนึ่งในสามสิบคนสุดท้าย มันยิ่งใหญ่สำหรับหนูแล้ว หนูได้มาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ดีๆ มาสร้างความสุขให้กับผู้ชม ให้กับแฟนนางงาม และได้รับมิตรภาพดีๆ จากเพื่อนๆ นางงามกลับบ้านไป ที่สำคัญที่สุด หนูได้เป็นไอดอลของน้องๆ สาวประเภทสองบ้านนาแถวบ้าน ในด้านของการเป็นคนมีความฝัน และทำตามความฝันให้กลายเป็นจริง”
ผมถามน้องใบหม่อนกลับไปว่า หากหลังจากนี้ มง (กุฎ) ลงบนหัวหนู หนูจะรู้สึกอย่างไร เธออึ้งกับคำถาม และตอบแบบแบ่งรับแบ่งสู้ (แต่ผมกลับเห็นแววตาอันมุ่งมั่นจากดวงตาของเธอคู่นั้น)
“มันคือที่สุดของที่สุดแล้ว หนูคงตื้นตันทำอะไรไม่ถูก ที่สำคัญ หนูได้ทำความฝันของหนูให้กลายเป็นความจริง และน้องๆ สาวประเภทสองบ้านนาแถวบ้านคงดีใจกันยกใหญ่ และคงเตรียมตัวเดินตามความฝันเหมือนที่หนูได้ทำจนสำเร็จ แต่ถ้ากรรมการไม่เลือกหนู มงไม่ลงบนหัวหนูก็ไม่เป็นไรค่ะ หนูไม่เสียใจ และหนูคิดว่าหนูจะกลับมาประกวดใหม่ เพื่อทำความฝันให้กลายเป็นจริง”
สำหรับ น้องอลิซ-กานต์ชญา กัญจ์ชนะกุล หมายเลข 11 เธอเป็นสาวงามที่บุคลิกดี ใบหน้าสวยหวาน สมกับที่ใครหลายคนเก็งเธอไว้ ซึ่งผมรู้สึกถูกชะตาเธออย่างบอกไม่ถูก พอได้ถามไถ่ว่าเป็นคนจังหวัดอะไร ถึงได้ถึงบางอ้อว่า เธอเป็นสาวเหนือจาก จ.พะเยา คนบ้านเดียวกันกับผมนั่นเอง ป้าดโธ่
“หนูมาประกวดในครั้งนี้ หนูคาดหวังนะคะ หนูเชื่อว่าทุกคนต่างมีความคาดหวัง หวังอยากได้มงกุฎเพชรไปครอบครอง ซึ่งถ้าหนูได้เป็นมิสทิฟฟานี่ หนูจะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด แต่ถ้าหนูไม่ได้ หนูก็คงเสียใจ แต่ก็พร้อมเริ่มต้นใหม่ ดำเนินชีวิตของตัวเองต่อไปให้ดีที่สุด”
ถึงแม้ว่าหลังจากที่ผมได้พูดคุยกับน้องอลิซ เธอจะได้ตำแหน่งเพียงรองอันดับ 1 ก็ยังถือว่าเธอเป็นหนึ่งในทีมมิสทิฟฟานี่ ยูนิเวิร์ส 2015 ที่ต้องดำรงตำแหน่งรอง 1 ปี และอาจมีโอกาสเข้าสู่วงการบันเทิงได้เช่นเดียวกัน
ตัดภาพกลับมาที่ตัวผมกับช่างภาพ สิ่งที่น่าตื่นเต้นสำหรับเราสองคน คือ เราสองคนมีโอกาสเข้าไปเก็บตกบรรยากาศหลังเวทีการประกวดเพียงสื่อเดียวเท่านั้น!
บอกได้เลยคำเดียวว่า บรรยากาศหลังเวที ทีมงานทุกฝ่ายต่างเตรียมพร้อมทำงานกันอย่างขะมักเขม้น ฉากพร้อม ชุดพร้อม แสง สี เสียง พร้อม และระหว่างสาวงามต่างรอขึ้นเวที สาวงามบางคนก็นั่งนิ่งทำสมาธิ บ้างก็ไหว้พระเอาฤกษ์เอาชัย บ้างก็สำรวจตรวจตราความสวยของตัวเองที่หน้ากระจก ซ้อมยิ้ม ซ้อมโพสท่าและเมื่อถึงเวลาการประกวดสาวงามทุกคนต่างก็ออกไปทำหน้าที่ของตัวเองที่หน้าเวทีอย่างดีที่สุด เมื่อกลับเข้ามาหลังเวที ต่างก็รีบเปลี่ยนชุด เพื่อออกไปเดินโชว์ในรอบต่อไป ที่สำคัญ ผมได้เห็นว่าระหว่างการประกวด ทีมงานทุกคนต่างมานั่งอยู่หน้าจอทีวี เพื่อเอาใจลุ้นให้บรรดาสาวงามทั้งหมดได้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างดีที่สุด
น่าเสียดาย ที่เวลาของผมและช่างภาพ ณ หลังเวทีได้หมดลงเสียแล้ว เราสองคนจำต้องออกมาชมการประกวดที่หน้าเวทีต่อ เหลือทิ้งไว้เพียงความทรงจำดีๆ ที่ได้เห็นการทำงานเบื้องหลังของการประกวดมิสทิฟฟานี่ ยูนิเวิร์ส 2015 เพียงเท่านั้น
ว่าแต่ เมื่อผมได้มารวมตัวอยู่กับกองเชียร์ที่หน้าเวที สิ่งที่ผมได้เห็นและสัมผัสได้ คือ กองเชียร์ต่างสนุกสนานกับการเชียร์กันยกใหญ่ และผลการประกวดก็ออกมาถูกใจกองเชียร์ส่วนใหญ่เสียด้วยสิ
หลังการประกวดสิ้นสุด
ตัดภาพมาที่ความวุ่นวายบนเวที หลังจากที่เราได้รู้ผลแล้วว่า สาวงามคนใดได้ครอบครองมงกุฎ ผมได้เข้าไปพูดคุยกับแม่งาน ซึ่งในค่ำคืนนั้นเธอดูสวยงามมากเป็นพิเศษ เธอคือ จ๋า-อลิสาพันธุศักดิ์ เธอบอกเล่าให้ผมฟังว่า เธอพอใจกับผลการตัดสิน หายเหนื่อย และภาคภูมิใจกับมิสทิฟฟานี่ ยูนิเวิร์ส คนใหม่ล่าสุด
“ดีใจที่เราได้เห็นว่าสิ่งที่เราพยายามทำมาโดยตลอด นั่นคือการให้สังคมเข้าใจ ยอมรับ ไม่อคติ และไม่เลือกปฏิบัติกับสาวประเภทสอง ซึ่งมันก็เป็นไปในทางที่ดีขึ้น อยากบอกว่า สาวประเภทสองทุกคนมีตัวตน และเขาก็มีความรู้ความสามารถไม่แพ้ใคร ซึ่งจ๋าภูมิใจที่ได้ทำในสิ่งนี้”
หลังจากได้พูดคุยกับแม่งานแล้ว ผมก็ได้พูดคุยกับน้องใบหม่อนอีกครั้ง ในฐานะ มิสทิฟฟานี่ ยูนิเวิร์ส คนใหม่ล่าสุด ซึ่งครั้งนี้เธอได้บอกเล่าความในใจให้ผมฟังว่า สิ่งที่เธอได้รับในครั้งนี้ มันคุ้มค่ามากถึงมากที่สุด
“หนูอยากบอกกับสังคมในฐานะมิสทิฟฟานี่ยูนิเวิร์ส คนใหม่ล่าสุดว่า สาวประเภทสองทุกๆ คน เป็นคนที่ใช้ชีวิตอย่างความสุข มีรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ทำให้คนรอบข้างให้มีความสุขมีรอยยิ้ม มีเสียงหัวเราะตามไปด้วย แน่นอนว่าเราเป็นคนตลก แต่เราไม่ใช่ตัวตลกของสังคมค่ะ (ยิ้ม)”







